Digital Economy

AI กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ไม่ใช่แค่ ‘เครื่องมือช่วยทำงาน’ แต่เป็น ‘ผู้ช่วยส่วนตัวที่คิดแทนและลงมือทำ’

ปี 2569 “AI” จะเปลี่ยนผ่านจาก เครื่องมือที่ช่วยทำงาน ไปสู่ ผู้ช่วยส่วนตัวที่คิดแทนและลงมือทำอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะแทรกซึมอยู่ในทุกอณูของชีวิตและธุรกิจ 

ย้อนมองไปในปี 2568 มนุษย์อาจจะใช้ AI ช่วยเขียนอีเมลหรือสรุปงาน แต่ในปี 2569 บทบาทของ AI ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มนุษย์จะเลิกตื่นเต้นกับคำว่า AI แต่จะมองว่าเป็น เรื่องปกติ ดังนั้นทักษะที่สำคัญที่สุดของมนุษย์จึงเปลี่ยนจากการรู้วิธีใช้ ไปสู่การตั้งคำถามและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์แทน

AI

แนวโน้มของการพัฒนาและใช้งาน AI จะปรับไปสู่ AI Agents นั่นคือ ไม่ได้ใช้งานเพียงแค่ตอบคำถาม แต่มันจะคาดการณ์ความต้องการและสามารถลงมือทำแทนเราได้ เช่น การจองตั๋วเครื่องบินพร้อมจัดการที่พักและวางแผนตารางงานในปฏิทินให้เสร็จสรรพโดยไม่ต้องสั่งทีละขั้นตอน หรือสั่งของเข้าตู้เย็นอัตโนมัติจากพฤติกรรมการกิน

นอกจากนี้ AI จะเรียนรู้จะปรับตามสมองของแต่ละคน และจะเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้วิธีอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด โดยใช้สื่อที่เหมาะสมกับกับแต่ละบุคคล เช่น ด้านสุขภาพ การเงิน โดยการสื่อสารอย่างธรรมชาติผ่าน เสียง ภาพ และการขยับร่างกาย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพิมพ์ข้อความเท่านั้น

ความสำคัญของ AI ต่อภาคส่วนต่าง ๆ

ภาคธุรกิจ: ยุคแห่ง Autonomous Enterprise โดยธุรกิจจะใช้ AI Agents ที่มีเป้าหมายมากขึ้น เช่น สั่งให้ วางแผนแคมเปญการตลาด จัดซื้อสินค้า และประสานงานกับซัพพลายเออร์ด้วยตัวมันเอง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล เพื่อทำนายเทรนด์ตลาดล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ

การแพทย์: การวินิจฉัยโรคมีความแม่นยำสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะอุปกรณ์สวมใส่จะใช้ AI วิเคราะห์สุขภาพแบบ Real-time และสามารถวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้แม่นยำขึ้น รวมถึงการเตือนก่อนที่จะเกิดภาวะวิกฤตทางสุขภาพและการออกแบบยารักษาโรคแบบเฉพาะเจาะจงรายบุคคล (Precision Medicine)

การศึกษา: เกิดการเรียนรู้แบบ Adaptive Learning ที่เนื้อหาจะปรับความยากง่ายตามความเข้าใจของผู้เรียนแต่ละคน

สิ่งแวดล้อม: AI ถูกนำมาใช้บริหารจัดการพลังงานสะอาดและคำนวณการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้งานมีข้อควรระวังเพิ่มขึ้นตามการใช้งานและการพัฒนาที่ก้าวล้ำ เพราะอาจเป็นช่องโหว่ให้อาชญากรไซเบอร์เข้าถึงได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ตัวอย่างเช่น การปลอมแปลงเสียงและใบหน้าจะแนบเนียนจนแยกไม่ออก ทำให้ธุรกิจและบุคคลต้องมีระบบตรวจสอบความถูกต้อง (Verification) ที่เข้มงวด

ที่สำคัญคือ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้มนุษย์ขาดทักษะการแก้ปัญหาพื้นฐาน หรือการคิดวิเคราะห์ในสถานการณ์ที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน

ดังนั้น สำหรับมนุษย์แล้ว การใช้ชีวิตในยุค AI จึงต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ด้วยการฝึกทักษะการทำงานร่วมกับ AI การพัฒนาทักษะที่ AI ยังทำได้ไม่ดีเท่ามนุษย์ เช่น ความเห็นอกเห็นใจ, การตัดสินใจเชิงจริยธรรม, และการเจรจาต่อรอง รวมถึงการฝึกตั้งคำถามและตรวจสอบข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข้อมูลที่ AI บิดเบือน

AI

บทบาทภาครัฐขยับสู่การเป็นผู้กำกับดูแลอย่างจริงจัง

แนวโน้มการควบคุมและบทบาทภาครัฐในปี 2569

1. การกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง ไทยจะเริ่มใช้แนวทางการควบคุมที่ล้อไปกับกฎหมายสากลอย่าง EU AI Act โดยแบ่งระดับการควบคุมตามความเสี่ยง ได้แก่

  • ความเสี่ยงที่รับไม่ได้ (Unacceptable Risk): เช่น ระบบ AI ที่ใช้ในการให้คะแนนทางสังคม (Social Scoring) หรือระบบที่บิดเบือนพฤติกรรมมนุษย์แบบอันตราย อาจถูกสั่งห้ามใช้
  • ความเสี่ยงสูง (High Risk): เช่น AI ในระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ, การคัดเลือกคนเข้าทำงาน, หรือการประเมินสินเชื่อ ภาครัฐจะกำหนดให้มีการตรวจสอบ (Audit) และการจดทะเบียนอย่างเข้มงวด
  • ความเสี่ยงต่ำ/โปร่งใส: ระบบอย่าง Chatbot ทั่วไป จะต้องมีข้อกำหนดให้ระบุชัดเจนว่าเป็น AI เพื่อไม่ให้ผู้ใช้สับสน

2. ร่างกฎหมายและมาตรฐานใหม่ ในปี 2569 เราจะได้เห็นความชัดเจนของกฎหมาย AI มากขึ้น เช่น

  • พ.ร.บ. ปัญญาประดิษฐ์ หลังจากผ่านการรับฟังความคิดเห็นและร่างมาตั้งแต่ช่วงปี 2567-2568 ในปี 2569 จะเป็นช่วงที่หน่วยงานกำกับดูแล (เช่น ETDA หรือสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) เริ่มบังคับใช้มาตรฐานขั้นต้น
  • AI Governance Clinic: ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านธรรมาภิบาล AI จะยกระดับเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐาน (Standardization) ให้กับองค์กรเอกชนที่ต้องการใบรับรองความปลอดภัยในการใช้ AI

3. บทบาทภาครัฐในฐานะผู้ขับเคลื่อน ภาครัฐไทยจะใช้แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ ระยะที่ 2 (ปี 2567-2570) เป็นแกนหลัก โดยการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริการภาครัฐ ตลอดจนมีการเปิดใช้งาน Open Data ที่มีคุณภาพมากขึ้นเพื่อให้สตาร์ทอัพไทยนำไปใช้ ภายใต้ระบบคัดกรองข้อมูลส่วนบุคคล

อย่างไรก็ตาม ความความท้าทายและการควบคุม AI คือ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ต้องมีการควบคุมโดยเน้นไปที่การได้มาซึ่งข้อมูลที่ใช้สอน AI ว่าต้องโปร่งใสและไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้น ตลอดจนการควบคุมด้านจริยธรรมและการกำกับดูแลเรื่องความรับผิดชอบเมื่อ AI ทำงานผิดพลาด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo