หมุนเวียน เปลี่ยนระบบการผลิต การเลือกใช้วัสดุที่เวียนซ้ำกลับมาใช้ใหม่ได้
ทั่วโลกตระหนัก ยอมรับว่า จำต้องปรับเปลี่ยนระบบการผลิต การเลือกใช้วัสดุที่เวียนซ้ำกลับมาใช้ใหม่ได้ เรียก Circular Economy
โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ ขยะที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ
อุตสาหกรรมการผลิตสรรพสิ่งอำนวยความสะดวกของมนุษย์นี่แหละ ตัวการร้ายทำลายสภาพแวดล้อม

ดร.กิตติพันธุ์ บางยี่ขัน ผอ.กองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวระหว่างการสัมมนาสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ ด้วยแนวคิดการออกแบบสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อการใช้ทรัพยากรแร่และโลหะอย่างยั่งยืน ว่าโครงการนี้ ดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 ในปี 2568 มีผู้ประกอบการที่เข้าร่วม 6 ราย
หากกลุ่มนี้ นำต้นแบบที่ได้รับการพัฒนาไปประยุกต์ใช้ จะเกิดมูลค่าเพิ่มจากต้นทุนที่ลดลงหรือรายได้ที่เพิ่มขึ้น ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 145 ล้านบาท ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ไม่น้อยกว่าปีละ 5,815 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ลดปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
ผู้ที่สนใจ ให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมอาจรู้สึกขัดใจ ที่มีผู้ประกอบการเข้าร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ภายใต้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนเพียงน้อยนิด จากจำนวนอุตสาหกรรมเป็นหมื่นรายในประเทศ

เศรษฐกิจหมุนเวียนจะว่าเป็นของใหม่ก็ไม่ผิด สหภาพยุโรป (อียู) เริ่มประกาศปี 2015 กำหนดแนวคิดอุตสาหกรรม 2020 ในแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน(Circular Economy) ทางด้านการผลิตอุตสาหกรรม การบริโภค การจัดการขยะ การเปลี่ยนแปลงขยะให้เป็นวัตถุดิบในการผลิต
ประเทศอื่นๆที่ต้องทำมาค้าขายกับอียู ก็จำต้องปรับตัว ในเวลาเดียวกันก็ยอมรับกันว่า หลักการนี้จะช่วยลดมลพิษประหยัดการใช้ทรัพยากร ก็เลยนำมาเป็นแนวปฏิบัติไปตามๆกัน
แต่การปรับตัวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแนวคิด ระบบงาน การแสวงหาวัตถุดิบ ต้นทุนเปลี่ยนไป
มันอาจจะให้ผลดี ช่วยลดต้นทุน แต่กฎหมาย ระเบียบ เกณฑ์มาตรฐานต่างๆที่มี ยังยึดโยงอยู่กับระบบการผลิตที่ใช้ในปัจจุบัน
ในยามที่ยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่ชัด หากผู้ประกอบการจะเข้าระบบ คงต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่ามากๆ วัตถุดิบที่ใช้ราคาสูง การออกแบบตามระบบหมุนเวียน น่าจะลดต้นทุนได้
แต่สินค้าราคาต่ำ เช่น พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง การปรับเปลี่ยนระบบการผลิตซึ่งเป็นการลงทุนก้อนใหญ่อาจทำได้ยาก
จึงต้องมีการออกกฎหมายเพื่อสร้างหลักเกณฑ์เป็นแรงจูงใจ

กรมควบคุมมลพิษ ได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน พ.ศ. …. หรือ Extended Producer Responsibility (EPR) มีหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต ต้องรับผิดชอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของตนเองตลอดทั้งวงจรชีวิต ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การกระจายสินค้า จนถึงการจัดการหลังการบริโภค เช่น การเก็บรวบรวม การนำกลับมาใช้ซ้ำ และการรีไซเคิล เพื่อลดปริมาณขยะและส่งเสริม เศรษฐกิจหมุนเวียน
คาดว่าจะประกาศบังคับใช้ในปี 2570
เวลานี้ อยู่ในช่วงสร้างความเข้าใจ สร้างแรงจูงใจ ให้ผู้ประกอบการรับรู้ สนใจ
ผู้บริโภคก็ควรใส่ใจ พิจารณาทุกครั้งที่จะซื้อหา สินค้าใดๆ ให้ความสำคัญกับการเลือกวัตถุดิบ หรือมีแผนจัดการขยะมากน้อยแค่ไหน
เป็นอีกทางที่ช่วยลดภาระของโลกได้


อ่านข่าวเพิ่มเติม
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- Twitter: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg