สื่อจีนเผย บริษัทผู้ผลิตไอโฟนอย่างฟ็อกซ์คอนน์เทคโนโลยีเตรียมประกาศแผนลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานในปี 2562 แล้วหลังยอดซื้อไอโฟนในระยะหลังไม่เป็นไปตามเป้า
เศรษฐกิจไอโฟนเริ่มส่งผล โดยหลังจากที่แอปเปิลออกมาประกาศลดยอดสั่งซื้อชิ้นส่วนจากฟ็อกซ์คอนน์ไปราว 30% จากแผนเดิมก็ได้ทำให้ฟ็อกซ์คอนน์ต้องเริ่มมองหาหนทางรอดแล้ว โดย South China Morning Post รายงานว่าฟ็อกซ์คอนน์มีแผนจะลดค่าใช้จ่ายราว 20,000 ล้านหยวน หรือราว 2,900 ล้านดอลลาร์ให้ได้ภายในปีหน้า หลังยอดขายโดยรวมของไอโฟนเริ่มถดถอย รวมถึงไอโฟนราคาประหยัดเช่น iPhone XR ด้วย

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ฟ็อกซ์คอนน์ต้องหาทางรัดเข็มขัดมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ทำให้การส่งออกชิ้นส่วนจากฟ็อกซ์คอนน์ทำได้ยากลำบากมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีผลสำรวจจากบริษัทเอเจนซี MobData ที่พบว่า การซื้อไอโฟนในจีนแผ่นดินใหญ่นั้น ส่วนมากแล้วผู้ซื้อถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “Invisible Poor” หรือก็คือฐานะอาจยังไม่ดีนัก และต้องการใช้ไอโฟนมาช่วยเสริมภาพลักษณ์ ขณะที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนเช่น หัวเว่ย หรือเสี่ยวมี่นั้นกลับมีทรัพย์สินในมือมากกว่า
ผลสำรวจนี้พบว่า กลุ่มผู้ใช้งานไอโฟนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงโสดอายุระหว่าง 18 – 34 ปี จบการศึกษาระดับไฮสคูล และมีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 3,000 หยวน ซึ่ง MobData จัดกลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มนี้ว่าเป็นกลุ่ม Invisible Poor หรือก็คือดูภายนอกอาจมองว่าพวกเธอมีรายได้สูงกว่านี้

ส่วนกลุ่มผู้ใช้งานหัวเว่ยนั้น บริษัทวิจัยพบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แต่งงานแล้ว อายุระหว่าง 25 – 34 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และมีรายได้ต่อเดือนที่ 5,000 – 20,000 หยวน บางรายอาจมีแฟลต และรถยนต์ของตัวเอง ซึ่งเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ใช้ไอโฟนแล้วไม่มีในจุดนี้
นอกจากนั้น การสำรวจยังพบว่า ผู้ที่มีรายได้มากกว่า 20,000 หยวนต่อเดือน ต้องการซื้อหัวเว่ยและเสี่ยวมี่ ขณะที่ผู้มีรายได้ 3,000 – 10,000 หยวนต่อเดือนก็ต้องการออปโป้และวีโว่มากกว่าไอโฟนแล้วด้วย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งเคยเป็นตลาดทองคำของแอปเปิลมาตลอดคงมาถึงภาวะวิกฤติจริงดังว่า