ส่งกำลังใจครั้งใหญ่ นุ่น-หลุยส์ ในวันที่สูญเสียลูกในครรภ์ โดยเผยสาเหตุว่าเกิดจากภาวะมดลูกแตก
หลังจากที่ นุ่น-รมิดา ประภาสโนบล กับสามี หลุยส์ สก๊อต ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรื่องการสูญเสียลูกในครรภ์ โดยเผยสาเหตุว่าเกิดจากภาวะมดลูกแตก หลังเคยผ่าตัดเมื่อ 5 ปีก่อน โดย นุ่น ใช้เวลารักษาใน ICU 4 วัน รวมรักษาในโรงพยาบาล 6 วันด้วยกัน

ส่งกำลังใจครั้งใหญ่ นุ่น-หลุยส์ ในวันที่สูญเสีย
เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2569 ได้มีการเผยจดหมายเชิญในวันพรุ่งนี้ 29 มกราคม 2569 โดยมีเนื้อหาใจความว่า “หลุยส์ สก๊อต” และ “นุ่น–รมิดา ประภาสโนบล” อัปเดตเรื่องการสูญเสีย นุ่น–หลุยส์ ขออนุญาตงดตอบคำถามและสัมภาษณ์สื่อ
รายชื่อผู้แถลง
1. พญ.ปานวาด หาญอมร สูตินรีแพทย์ / แพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
2. นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสคร์มารดาและทารกในครรภ์จาก PWS CLINIC BANGKOK
วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 14.30-15.30 น. โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ห้องประชุมบัญชา ล่ำซำ อาคาร 2 ชั้น 6”

ต่อมา นุ่น และ หลุยส์ พร้อมทีมแพทย์ ได้มีการเปิดใจเรื่องของการสูญเสียในครั้งนี้ว่า ตนไม่ได้ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลสมิติเวช แต่ฝากครรภ์กับคลินิกส่วนตัว โดยขอให้สูตินารีแพทย์เป็นผู้ชี้แจง
คุณหมอนัท ได้เปิดเผยว่าตนเองดูแลตั้งแต่ช่วงฝากครรภ์มาโดยตลอด ขอเล่าในข้อเท็จจริงการดูแลตามมาตรฐานทางวิชาชีพ ตลอดเวลาที่ฝากครรภ์มา พี่นุ่นเป็นผู้หญิงที่เก่งคนนึง มาตามนัดตลอดกับพี่หลุยส์ ในช่วงเวลาฝากครรภ์ การประเมินทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่อย่างที่ทราบว่า พี่นุ่น เคยมีประวัติของการมีเนื้องอกในมดลูกมาก่อน เคยผ่าตัดมาแล้วก่อนหน้านี้ นั่นคือประวัติเสี่ยง และปัจจัยเสี่ยงอย่างนึง ที่ทั้งคู่รับทราบข้อมูล และทีมแพทย์ได้เฝ้าระวังมาโดยตลอด
จนเข้าสู่ไตรมาสที่สาม ก็คือใกล้คลอดแล้ว เราติดตามถี่ขึ้นทุกสัปดาห์ น้ำหนัก การบีบตรวจของมดลูก จากการตรวจพบไม่มีการผิดปกติใด ๆ ในระหว่างนั้นมีการประสานงานกับโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อวางแผนการคลอด และเผื่อมีการฉุกเฉิน พี่นุ่นสามารถเข้ารับการรักษาได้ทันที ซึ่งการตอบรับจากโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เป็นอย่างดี
จนวันเกิดเหตุ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา ในช่วงเวลานั้นอายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนด พี่นุ่นมีอาการเจ็บครรภ์คลอดลูกก่อนกำหนด เจ็บท้องรุนแรง จนวูบเกือบหมดสติ ตนได้รับประสานงานจาก หลุยส์ ตนก็รีบวางแผนและประสานงานกับทีมโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อให้มารับตรวจโดยฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ก็เข้ามารักษาได้ทันท่วงที
แพทย์หญิงปานวาด จากโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ได้เผยว่ามีการประสานงานจาก คุณหมอนัท มาแล้ว ในวันที่ 10 มกราคม ช่วงสาย ๆ คุณหมอนัทได้โทรมาแจ้งว่า คุณนุ่น มีอาการปวดท้อง มีอาการจุกแน่นทั่วท้อง ร่วมกับมีอาการวูบ ทางโรงพยาบาลก็ได้ให้รถฉุกเฉินและคุณหมอฉุกเฉินไปรับที่บ้าน คุณหมอได้โทรมาแจ้งว่าคุณนุ่น มีภาวะความดันโลหิตที่ต่ำมาก มีหัวใจเต้นเร็วมาก และมีอาการหายใจเร็ว ร่วมกับที่คุณหมอนัทเคยแจ้งก่อนหน้านี้ ว่าคุณนุ่นเคยผ่าตัดนำก้อนเนื้อที่มดลูกออก ทำให้มีแผลที่ตัวมดลูก รวมประวัติที่ได้หมด ทางทีมเลยมีความสงสัยน่าจะมีภาวะมดลูกแตก ซึ่งทำให้เสียเลือดในช่องท้องมาก ทางทีมจึงได้เตรียมห้องผ่าตัดฉุกเฉิน เพื่อให้การรักษาทันที เมื่อ คุณนุ่น มาถึงก็พาไปยังห้องผ่าตัดเลย ต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน และเราได้ทำการอัลตราซาวด์เพื่อประเมินสัญญาณชีพในครรภ์ และ ณ ตอนนั้น เราตรวตไม่พบสัญญาณชีพในครรภ์แล้ว
แต่เราจำเป็นต้องตัดสินใจผ่าตัด เพื่อให้การรักษา และเซฟชีวิตของคุณแม่ไว้ก่อน แล้วเราได้ทำการผ่าตัดคลอดทารกออกมา มีการพบเลือดออกมากในช่องท้องปริมาณมาก เมื่อตรวจที่ตัวมดลูกดู มีแผลขนาดใหญ่ แผลปริแตกในมดลูก มีเลือดออกจากบริเวณนั้น น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เลือดออกในช่องท้องมาก และทำให้ปริมาณความดันโลหิตต่ำ ทางทีมได้ทำการเย็บซ่อมที่ฉีกขาด ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ก็สามารถหยุดเลือดที่ออกจากแผลได้ จนสัญญาณชีพทุกอย่างพ้นระยะวิกฤติ เนื่องจากคุณนุ่น มีอาการเสียเลือดปริมาณมาก คุณนุ่นยังจำเป็นต้องรักษาต่อในห้อง ICU เพื่อให้เลือดอย่างต่อเนื่อง และเฝ้าระวัง
หลังจากนั้นเราพบว่า คุณนุ่นมีอาการน้ำท่วมปอด ซึ่งเกิดจากการที่ได้รับเลือดและสารน้ำในปริมาณที่มาก จึงยังไม่สามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ โดยมีทีมคุณหมอคอยดูแลรักษา จนสัญญาณชีพดีขึ้น และสามารถนำท่อช่วยหายใจออกได้ รักษาอยู่ในห้อง ICU ประมาณ 4 วัน หลังจากนั้นก็ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องในโรงพยาบาล เพื่อฟื้นฟู รวมทั้งหมดคุณนุ่นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลทั้งหมด 6 วัน สามารถกลับบ้านได้ค่ะ
คุณนุ่น : เรื่องทุกอย่างก็เป็นแบบนี้ค่ะ ส่วนสาเหตุและเหตุผลก็มาจากมดลูกแตก จากที่เคยผ่าตัดมาค่ะ ก็วันนี้ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่ให้กำลังใจ ทุกคน เราไม่รู้จะตอบแทนทุกคนยังไง เราขอโทษที่ไม่สามารถที่จะแบบตอบแชทต่าง ๆ ขอบคุณ แต่เราเห็นทุกอย่างนะคะ นุ่นไม่อยากให้ทุกคนเศร้ากับข่าวนี้ มันผ่านเวลาไปแล้ว ที่ผ่านมามันเศร้าพอแล้ว แล้ววันนี้ที่เราแถลงข่าวจริง ๆ อยากให้ทุกคนฟังความจริงที่มันเกิดขึ้นกับนุ่น ไม่อยากให้ทุกคนไปนั่งนับว่า 1-2-3 เกิดจากอะไร มันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเรา แล้วก็มันจะไม่ได้หมายความว่ามันจะเกิดขึ้นคนที่ตั้งครรภ์ในไตรมาส 3 ทุกคน มันแค่แจ็คพอตที่เรา ก็ถือว่าเป็นอุทาหรณ์รื่องนึง ที่หลาย ๆ คนเคยผ่าตัดระวังตัวมากขึ้น แต่ไม่ได้จะเกิดขึ้นกับทุกคน
สุดท้ายพี่ ๆ คงอยากถามว่าอนาคตนุ่นหลุยส์จะเป็นยังไงต่อคือตอนนี้เราโฟกัสในเรื่องของสุขภาพนุ่นมากกว่า เพราะจากที่เสียเลือดไปเยอะ นุ่น ต้องฟื้นฟูร่างกาย ส่วนที่ถามว่ายังอยากมีลูกอยู่ไหมมัน ยังมีความหวังอยู่ค่ะ ไม่ใช่วันนี้จะไม่มีลูกแล้ว นุ่น แค่คิดว่าจะเลือกมี หรือโฟกัสที่ชีวิตคู่ ตอนนี้ยังให้คำตอบอะไรไม่ได้ รู้แค่ว่าคนที่อยู่และรักนุ่นที่สุดก็น่าจะเป็น หลุยส์ เพราะว่าเขาต้องผ่านการรับรู้ข้อมูลที่มันไม่รู้ว่าไปคู่หรือจะเป็นยังไง
เพราะฉะนั้นให้เวลาเราให้กำลังใจเราผ่านจุดนี้ไปให้ได้ แล้ว นุ่น คิดว่ามันไม่นานหรอกค่ะ นุ่นเ คยสูญเสียมาเยอะ นุ่น ว่าชีวิตเราไปต่อได้เราจะกลับมามีรอยยิ้ม และ มีความสุขได้อีกครั้งแน่นอนค่ะ ทีมคุณหมอ และพยาบาลดูแลนุ่นดีมาก สุดท้ายก็ต้องขอบคุณพี่ ๆ นักข่าวทุกคน ที่ให้กำลังใจมาตลอด

และในเวลาต่อมา หลังจากที่ นุ่น และ หลุยส์ ได้ออกมาอัปเดตเรื่องการสูญเสีย ทางด้านของ นุ่น ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวบัญชี noonrami เป็นครั้งแรกโพสต์ภาพที่สื่อความหมายแทนคำขอบคุณว่า
“ขอบคุณทุก ๆ คนมาก ๆ นะคะ สำหรับกำลังใจที่ส่งให้นุ่นหลุยส์ มันมีความหมายกับเราที่สุด” ซึ่งจากโพสต์ดังกล่าวที่ถูกเผยแพร่ออกไปเพียงไม่นาน บรรดาเพื่อนพ้องร่วมวงการบันเทิงและแฟนคลับจำนวนมากต่างพากันแห่เข้ามาคอมเมนต์ ส่งสัญลักษณ์รูปหัวใจและข้อความให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม
ก่อนในวันที่ 30 ม.ค. 2569 นุ่น รมิดา ได้ออกมาชี้แจงอีกครั้งผ่านโซเชียล โดยระบุข้อความเอาไว้ว่า “จากการแถลงข่าวเมื่อวานของ นุ่นหลุยส์ เราแค่ต้องการบอกกับทุกคน ให้รับทราบว่าเราได้สูญเสียน้องไปด้วยอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ ไม่ใช่ 9 เดือนหรือ 40 สัปดาห์ เพราะเรารู้ดีว่าคงไม่สามารถปิดเรื่องนี้ได้ตลอดไป และคงไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตได้เหมือนปกติ เนื่องจากการใช้ชีวิตนอกบ้านหรือเพื่อนคนรู้จักเริ่มถามเราเกี่ยวกับคลอดน้อง เรา 2 คน จึงรวบรวมสติและเชิญสื่อมารับฟังข้อมูลด้วยตัวเอง
และเมื่อบอกถึงสาเหตุ ต่างมีความคิดเห็นมากมาย และมีบางท่านไม่ได้เข้าใจถึงการทำงานของแพทย์ที่ดูแลนุ่น และมันเริ่มมีผลกระทบกับความรู้สึกและหน้าที่ของคุณหมอ ซึ่งนุ่นและหลุยส์ยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่ตั้งคำถาม ไม่หาคนผิดกับเรื่องนี้ เพราะมันคือ “อุบัติเหตุ” คำพูดมากมายที่มี “รู้งี้,ถ้างั้น,แล้วทำไม เป็นคำพูดที่บั่นทอนความรู้สึกของเราและคุณหมอมากนะคะ ถ้าเรารู้ก่อนอุบัติเหตุ โลกคงสวยงามมากกว่านี้
สิ่งที่เกิดขึ้นมันบอบช้ำกันหมด เพราะความสัมพันธ์ของพวกเรา คือคนใน“ครอบครัว” ไม่ใช่แค่หมอกับคนไข้ทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 10 จนถึงวันแถลงข่าว ทุกคนโทรหากัน และร้องไห้ด้วยกันทุกวัน นุ่นในฐานะแม่ และหลุยส์ในฐานะคนเป็นพ่อ ก็ดูแลนุ่นและลูกอย่างดีที่สุดแล้ว ส่วนน้องหมอก็ทำดีที่สุดแล้วเช่นกัน หยุดโทษหมอหรือตั้งคำถามกับเราเถอะค่ะ ขอพื้นที่ให้เราได้หายใจและก้าวต่อไปเถอะนะคะ
คุณหมอหลายท่านออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องมดลูกแตกมากมาย และนุ่นก็อยากให้ทุกคนฟังและถามคำถามจากหมอมากกว่าเพจหรือบุคคลที่ไม่ใช่หมอนะคะ เพื่อได้ข้อมูลที่ถูกต้องและไม่ถูกฉวยโอกาสในช่วงนี้”
ขอบคุณที่มาภาพ : วันบันเทิง oneบันเทิง , noonrami




อ่านข่าวเพิ่มเติม
- นุ่น รมิดา วอนไม่หาคนผิด เพราะมันคือ ‘อุบัติเหตุ’ ทุกคนบอบช้ำกันหมด
- ตั๊ก ศิริพร ร้องไห้ตาม นุ่น-หลุยส์ เข้าใจทั้งสองคน จากคนที่เคยสูญเสียเหมือนกัน
- หมอณัฏฐ์ บอบช้ำก็ไม่ต่างกัน การได้ นุ่น รมิดา กลับมาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx