Digital Economy

เว็บผิดกฎหมายพุ่งแตะ 4 แสน URLs กระทรวงดีอี จับมือ สสส. ระวังภัยออนไลน์

ดีอี เผยสถิติปี 2568 เว็บผิดกฎหมายพุ่ง 4 แสนURLs ลุยจับมือ สสส. ผนึกกำลังคุ้มครองผู้ใช้สื่อออนไลน์ ร่วมสร้างเครือข่ายพลเมืองเฝ้าระวังภัยออนไลน์

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการความร่วมมือในการเฝ้าระวังสื่อดิจิทัล เพื่อผลักดันนโยบายและมาตรการคุ้มครองผู้ใช้สื่อออนไลน์ พร้อมสร้างกลไกการสื่อสารที่เข้มแข็ง เพื่อยกระดับการรู้เท่าทันสื่อของประชาชน

เว็บผิดกฎหมาย

นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า จากปัญหาการเผยแพร่เนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายบนสื่อดิจิทัลมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน บุหรี่ไฟฟ้า และโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาวะของเด็ก เยาวชน และประชาชน

ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้ทำการสำรวจข้อมูลเว็บผิดกฎหมายในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2566 – 30 ก.ย. 2568 พบว่า มีเว็บไซต์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายด้านการพนันและสินค้าต้องห้ามเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 6 หมื่นURLs ในปี 2567 เป็น 4 แสนURLs ในปี 2568

เป็นที่น่าสังเกตว่า เว็บไซต์การพนันมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า จาก 62,213 URLs ในปี 2567 เป็น 307,538 URLs ในปี 2568 ขณะเดียวกันเว็บไซต์ด้านเนื้อหาเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีแนวโน้มแพร่กระจายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านช่องทางสื่อออนไลน์

de

กระทรวงดีอี จึงได้ร่วมกับ สสส. ลงนามความร่วมมือเพื่อทำงานร่วมกัน โดยถือเป็นจุดเริ่มต้นสานพลังเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดความเสี่ยงจากภัยออนไลน์ ผ่านแนวทางการทำงาน 4 ด้าน ได้แก่

1. ผลักดันมาตรการและกลไกเชิงนโยบายในการสร้างความปลอดภัยและคุ้มครองผู้ใช้สื่อออนไลน์

2. สร้างความร่วมมือทางวิชาการและพัฒนางานสำรวจวิจัยทางสุขภาพและสังคม

3. พัฒนาระบบเฝ้าระวังภัยออนไลน์ที่ส่งผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย

4. สร้างค่านิยมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ปลอดภัย

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. มุ่งขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมและป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่กระทบต่อสุขภาวะของประชาชน โดยเฉพาะจากสื่อและพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัล ผ่านการสนับสนุนนวัตกรรม องค์ความรู้ และการสร้างค่านิยมการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ การลงนามความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลฯ ครั้งนี้ จะเดินหน้าสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัย ผ่านการขับเคลื่อนงานสำคัญ 7 มิติ ได้แก่

de1 1

1. พัฒนาระบบเฝ้าระวังภัยออนไลน์ ทั้งการแจ้งเบาะแส การส่งต่อข้อมูล รวมถึงการติดตามผล พร้อมจัดตั้งคณะทำงาน ปิดกั้นเว็บผิดกฏหมาย ซึ่งระหว่างเดือน มี.ค.-พ.ค. 2568 ได้ดำเนินการส่งต่อเว็บไซต์การพนันและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว 1,314 เว็บไซต์

2. พัฒนาพลเมืองเฝ้าระวังภัยออนไลน์ ผ่านกลไกอาสาสมัครดิจิทัล โดย สสส. จะสนับสนุนองค์ความรู้และนวัตกรรมในการพัฒนาอาสาสมัคร และขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครดิจิทัลในการสื่อสาร และเฝ้าระวังภัยออนไลน์ที่ส่งผลต่อสุขภาวะ

3. เชื่อมโยงข้อมูลสื่อองค์ความรู้สุขภาวะ ผ่านระบบข้อมูลสารสนเทศสุขภาพ เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเฉพาะบุคคล

4. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ด้วยระบบกลางภาครัฐ (Cloud Computing) เพื่อติดตามพฤติกรรมการสวมหมวกนิรภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดกฎจราจร

5. ดำเนินการสำรวจสถานการณ์รู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของคนไทย โดย สสส. จะร่วมออกแบบและกำหนดประเด็นแบบประเมิน เพื่อให้ผลสำรวจสามารถสะท้อนสถานการณ์ได้อย่างรอบด้าน

6. สนับสนุนการป้องกันและรับมือกับข่าวลวง ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารป้องกันการเผยแพร่ข่าวลวงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ

7. ขับเคลื่อนให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้และการรู้เท่าทันสื่อ ผ่านการจัดทำสื่อรณรงค์ และจัดเวทีสาธารณะ มุ่งสร้างทักษะการใช้สื่ออย่างสุขภาวะดีและสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo