COLUMNISTS

New England Clam Chowder: เข้มข้นหอมมัน

Avatar photo
วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกและแห่งเดียวของไทยที่สอนด้านธุรกิจบริการโดยตรงในเครือโรงแรมดุสิตธานี

เป็นหนึ่งในสามซุปที่ผมชอบที่สุดเลยครับ สำหรับ นิว อิงแลนด์ แคลมชาวเดอร์ (New England Clam Chowder)

ด้วยความเข้มข้นหอมมันของซุปนี้ ผมจึงนำมาสอนนักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานี ในหัวข้อ Seafood Cookery เลยครับ แต่สอนได้ไม่นานก็ต้องถอดออก แล้วหาเมนูใหม่มาสอนแทนเพราะมันดันมีเนื้อหาใกล้เคียงกับวิชา Stock, Soup, Sauce มากไปหน่อย

New England Clam Chowder

ก็ไม่เป็นไรครับ ไม่สอนเป็นวิชาหลักแต่เดี๋ยวก็เอามาใส่ในหลักสูตรระยะสั้นได้ (ผู้อ่านทราบกันใช่ไหมครับว่า วิทยาลัยดุสิตธานีนอกจากจะสอนระดับปริญญาตรี และปริญญาโท แล้ว ยังมีหลักสูตรสั้นอีกมากมายด้วย)

มาเริ่มกันจากชื่อก่อนเลยครับ ชื่อ ชาวเดอร์ นั้นมีที่มาจากคำว่า โช-เดียร์ (Chaudière) ในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งแปลว่าหม้อต้ม ลักษณะในสมัยนั้นก็คงจะประมาณว่า เป็นแกงจืดชาวเล ที่มีสัตว์ทะเลต้มกับผักชนิดต่าง ๆ

ต่อมา เมื่อคนฝรั่งเศสอพยพมายังอเมริกาในช่วงศตวรรษที่ 18 พวกเขาก็นำวัฒนธรรมอาหารเหล่านี้มาด้วย ในปี 1751 สูตร Chowder ถูกบันทึกครั้งแรกใน บอสตัน อิเวนนิ่ง โพสท์ (Boston Evening Post) ว่าเป็นอาหารที่ใช้วิธีการปรุงแบบ “Layering” หรือการวางวัตถุดิบเป็นชั้น ๆ เช่น เริ่มจากหมูเค็ม หัวหอม เนื้อสัตว์ทะเล ตามด้วยมันฝรั่ง และน้ำสต็อก ว่ากันง่าย ๆ คือใส่ทุกอย่างแล้วต้มไปพร้อม ๆ กันนั่นเอง

ที่นิวอิงแลนด์ หอย (Clam) เป็นสัตว์น้ำที่หาง่าย ผู้อพยพจึงใช้หอยเป็นส่วนผสมหลัก ทำให้ซุปชาวเล ก็แปลงร่างมาเป็นซุปหอยแทน

New England Clam Chowder

ในยุคแรก ซุปนี้มีความเรียบง่าย มีเพียงหอย มันฝรั่ง และน้ำซุปจากหมูเค็ม แต่ต่อมาก็พัฒนาสูตรโดยเพิ่มนม และครีมเข้าไป ทำให้ได้เป็นอาหารชนิดใหม่ แล้วก็ตั้งชื่อว่า นิว อิงแลนด์ แคลม ชาวเดอร์ (New England Clam Chowder) ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคนั้นมาจนถึงทุกวันนี้

ตามธรรมชาติ ที่ไหนที่มีมนุษย์มากกว่า 1 คน ที่นั่นย่อมมีความขัดแย้งครับ ในศตวรรษที่ 19 แคลมชาวเดอร์ เริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น เมื่อวัฒนธรรมการปรุงอาหารของชาวอเมริกันขยายไปยังภูมิภาคอื่น ๆ

เช่นใน แมนฮัตตัน ซุปนี้ถูกดัดแปลงให้มีน้ำซุปสีแดงจากมะเขือเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่าง นิวอิงแลนด์ และ แมนฮัตตัน เนื่องจากชาวนิวอิงแลนด์มองว่า การใส่มะเขือเทศลงในแคลมชาวเดอร์ ถือเป็นการ “บิดเบือนต้นตำรับ”

ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 1939 ยังมีเหตุการณ์ “สงครามซุปหอย” ในรัฐเมน เมื่อสมาชิกสภาท้องถิ่นพยายามออกกฎหมายห้ามใส่มะเขือเทศในแคลมชาวเดอร์ เรื่องปกันใหญ แต่ก็ยังดีที่กฏหมายนี้ ไม่ได้รับการอนุมัติ

ทุกวันนี้ แคลมชาวเดอร์ มีหลากหลายรูปแบบ เช่น แปซิฟิก นอร์ท เวสต์ ชาวเดอร์ (Pacific Northwest Chowder) ที่ใช้น้ำซุปใส และปลาท้องถิ่น หรือ ไมเนอร์แคน ชาวเดอร์ (Minorcan Chowder)

ในฟลอริดาก็มีที่เติมรสเผ็ดจาก พริกดาทิล (Datil Pepper) ซึ่งแต่ละสูตรก็สะท้อนเอกลักษณ์ของภูมิภาคนั้น ๆ

New England Clam Chowder

มาถึงสูตรของผมบ้าง เพื่อความเข้มข้น ผมจะทำน้ำสต็อกปลาขึ้นมาก่อน ซึ่งแค่นี้ก็หอมแล้ว  จากนั้นก็จะนำหอยตลับที่ล้างแล้ว นำไปลวกจนสุก จะทำให้เราได้หอยสุก พร้อมกับสต็อกซีฟู้ดที่เข้มข้น

ในอีกกระทะ ผัดเบค่อนจนคายน้ำมันออกมา แยกเบค่อนไปพัก และในกระทะเบค่อนก็ใส่ผักและมันฝรั่งตามสูตร ผัดจนนุ่ม

จากนั้นก็ ดีเกลส (Deglaze) หรือชะด้วยไวน์ขาวเล็กน้อย เพื่อให้รสชาติทั้งหมดอยู่ในส่วนผสม เติมน้ำสต็อกที่ใช้ลวกหอยลงไป ต้มจนผักทั้งหมดสุก ใส่หอยที่ลวกไว้ก่อนหน้านี้กลับไป

เติมครีม แต่งรสให้ค่อนข้างเข้ม แล้วก็เสิร์ฟในชาม ที่ทำจากขนมปังควักไส้กลางออกมาก็จะได้ประมาณนี้

thumbnail 202A6681 R
ผู้เขียน: อาจารย์วีร์ วงศ์สันติวนิช อาจารย์ประจำกลุ่มวิชาอาหารตะวันตก วิทยาลัยดุสิตธานี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg