Technology

จับตา 5 เทรนด์เทคโนโลยีมาแรง ‘โควิด-19’ จุดเปลี่ยนสำคัญ

จับตา 5 เทรนด์เทคโนโลยีมาแรง ศูนย์วิจัยเทเลนอร์ ชี้วิกฤติโควิด-19 จุดเปลี่ยนสำคัญ เร่งการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ปรับพฤติกรรมสู่ “วิถีชีวิตใหม่”

นายบียอน ทาล แซนเบิร์ก ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยเทเลนอร์ หน่วยงานวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป กล่าวว่า ศูนย์วิจัยเทเลนอร์ได้รวบรวม และวิเคราะห์เหตุการณ์สำคัญ ที่เกิดขึ้นในปี 2563 และคาดการณ์แนวโน้มสำคัญ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2564 โดย จับตา 5 เทรนด์เทคโนโลยีมาแรง ได้แก่

5 เทรนด์เทคโนโลยีมาแรง

  • เทคโนโลยีคลายความเหงา

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของ โควิด-19 ทำให้มาตรการต่างๆ ถูกปรับใช้ เพื่อให้เกิดระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ตัวอย่างเช่น มาตรการทำงานที่บ้าน (Work from home) แม้มาตรการเหล่านั้น จะช่วยลดผลกระทบทางสุขภาพกาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ผลกระทบทางสุขภาพจิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกังวล และอาการซึมเศร้าที่เกิดจากความเหงา

ศูนย์วิจัยเทเลนอร์คาดว่า จะมีการพัฒนา eHealth หรือ การใช้เทคโนโลยีไอซีที เพื่อสนับสนุนการให้บริการด้านสุขภาพ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาทางสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 ตัวอย่างเช่น การใช้เทคโนโลยี AR และ VR ผสานกับเทคโนโลยีฮาโลแกรม เพื่อให้เกิดสัมผัสเสมือนเมื่อมีการสื่อสารระหว่างกัน

นอกจากนี้ เราจะได้เห็นการพัฒนา หุ่นยนต์เพื่อคลายความเหงา มากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาประยุกต์ ทำให้หุ่นยนต์สามารถตอบโต้กับมนุษย์ได้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถาม การพูดคุย การสร้างความบันเทิง

5 เทรนด์เทคโนโลยีมาแรง

  • เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้กลายเป็นเครื่องเตือนสติ ให้ผู้คนในสังคมโลก ตื่นตัวกับประเด็นด้าน “ความยั่งยืน” ของโลกมากยิ่งขึ้น ซึ่งหนึ่งในปัญหาแห่งศตวรรษที่โลกกำลังเผชิญก็คือ ภาวะโลกร้อน

วิกฤติโควิด-19 ได้เร่งให้เกิดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ลดการเดินทาง เกิด “วิถีชีวิตปกติใหม่” (New normal) ซึ่งศูนย์วิจัยเทเลนอร์ เชื่อว่า หน่วยงานรัฐจะอาศัยจังหวะนี้ ในการสานต่อ และผลักดันกระแสความยั่งยืน และเทคโนโลยีดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานอย่างเข้มข้น

ขณะเดียวกัน จะเห็นการใช้ เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ ต่อการจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งผสานการใช้พลังงานไฟฟ้า และพลังงานสะอาดอื่น ๆ เข้าด้วยกันมากขึ้น สามารถพยากรณ์แนวโน้มการใช้พลังงานของเมืองได้

การใช้ เทคโนโลยี TinyML หรือการเรียนรู้ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก จะเป็นจุดตัดของการเรียนรู้ของ ไอโอที อีกขั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นสาขาวิชาวิศวกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ และมีศักยภาพในการปฏิวัติอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในอนาคต และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจะทำให้มีการประยุกต์ใช้ TinyMLในอุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น เช่น โดรนถ่ายภาพเพื่อการสำรวจสภาพอากาศ ในภาคการเกษตร

A digital spring for green tech portrait resize

  • Digital dementia ภาวะสมองเสื่อมจากดิจิทัล

การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในอัตราเร่ง ทำให้เกิดการใช้บริการดิจิทัลต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น กับอุปกรณ์ที่หลากหลาย จำนวนบัญชีที่เพิ่มขึ้น ไฟล์ที่มากขึ้น นำมาสู่มาตรการความปลอดภัยทางดิจิทัล ที่มากขึ้นเช่นกัน

ภาวะดังกล่าว ทำให้ผู้คนในปี 2564 จะเผชิญกับภาวะ Digital Dementia หรืออาหารสมองเสื่อม จากการใช้บริการดิจิทัลที่มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พาสเวิร์ด ที่ปัจจุบันผู้ให้บริการ ต่างกำหนดให้พาสเวิร์ด ต้องมีการประสมตัวเลข เครื่องหมายและตัวอักษรที่ซับซ้อนมากขึ้น และจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ทุก 3 เดือน เพื่อเป็นการการันตีความปลอดภัยทางไซเบอร์ แต่ในขณะเดียวกัน ก็นำมาซึ่งความปวดหัว ทั้งในระดับบุคคล และระดับองค์กร

ศูนย์วิจัยเทเลนอร์จึงคาดการณ์ว่า บริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ จะมีการนำโซลูชั่นที่เกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่เอื้อให้ผู้ใช้งาน ใช้งานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงระดับความปลอดภัยเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็น โซลูชั่นที่ใช้สำหรับการจัดการพาสเวิร์ด (Password manager) หรือการใช้อัตลักษณ์บุคคล (Biometric) เพื่อการยืนยันตัวเอง

Password Panic landscape resize

  • โลกการทำงานเข้าสู่ยุค Society-as-a-service

ในปีที่ 2563 ที่ผ่านมา มนุษย์ออฟฟิศต่างเผชิญกับเทรนด์สำคัญที่เรียกว่า Work From Home ซึ่งเกิดขึ้น “ทั่วทุกที่” และ “ทันทีทันใด” จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทำให้วิถีการทำงานเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยมีปัจจัยด้าน ความสามารถต่อการยืดหยุ่น เป็นหัวใจสำคัญ

ดังนั้น ในปี 2564 นี้ ศูนย์วิจัยเทเลนอร์ คาดการณ์ว่า โลกแห่งการทำงานจะเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Society-as-a-service ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ ของการอำนวยความสะดวกปัจจัยพื้นฐานในการทำงาน ให้แก่พนักงานสามารถทำงานที่ใดก็ได้ ในอนาคต เราจะได้เห็นจุดให้บริการฟรีอินเทอร์เน็ต ห้องประชุมงานในที่สาธารณะหรือร้านกาแฟมากชึ้น

หน่วยงานรัฐท้องถิ่น จำเป็นต้องเสริมพื้นที่ ที่ให้บริการดังกล่าวมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ห้องสมุดสาธารณะ ซึ่งในความเป็นจริง แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว แต่ให้บริการโดยเอกชน เช่น ร้านกาแฟ เป็นต้น

5 เทรนด์เทคโนโลยีมาแรง

ขณะที่บริษัทเอกชน ควรเพิ่มทรัพยากร เพื่อสนับสนุนการทำงานของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความปลอดภัยทางไซเบอร์  สุขอนามัยทางดิจิทัล ตลอดจนเครื่องมือและเทคโนโลยีดิจิทัลอื่นๆ ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานแบบ Remote working

การจะก้าวสู่โลกการทำงานแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบได้นั้น สิ่งสำคัญคือ การปรับวิธีคิด หรือ Mindset ของพนักงานให้สามารถปรับตัวและยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้ ซึ่งบริษัทควรคำนึงถึงการเพิ่มพูนทักษะหรือ upskilling ทั้งในระดับองค์กรและบุคคล

โควิด-19 เร่งการมาของ EdTech

จากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของโลก พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ยูนิเซฟ ระบุว่า เด็กนักเรียนทั่วโลกจำนวนกว่า 1,600 ล้านคนได้รับผลกระทบจากการปิดโรงเรียน อันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมการระบาด โดยเด็กนักเรียนในประเทศกำลังพัฒนาได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีจำนวนวันเข้าเรียนน้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้วอย่างมีนัยสำคัญ

แม้โรงเรียนต่าง ๆ ได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ทดแทน แต่ในขณะเดียวกัน การเรียนแบบออนไลน์ ได้ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศกำลังพัฒนา โดยประเทศที่มีรายได้สูง มีสัดส่วนของเด็กและเยาวชนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ถึง 87% ขณะที่ ประเทศที่มีรายได้ต่ำมีสัดส่วนเพียง 6% เท่านั้น ซึ่ง ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จะรุนแรงและดำเนินต่อเนื่องในปี 2564

Mind the Education Gap landscape resize

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ศูนย์วิจัยเทเลนอร์ มองว่า โลกจะได้เห็นเทคโนโลยีทางการศึกษาที่เข้ามาเติมเต็ม สร้างสรรค์ และทำให้การเรียนออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้วิกฤตการณ์โควิด-19 จะยุติลงในอนาคต ทำให้ความต้องการในตลาดของผู้บริโภคมีมากขึ้น ทั้งยังเป็นตัวเร่งของการเปลี่ยนผ่านภูมิทัศน์แห่งโลกการเรียนการสอนสู่โลกดิจิทัลมากยิ่งขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการอุบัติขึ้นของนวัตกรรมทางการศึกษาเปรียบเสมือนทางสองแพร่ง เมื่อ “การเข้าถึง” ประโยชน์ของเทคโนโลยีดิจิทัลยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีรายได้น้อย ขณะที่กลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง จะได้รับประโยชน์ยิ่งขึ้น ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายิ่งถ่างกว้างขึ้นไปอีกในอนาคตต่อจากนี้

สำหรับ ปี 2563 ที่ผ่านมา ไม่เพียงเป็นปีที่ต้องถูกจารึกว่าเป็น “ปีแห่งความท้าทายแห่งศตวรรษ” แต่ยังเป็นปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ประชาคมทั่วโลกต่างรวมเป็นหนึ่งเพื่อต่อสู้กับศัตรูที่ไม่อาจจินตนาการได้ ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างเร่งปรับตัวปรับพฤติกรรมสู่ “วิถีชีวิตใหม่” โดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อน

Bjorn Taale Sandberg Telenor Research Tech Trends 2021 2 resize
บียอน ทาล แซนเบิร์ก

ทั้งนี้ วิกฤตโควิด-19 กระตุ้นให้เกิดการปรับตัวการทำงาน และการดำรงชีวิต สู่ดิจิทัล ในเกือบทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก ในอัตราเร่ง และในปี 2563 ที่ผ่านมา ยังได้แสดงให้เห็นถึง ศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัล ในการรับมือกับปัญหาทางสังคมต่าง ๆ ในปี 2564 นี้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสุขภาพจิตของคนในสังคม ไปจนถึงปัญหาโลกร้อน

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลที่เกิดอย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมา ยังได้ทำให้ปัญหาสังคมเดิมประจักษ์ชัดขึ้น โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ความต้องการของผู้ใช้งานที่ต้องการความปลอดภัยทางดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดวิถีการทำงานแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนภูมิทัศน์แห่งการทำงานไปตลอดกาล

อ่านข่าวเพิ่มเติม