Digital Economy

คุยกับนักลงทุนยุคดิจิทัล ‘ฟลุค เกริกพล มัสยวานิช’

ลงทุนสไตล์ฟลุกเกริกพล

เมื่อเอ่ยถึง “ฟลุค เกริกพล มัสยวานิช” หลายคนอาจรู้จักเขาในแง่ของการเป็นดารานักแสดงชื่อดัง รวมถึงนิสัยส่วนตัวที่เจ้าระเบียบสุด ๆ แต่ในอีกมุมหนึ่ง เขายังมีสายเลือดของการเป็นนักลงทุนผ่านการปลูกฝังของครอบครัวมาอย่างเข้มข้นด้วยเช่นกัน ซึ่งในวันที่โลกแห่งการลงทุนก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งนั้น เขาได้แชร์เทคนิค และมุมมองต่อลงทุนในยุคดิจิทัลเอาไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งเทคนิคที่ว่าจะมีอะไรบ้างนั้น ขอชวนไปติดตามกันเลยค่ะ

“ผมเริ่มเล่นหุ้นตั้งแต่อายุ 19 โดยตอนแรกคุณพ่อเปิดพอร์ตและบริหารให้ แต่ละวันคุณพ่อก็เอาพอร์ตมาให้ดู เราก็ได้เห็นพอร์ตมันขึ้นลง ก็มีดีใจเสียใจไปกับมันตามประสาเด็ก”

“ทีนี้เมื่อโตขึ้น ประมาณปีสามปีสี่ ก็เริ่มขอพ่อเล่นเอง ตอนนั้นไม่เข้าใจการบริหารความเสี่ยง เวลาได้ยินว่าตัวไหนดี ก็อัดเลยตัวเดียว ผมใส่ไปสิบล้าน ผลก็คือในสามสี่เดือน มูลค่ามันกลายเป็นสามสิบล้าน”

เขาเล่าว่าตอนนั้นดีใจมาก และเตรียมจะขายหุ้นเพื่อไปซื้อรถยนต์ยี่ห้อดังแล้ว แต่ในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง ก็เกิดความพลิกผันครั้งใหญ่ ส่งผลให้พอร์ตหุ้นของเขามีมูลค่าร่วงไปประมาณสิบแปดล้าน ส่งผลให้เขาตัดสินใจขายหุ้นทิ้งและถอนตัวออกมาอย่างรวดเร็ว

“หันมาลงทุนคอนโดมิเนียมแทน ก็ซื้อแล้วเลือกที่จะผ่อนให้เร็วที่สุด แต่ปรากฏว่าช่วงหนึ่งปีแรกไม่มีใครเช่าเลย ก็ได้มาเรียนรู้ภายหลังว่า ถ้าเราลดราคาลงมาอีกนิด ก็พร้อมจะมีคนเช่าแล้ว ซึ่งจากวันนั้นจนถึงวันนี้ มีคนเช่าตลอด ถือเป็นกำไร เป็นค่าเทอมให้ลูก”

1522133642884

แต่เส้นทางของนักลงทุนมักมีโอกาสใหม่ ๆ หยิบยื่นเข้ามาให้เสมอ ๆ ซึ่งเส้นทางของฟลุก เกริกพลก็เช่นกัน และการตอบสนองต่อโอกาสนั้นของเขาเป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อย

“หลักการลงทุนทุกวันนี้ของผมคือ ซื้อหุ้นอะไรก็ได้ หรือลงทุนอะไรก็ได้ที่เพื่อนแนะนำ แต่ไม่ต้องเยอะ ถ้าขาดทุน 10% จะคัทลอสต์เลย ถือว่าเลี้ยงข้าวเพื่อน แต่ถ้ากำไรก็ถือว่าเพื่อนเลี้ยงข้าวเรา ก็ขอบคุณเขาที่เขาแนะนำ ข้อดีที่ทำแบบนี้คือ เราจะได้ไม่ถูกทิ้งออกจากกลุ่ม เพราะฟังที่เขาคุยกันไม่รู้เรื่อง”

ส่วนประเด็นของเงินคริปโต ที่กำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศในขณะนี้ ฟลุค – เกริกพลเผยในงานสัมมนา “เจาะลึกคริปโตฯ : ปลอดภัย น่าเชื่อถือ น่าลงทุนจริงหรือ?” ว่า “ต้องศึกษาดี ๆ เพราะเงินกว่าจะหามาได้ยากลำบากกันทุกคน และแต่ละคนรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน ดังนั้นจะไปลงทุนในอะไรคุณต้องรู้ และเข้าใจในสิ่ง ๆ นั้น”

“เรื่องเงินคริปโต คนที่ชวนผมคือลูกชาย ซึ่งผมว่าดีนะ การมีลูกทำให้เราได้กลับไปเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เสมอ ผมเองก็เปิดพอร์ตให้ลูก แต่เป็นชื่อผมไปก่อน แล้วเราก็เอามาให้เขาเลือก ว่าจะลงทุนตัวไหน หรือตอนเงินคริปโต อชิเขาก็ขุดเหมืองด้วย แต่ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจ รู้แต่เพียงว่าเสียงมันดังมาก จนผมต้องถามว่าลูก คอมพิวเตอร์มันทำอะไร มันจะระเบิดมั้ยเนี่ย จนผมกลัวว่าจะมันจะระเบิดเสียก่อนก็เลยบอกว่าเลิกขุดเถอะ แล้วพ่อให้เงินหนูแทนเลยได้ไหม”

“เด็กน่ะ เวลาเขาได้ยินอะไรใหม่ ๆ มา ก็เป็นหน้าที่พ่อแม่ที่ต้องให้ความรู้กับลูก แต่การจะสอนลูกได้ บางทีเราก็ต้องไปหาความรู้เพิ่มเติมเช่นกัน กลายเป็นเราได้เรียนรู้เพิ่มไปพร้อม ๆ กับลูก ซึ่งผมว่าเราต้องเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เสมอ ที่ผ่านมา ผมเห็นพ่อแม่หลาย ๆ คนส่งลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ได้ปีละเป็นล้าน โดยที่ไม่รู้ว่าลูกจะประสบความสำเร็จจากการเรียนหรือไม่ หรือเขาอาจประสบความสำเร็จจากทางอื่นก็ได้ ดังนั้นถ้าเราจะมาเสียเงินศึกษาสิ่งเหล่านี้ให้กับตัวเองบ้าง ก็น่าเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน” ฟลุค-เกริกพลกล่าวทิ้งท้าย