Environmental Sustainability

กรมลดโลกร้อน ร่วมมือ เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ-เครือข่าย ทสม.ระยอง พัฒนาสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชน

กรมลดโลกร้อน เสริมพลังความร่วมมือเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและเครือข่าย ทสม. จ.ระยอง พัฒนาสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชน เสริมคุณภาพชีวิต พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

​วันที่ 9 กันยายน 2567 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ล้วนเป็นผลมาจากกิจกรรมของมนุษย์ ทั้งการใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็น การสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ ก่อให้เกิดวิกฤตโลกเดือด สภาพภูมิอากาศแปรปรวน ภัยธรรมชาติรุนแรงและมีความถี่มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ รวมไปถึงสัตว์และระบบนิเวศต่างๆ

ดังนั้นการแก้ไขวิกฤตปัญหาสิ่งแวดล้อม และลดผลกระทบต่อปัญหาโลกเดือดไม่ให้รุนแรงมากไปกว่านี้ จำเป็นต้องอาศัยพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชนและภาคประชาชน

กรมลดโลกร้อน

ร่วมมือทุกภาคส่วนพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอยู่ร่วมกับชุมชน

กรมลดโลกร้อน ได้ดำเนินการส่งเสริมและร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่าย ทสม. ที่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในระดับพื้นที่ ไปสู่เป้าหมายในระดับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พื้นที่จังหวัดระยองนับว่าเป็นเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะเทศบาลเมืองมาบตาพุด ที่มีการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างสมดุล จนได้รับ “รางวัลเมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศระดับเงิน” ปี 2566

อีกทั้งมีเครือข่าย ทสม. ตำบลวังหว้า จังหวัดระยอง เครือข่ายชุมชนที่ดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อมด้านการจัดขยะ ที่เป็นต้นเหตุหนึ่งภาวะโลกเดือด ซึ่งได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาแถมยังสร้างรายได้กลับคืนสู่ชมชน จนได้รับรางวัลเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับภาค ด้านการจัดการขยะมูลฝอย ในปี 2562 และสามารถถ่ายทอดความรู้ไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ

กรมลดโลกร้อน

เทศบาลเมืองมาบตาพุด ระยอง เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

“เทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง” เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ส่งเสริมคุณภาพชีวิต สร้างอัตลักษณ์สินค้าท้องถิ่น โดยมีแผนพัฒนาท้องถิ่นในการจัดการสิ่งแวดล้อม ด้วยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายภาคประชาชนและภาคอุตสาหกรรม พัฒนาป้องกัน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและควบคุมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่คุณภาพชีวิตของประชาชน

มีศูนย์บริการสาธารณสุขที่เป็นความร่วมมือระหว่างเทศบาลเมืองมาบตาพุดและภาคอุตสาหกรรม 7 แห่ง ไว้สำหรับดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ

และที่สำคัญได้ดำเนินกิจกรรมธนาคารขยะประกันชีวิต มีการจัดการและคัดแยกขยะรีไซเคิลอย่างถูกต้อง ทำให้ในปี 2566 รวบรวมขยะรีไซเคิลได้ 20,996 กิโลกรัม และสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ 52,710 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

S 196534303

นอกจากนี้มีระบบการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ กว่า 80 จุด รวมทั้งการตรวจสอบคุณภาพหรือสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศในพื้นที่ พร้อมแจ้งเตือนผลการตรวจวัด รวมถึงการจัดการภัยพิบัติและสาธารณภัยอย่างมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และศูนย์บัญชาการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินและกระจายข่าว (EIC) ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินและการสื่อสารแจ้งเหตุได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว พร้อมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินเทศบาลเมืองมาบตาพุด (ศปฉ.ทม.มาบตาพุด) เมื่อเกิดสาธารณภัยขึ้นในเขตพื้นที่

และที่สำคัญมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างเศรฐกิจชุมชนควบคู่ไปด้วยหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” แก้ไขสิ่งที่ต้องการอย่างตรงจุด พัฒนาอย่างถูกต้อง บูรณาการจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนและสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ยกระดับการเกษตร “มะม่วงพื้นทราย” ดั้งเดิมจนเกิดเป็นอัตลักษณ์ “ไม่ใช่แค่มะม่วง แต่คือชีวิต” เป็นความภาคภูมิใจ สร้างมูลค่าของสินค้าเกษตร ยกระดับสินค้าชุมชน สร้างรายได้และช่องทางเศรฐกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืน

S 196534301

เครือข่าย ทสม. จัดการปัญหาชุมชน ยกระดับสู่ชุมชนต้นแบบ

ส่วน “เครือข่าย ทสม. ตำบลวังหว้า จังหวัดระยอง” ต้นแบบจัดการขยะชุมชน แปลงขยะ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ในชุมชนเคหะวังหว้า ซึ่งปัจจุบันสามารถจัดการปัญหาได้เต็มรูปแบบ จนยกระดับสู่ “ชุมชนต้นแบบ” ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ได้รับรางวัลเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับภาค ด้านการจัดการขยะมูลฝอย ในปี 2562 และเป็นชุมชนเข้มแข็งที่สามารถบริหารจัดการตัวเองได้อย่างเป็นรูปธรรม

การจัดการขยะของชุมชนวังหว้า เป็นแบบอย่างด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีความสมบูรณ์ และเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ ดำเนินการโดยผู้นำชุมชนร่วมกับชาวบ้าน ร้านค้า และโรงเรียนในชุมชน ซึ่งการจัดการขยะในชุมชนที่มีประสิทธิภาพ นอกจากจะช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะแล้ว ยังช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้จากการคัดแยกและจัดการขยะให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมก่อนส่งให้โรงงาน รวมทั้งชุมชนได้มีการนำขยะจากขวดพลาสติกไปทำการหลอมผลิตเป็นเส้นหวายเทียม และนำไปผลิตสินค้าหัตถกรรม สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

S 196534299

นอกจากนี้ ขยะบางส่วนยังนำไปหลอมและผสมกับวัสดุประเภทปูนทราย เพื่อทำอิฐบล็อค ส่วนขยะอินทรีย์ประเภทเศษอาหาร มีการนำไปเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ ทำน้ำหมักชีวภาพให้ชุมชนใช้ฟรี และทำปุ๋ยอินทรีย์ และนำไปใช้ทั้งภายในชุมชน และนำไปขายเพื่อสร้างรายได้อีกด้วย

S 196534306

ทั้งนี้ จุดเด่นของชุมชนวังหว้า อยู่ที่ความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้าน โดยเฉพาะผู้อยู่อาศัยที่อาสาตัวเข้ามาร่วมพัฒนาชุมชน ด้วยกระบวนการบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ นำขยะมาใช้ประโยชน์ได้อย่างครบวงจร นำไปสู่การจัดการขยะแบบยั่งยืน และสร้างสวัสดิการมากมายให้คนในชุมชนในการแปลงขยะไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกคนในชุมชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ซึ่งผลงานของชุมชนวังหว้า ไม่เพียงแต่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ยังได้มีโอกาสแสดงผลงานการจัดการขยะของประเทศไทยไปสู่ระดับนานาชาติ จะเห็นได้ว่าจากชุมชนที่เกือบจะอยู่กับกองขยะ ตอนนี้วังหว้ากลายมาเป็นต้นแบบที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจและการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้ชุมชนอื่น ๆ ต่อไป

S 196534305

S 174063639

S 174063637

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo