Technology

‘มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก’ยอมรับเป็นหนึ่งใน 87 ล้านคนที่ถูกดูดข้อมูล

twitter 292994 1280 e1523491654606

ซีอีโอเฟซบุ๊ก “มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” ยอมรับ เขาเป็นหนึ่งในชาวอเมริกัน 87 ล้านคนที่ถูกล้วงข้อมูลไปโดยเคมบริดจ์ อะนาไลติกา โดยการออกมายอมรับในครั้งนี้เกิดขึ้นในการเข้ารับฟังความคิดเห็นจากวุฒิสภาสหรัฐอเมริกันในวันที่ 2 โดยมาร์ค ซักเคอร์เบิร์กยืนยันว่า ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กนั้นสามารถควบคุมและจัดการข้อมูลของตนเองบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กได้ ทว่า คำให้การของเขาดูอ่อนไปทันทีที่เขายอมรับว่า เขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกแชร์ข้อมูลออกไปโดยบริษัทปรึกษาด้านการตลาดอย่างเคมบริดจ์ อะนาไลติกา

อย่างไรก็ดี มาร์ค ซักเคอร์เบิร์กเพียงแต่ตอบสั้น ๆ ว่า “Yes.” กับคำถามดังกล่าว และไม่ได้ให้ข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ทว่า การยอมรับในจุดนี้ของมาร์ค ซักเคอร์เบิร์กเป็นการแสดงให้เห็นว่า แม้แต่ผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังก็ยังไม่สามารถปกป้องข้อมูลส่วนตัวได้ และทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า แล้วผู้ใช้งานทั่วไปที่เฟซบุ๊กบอกว่าสามารถควบคุม และบริหารจัดการข้อมูลได้นั้น จะทำได้จริงอย่างที่เฟซบุ๊กกล่าวอ้างหรือไม่ตามมา เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่า ประเด็นเรื่องเคมบริดจ์ อะนาไลติกาคือสิ่งที่ทำให้เขาต้องมาปรากฏตัวอยู่ ณ จุดนี้

ด้านตัวแทนจากรีพับลิกันอย่างวุฒิสมาชิกเด็บบี้ ดิงเกล (Debbie Dingell) กล่าวว่า เฟซบุ๊กมีการฝังโค้ดคอมพิวเตอร์ลงในเว็บไซต์ เพื่อรวบรวมข้อมูลของผู้ใช้งานออนไลน์ ไม่ว่าพวกเขาจะชอบหรือไม่ก็ตาม

“ไม่จำเป็นว่าคุณมีแอคเคาน์เฟซบุ๊กหรือไม่ เพราะด้วยเครื่องมือดังกล่าว เฟซบุ๊กสามารถเก็บข้อมูลพวกเราทุกคนได้หมด” พร้อมกับอ้างอิงถึงปุ่มไลค์ (Like) ที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์จำนวน และมีคำถามถึงจำนวนเว็บไซต์ที่มีปุ่มดังกล่าวอยู่เป็นจำนวนเท่าไรด้วย ซึ่งแน่นอนว่า ซีอีโอเฟซบุ๊กตอบไม่ได้

นอกจากนี้ วุฒิสมาชิกดิงเกลล์ยังแสดงความผิดหวังที่ซีอีโอเฟซบุ๊กมักให้คำสัญญาว่าจะกลับมาแจ้งในภายหลัง โดยมีการกล่าวตำหนิว่าในฐานะซีอีโอ เขาควรจะทราบข้อมูลสำคัญเหล่านี้

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า ในวันที่สองของการเข้ารับฟังความคิดเห็นนั้น มาร์ค ซักเคอร์เบิร์กสามารถควบคุมตัวเองได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับวันแรก และยังเป็นอีกวันที่เขาย้ำว่าผู้ใช้งานเฟซบุ๊กสามารถควบคุมได้ว่า ข้อมูลใดบ้างที่ตนเองต้องการแชร์ รวมถึงย้ำว่าเฟซบุ๊กไม่มีการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานผ่านบทสนทนาที่บันทึกโดยไมโครโฟนของโทรศัพท์มือถือแต่อย่างใด

เรียบเรียงจาก Reuters