Digital Economy

มองระยะยาว ‘ADVANC’ หลังขึ้นแท่นเน็ตบ้านเบอร์หนึ่ง!!

มองภาพธุรกิจระยะยาวของ ADVANC แข็งแกร่งมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง ซึ่งบริษัทจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ทั้งในแง่จำนวนลูกค้า 4.68 ล้านราย มีโครงข่ายครอบคลุม 1.31 แสนตารางกิโลเมตร  รองรับลูกค้าสูงสุด 9.5 ล้านราย

ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ราคาหุ้น ADVANC หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ปรับตัวขึ้นกว่า 15% สวนทางกับตลาดหุ้นไทย (SET Index) ที่ลดลงกว่า 13% ถือเป็นหุ้นใหญ่ที่กลับมาสู่ขาขึ้นแบบเนียนๆ จากปัจจัยบวกในแง่ผลประกอบการที่ฟื้นตัว เพราะการแข่งขันที่ลดลง รวมถึงความคาดหวังของตลาดเรื่องการปิดดีล TTTBB และ JASIF

กระทั่งล่าสุด ADVANC ได้ดำเนินการเข้าซื้อหุ้น 99.9% ของ TTTBB หรือ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ 3BB และเข้าซื้อหน่วยลงทุน 19% ของ JASIF หรือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน มูลค่ารวม 28,400 ล้านบาท แบ่งเป็น 16,500 ล้านบาท สำหรับ TTTBB และ 11.900 ล้านบาท สำหรับ JASIF ซึ่งดีลดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แล้ว

เน็ตบ้าน

แปลว่าต่อจากนี้ เราจะได้เห็นภาพธุรกิจในระยะยาวของ ADVANC แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง ซึ่งบริษัทจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ทั้งในแง่จำนวนลูกค้า 4.68 ล้านราย มีโครงข่ายครอบคลุม 1.31 แสนตารางกิโลเมตร พร้อมรองรับลูกค้าสูงสุด 9.5 ล้านราย

เน็ตบ้าน

โดย ADVANC จะทำตลาดอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง ภายใต้แบรนด์ใหม่ “AIS – 3BB FIBRE 3” ย้ำว่าลูกค้าเดิมของ AIS Fibre และ 3BB จะยังคงใช้บริการแพ็กเกจเดิมได้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ทางบริษัทจะมีการเสนอแพ็กเกจใหม่ ๆ เพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น เช่น ความเร็ว บริการดิจิทัล คอนเทนต์ และสิทธิพิเศษที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ADVANC เปิดเผยว่า นี่เป็นเป้าหมายในการทำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) เพื่อบริการลูกค้ามือถือที่บริษัทยังคงมีความแข็งแรงอย่างมาก อีกทั้งตลาดอินเทอร์เน็ตบ้านยังมีโอกาสเติบโตอยู่ราว 5-10%

เน็ตบ้าน

มุมมองนักวิเคราะห์ บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมิมว่าหลังการทำธุรกรรมครั้งนี้ ADVANC จะมีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจาก 2.4 ล้านราย เป็น 4.7 ล้านราย คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 46% และกลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในธุรกิจนี้ ด้วยเครือข่ายให้บริการครอบคลุมเพิ่มขึ้นจาก 8.8 ล้านครัวเรือน เป็น 13 ล้านครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมี 22 ล้านครัวเรือน และอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงอยู่ที่ 49%

สำหรับแผนธุรกิจระยะยาวธุรกิจ ภายหลังเข้าซื้อกิจการ TTTBB และ JASIF ผู้บริหาร ADVANC คาดว่าการควบรวมจะใช้เวลา 1.5 – 2 ปี โดยจะเสร็จเต็มรูปแบบในปี 2569 โดยมองถึงโอกาสทำ Cross-Sell (กลยุทธ์การเสนอสินค้าหรือบริการที่มีความเกี่ยวข้อง) เนื่องจากลูกค้า 50% ของ TTTBB ไม่ได้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ ADVANC อีกทั้งอาจมี Synergy ด้านต้นทุนผ่านทางการเจรจาต่อรองรอบใหม่กับ Vendor ด้วยขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพช่องทางการให้บริการและสาขา การควบรวมระบบไอที และอื่นๆ

นอกจากนี้ บริษัทให้ข้อมูลว่าจะช่วยลดต้นทุนในส่วนของ CAPEX ลงได้ 1,000 – 2,000 ล้านบาทต่อปี ลด OPEX ลงได้ 400 – 800 ล้านบาท และมีรายได้เข้ามาเพิ่มขึ้น 150 – 300 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการควบรวมทั้งหมดจะอยู่ที่ 500 – 700 ล้านบาทในปี 2566 – 2568

เน็ตบ้าน

ทั้งนี้ คำแนะนำการลงทุนของ บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ ยังคงมองว่าดีลนี้จะส่งผลกระทบต่อกําไรในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ดี คาดว่าในระยะยาวจะสร้างประโยชน์ให้กับ ADVANC จึงแนะนํา tactical call สําหรับ ADVANC ไว้ที่ NEUTRAL ปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 245 บาท สู่ 246 บาท เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายในการเขาซื้อกิจการ TTTBB และ JASIF ที่ตํ่ากว่าคาด

ขณะที่บทวิเคราะห์ บล. เมย์แบง แนะนำ “ซื้อ” หุ้น ADVANC ราคาเป้าหมาย 251 บาท เนื่องจากอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทนที่แข็งแกร่งในปี 2567 อยู่ที่ 4% และประมาณการกำไรของบริษัทยังบ่งชี้ถึงอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรหลักปีหน้า โดย ADVANC ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ 5 – 8% ต่อปี สำหรับธุรกิจอินเตอร์เน็ตบ้าน ด้วยแรงหนุนจากการ Cross-sell และการ Upsell

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

Avatar photo
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight