Digital Economy

กลุ่มเฝ้าระวังในสาธารณรัฐเช็ก ออกโรงต้านอุปกรณ์หัวเว่ยเพิ่มอีกราย

หน่วยงานเฝ้าระวังด้านไซเบอร์ของสาธารณรัฐเช็กออกโรงเตือนผู้ให้บริการโทรคมนาคมในประเทศไม่ให้ใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่ผลิตโดยหัวเว่ย (Huawei) และแซดทีอี (ZTE) แล้ว โดยระบุว่าเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูล

e629659d22e1285027c08ae92dcc63742bf5f095

โดยสิ่งที่กลุ่มเฝ้าระวังนี้มองว่าอันตรายและต้องออกมาเตือนผู้ให้บริการโทรคมนาคมในประเทศคือการอ้างถึงกฎหมายของจีนที่กำหนดให้บริษัทเอกชนในจีนต้องร่วมมือกับทางการ ซึ่งดูซาน นาฟราทิล (Dusan Navratil) ผู้อำนวยการของหน่วยงานด้านไซเบอร์และความปลอดภัยด้านข้อมูลของสาธารณรัฐเช็ก (the Czech National Cyber and Information Security Agency : NCISA) มองว่า อาจมีกุญแจในการเจาะเข้าสู่ระบบ และนั่นอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงในประเทศอื่น ๆ ได้นั่นเอง

ด้านตัวแทนจากหัวเว่ยระบุว่า บริษัทขอปฏิเสธในประเด็นที่ว่าบริษัทเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ และเรียกร้องให้ ทาง NCISA เปิดเผยหลักฐานออกมาแทนที่จะกล่าวหาและทำให้หัวเว่ยเสื่อมเสียชื่อเสียง

ตัวแทนจากหัวเว่ยยังได้ปฏิเสธว่าไม่มีกฎหมายหรือระเบียบใด ๆ ในจีนที่จะมาบังคับหัวเว่ยหรือบริษัทอื่น ๆ ให้ต้องติดตั้งแบ็กดอร์ หรือประตูหลังสำหรับเข้าถึงได้เอาไว้อย่างแน่นอน ซึ่งกรณีนี้ได้เคยถูกประเทศสหรัฐอเมริกาหยิบยกขึ้นมาโจมตีหัวเว่ยด้วยเช่นกัน

Part DV DV2116810 1 1 0

ขณะที่ฟากของนายดูซานระบุว่า คำเตือนที่ทางหน่วยงานมีออกไปนั้นมาจากทั้งพันธมิตรขององค์กรที่ส่งมา และผลการศึกษาวิจัยที่ NCISA ทำขึ้น

ส่วนเหตุผลที่ NCISA ออกมาเตือนนั้น เป็นไปได้ว่าเกี่ยวข้องกับการทดสอบระบบ 5G ที่เริ่มมีขึ้นแล้วในสาธารณรัฐเช็ก และมีการเซ็น MOU กับหัวเว่ยในการร่วมสนับสนุนการทดลอง 5G ส่วนการประมูลคลื่นความถี่สำหรับใช้ในเครือข่าย 5G นั้นจะมีขึ้นในปี 2562 ที่จะถึงนี้

ด้านสหรัฐอเมริกา แหล่งข่าวจากรอยเตอร์ระบุว่า มีการกดดันดัชเทเลคอม ผู้ถือหุ้นใหญ่ของทีโมบายล์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาให้ยุติการใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยด้วยเช่นกัน

นอกจากสาธารณรัฐเช็กและสหรัฐอเมริกาแล้ว ประเทศที่รัฐบาลมีแผนจะเมินการซื้ออุปกรณ์จากหัวเว่ยยังประกอบด้วย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยทั้งหมดยกเหตุผลด้านความปลอดภัยด้านไซเบอร์ของชาติทั้งสิ้น