COLUMNISTS

‘มาร์ค’ท้ารบ ‘บิ๊กตู่’ ระวังตาอยู่ ‘เพื่อไทย’

4

สมรภูมิการเมืองช่วงนี้ดูเหมือนเริ่มร้อนระอุขึ้นทุกขณะ เห็นพรรคการเมือง พรรคเล็กพรรคใหญ่ ต่างออกมาเปิดโฉมหน้ากันเป็นทิวแถว  มีทั้งคนการเมืองแบบดึกดำบรรพ์ การเมืองรุ่นใหม่ เรียกว่าเรียงคิวโผล่หน้ากันออกมา หลังจากถูกแช่แข็งมานาน แต่สิ่งที่เป็นอยู่ก็ใช่ว่าจะมีการปล่อยวางได้ง่ายๆ

วันก่อนเห็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาโปรยยาหอมทำนอง “กำลังพิจารณาปรับแก้ไขคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 แต่ยังไม่ได้พูดคุยรายละเอียดว่าจะปรับแก้ในข้อใดบ้าง เพราะต้องเชิญทั้งตัวแทนจากคสช. รัฐบาล และ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาพูดคุยกันก่อน”

ดูเหมือนประโยคนี้เอาไปตีความกันเสียเหลือเกินว่าคสช.กำลังจะปล่อยผีการเมือง บอกเลยอย่าหลงดีใจ อาจจะไม่ใช่อย่างที่คิดก็เป็นได้ เมื่อถึงเวลาอะไรก็เปลี่ยนได้

ยิ่งได้ยินบอกว่า “การปลดล็อคให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้อาจเป็นช่วงเดือนมิถุนายน”อย่างที่เคยพูดๆ ไว้ ประเด็นนี้ก็มิอาจจะเชื่อได้อีกเช่นกันว่า จะปลดล็อคให้ได้จริงหรือเพราะการเมืองเป็นเรื่องไม่แน่นอน

ยิ่งได้ยินพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. บอกว่า “จะไม่มีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าว เพียงแต่จะมีการแก้ไขเชิงธุรการบางประเด็นเท่านั้น”
ยิ่งเห็น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาสวมบทโหด ออกมาเสียงแข็ง “ใครสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก ไม่ต้องมาที่พรรคให้ไปที่อื่น” อาการเกรี้ยวกราดแบบนี้ “ลุงตู่”ควันออกหูเป็นธรรมดา โต้ทันที

พร้อมกับสั่งสอนกลับ “พูดอะไรมาระมัดระวังไว้ด้วย การพูดจาต่างๆต้องระมัดระวัง อยู่ที่ประชาชนจะเชื่อถือได้แค่ไหนอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องมาสนับสนุน แต่กรุณาพูดจาให้มันดีๆ ใครจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนผมแล้วแต่เขา ไอ้การพูดอย่างนี้มันฟังดูดีหรือเปล่า ให้เกียรติซึ่งกันและกันหรือเปล่า  ถ้าบางเวลาผมมีอารมณ์ขึ้นมาแล้ว ผมพูดไปมันก็เสียหายด้วยกันทั้งหมดไม่อยากมีอารมณ์ตรงนี้  ประชาชนไปใคร่ครวญเอาเอง ดูด้วยวันหน้าเขาจะทำตัวกันอย่างไรที่ออกมาพูดกันวันนี้ ลองคอยดูวันหน้าแล้วกัน เลือกตั้งแล้วจะเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาจะเปลี่ยนท่าทีอะไรกันอย่างไร”

ยิ่งเห็นข่าว สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มีความเคลื่อนไหวทาบทามอดีตส.ส.จากหลายพรรคการเมืองเพื่อไปร่วมงานกับพรรคการเมืองใหม่  สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้ง มีความชัดเจนหนักเข้าไปอีกว่า ช่วงแรกจะให้ อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  หัวหน้าพรรค และ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นเลขาธิการพรรค ส่วนพล.อ.ประยุทธ์จะนั่งที่ปรึกษาพรรค

หนักไปกว่านี้สมคิด ยังเดินสายทาบทามอดีตแกนนำหลายกลุ่มเข้าร่วมวง รวมไปถึงรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล อย่างนี้บอกเลยไม่ธรรมดา ขาหนึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ อีกขาหนึ่งเป็นแกนนำตั้งตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา อย่างนี้ชัดเจนใครได้เปรียบเสียเปรียบวัดกันไปเลย

แต่ที่แน่ๆ แว่วๆ มาว่ามีอดีตนักการเมืองจำนวนไม่น้อยอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้จะเข้าร่วมดีหรือไม่ เพราะตอนนี้ ไม่ใช่ขาขึ้นอย่างที่คิด มองเลยไปในอนาคตถึง ความเหมาะสม อีกต่างหาก จึงเป็นจุดที่ทำให้หลายกลุ่มยังไม่ลงตัวว่าจะร่วมวงได้แค่ไหน ระหว่างนี้ก็ว่ากันไปใครจะอยู่กับใคร หรือจะส่งตัวแทนร่วมกลุ่มแค่ไหน เพื่อไม่เป็นการตัดเยื่อใย ก็ว่ากันไป

แต่สิ่งที่ต้องระวังเวลานี้ทั้งมาร์คและบิ๊กตู่ อย่ามัวแต่ประลองยุทธ์กันทางอารมณ์ จนทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย สุดท้ายตาอยู่อย่าง พรรคเพื่อไทยโกยคะแนนนิยม จากประชาชนไปแบบไม่รู้ตัว เพราะถึงอย่างไรวันนี้ เรายังไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ว่า ประชาชนเขาจะเอาด้วยหรือไม่ ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคใหม่จะเป็นของใครก็ตาม โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัด ที่รู้สึกว่าลำบากเวลานี้ โดยเฉพาะประชาชนระดับล่าง