COLUMNISTS

Slow Roasted Pork Ribs ถึงคลาสนี้ทีไร นักศึกษาร้องว้าวทุกที 

Avatar photo
วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกและแห่งเดียวของไทยที่สอนด้านธุรกิจบริการโดยตรงในเครือโรงแรมดุสิตธานี

หนึ่งในคลาสที่นักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานีของผมเฝ้ารอ คือ สโลว์ โรสท์ พอร์ค ริบส์ (Slow Roasted Pork Ribs)

เขาบอกกันมารุ่นต่อรุ่นว่า คลาสนี้อร่อยที่สุดในปีการศึกษาแล้ว จะถูกปากกันแค่ไหน ก็บอกได้แค่มีนักศึกษาจำนวนหนึ่งที่จบไปแล้ว นำไอเดียในคลาสไปต่อยอดทำธุรกิจเลยทีเดียว 

Slow Roasted Pork Ribs

ใคร ๆ ที่เห็นอาหารจานนี้ก็มักจะเรียกว่า บาร์บีคิว พอร์ค ริบส์ (Barbecue Pork Ribs) แต่วิธีการปรุงอาหาร (Cooking Method) ที่ผมใช้ ไม่ใช่การนำไปบาร์บีคิว (Barbecue, Barbecuing)

ดังนั้น บาร์บีคิวตามนิยาม กับที่ผมสอนแตกต่างกันอย่างไร เราไปดูกันก่อนครับ 

เริ่มจากนิยามของ “บาร์บีคิว” ก่อน มันคือวิธีการปรุงอาหาร หรือทำอาหารให้สุกโดยการย่างหรือรมควันเนื้อสัตว์บนไฟอ่อนในระยะเวลานาน

เน้น การใช้ไฟแบบอ้อม ๆ (Indirect Heat) คือวางเนื้อไว้ด้านหนึ่ง แล้วก่อสุมไฟอีกด้านหนึ่ง เพื่อให้เนื้อสุกช้า ๆ ซึมซับรสชาติจากเครื่องปรุง และกลิ่นควัน ซึ่งเป็นเทคนิคการทำอาหารอเมริกันแบบดั้งเดิม

เนื้อส่วนที่ใช้ ก็เป็นเนื้อส่วนที่มี เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective Tissue) จำนวนมาก เช่น ส่วนซี่โครง (Ribs) สะโพกหมู (Pork Shoulder) หรือเนื้อหน้าอกวัว (Brisket) 

การปรุงบาร์บีคิว เริ่มจากการเลือกเนื้อที่มีไขมัน และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เพื่อช่วยเพิ่มความฉ่ำจากทั้งโปรตีน และไขมัน  จากนั้นจึงทา เครื่องปรุงแห้ง (Dry Rub) อันได้แก่เครื่องเทศต่าง ๆ และหมักข้ามคืน เพื่อให้รสชาติเข้าเนื้อ

เมื่อนำไปอบ การใช้ไฟแบบอ้อมจะช่วยควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในช่วง 90-150°C โดยเติมถ่านและไม้ชิพเพื่อสร้างกลิ่นรมควัน

การปรุงอย่างช้า ๆ นี้ทำให้ คอลลาเจน (Collagen) ในเนื้อที่มีความเหนียว และแข็งตัวในอุณหภูมิต่ำ ค่อย ๆ แตกตัวเป็นเจลาติน ช่วยให้เนื้อมีความนุ่มและฉ่ำ

Slow Roasted Pork Ribs

ขณะเดียวกัน อีลาสติน (Elastin) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ที่ไม่สามารถแตกตัวได้ ก็จะสลายไปบางส่วน ทำให้เนื้อสัมผัสนุ่มขึ้น 

สำหรับ ซอสบาร์บีคิว (Barbecue Sauce) มีหลากหลายสูตร แต่ส่วนผสมหลักมักประกอบด้วย มะเขือเทศ หรือซอสมะเขือเทศ น้ำส้มสายชู หรือซอสเปรี้ยว และน้ำตาล หรือน้ำผึ้ง ส่วนผสมพื้นฐานเหล่านี้ ทำให้ซอสมีสีน้ำตาลอมแดง เนื้อสัมผัสเหนียวพอที่จะเคลือบเนื้อสัตว์ได้ และมีรสชาติเปรี้ยวหวาน 

มาดูสูตรที่ผมสอนกันบ้างครับ เริ่มต้นจากการนำซี่โครงหมูทั้งแผงมาตัดแต่งไขมันส่วนเกินออก จากนั้นก็นำเครื่องเทศต่าง ๆ เช่น ปาปริกา (Paprika) กระเทียมผง และอื่น ๆ มาทาที่ชิ้นเนื้อ แล้วตบเบา ๆ เพื่อไม่ให้เครื่องเทศเคลือบชิ้นเนื้อหนาเกินไป เพราะจะทำให้ขมได้

จากนั้นก็นำอะลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminum Foil) ห่อตามรูปแบบที่กำหนด โดยระวังไม่ให้กระดูกแทงทะลุฟอยล์ เพราะถ้ามีรูรั่ว อบไป 4 ชั่วโมงคงไหม้แน่ ๆ 

เมื่อถึงคลาสในวันถัดมา เราจะนำซี่โครงที่เตรียมไว้เข้าอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 120°C เป็นเวลา 4 ชั่วโมง ระหว่างนั้นคอลลาเจนจะละลายกลายเป็นเจลาตินเงางามเคลือบซี่โครง ส่วนอีลาสตินจะนุ่มลง จนแทบละลายเหมือนการทำหมูตุ๋นในระบบปิด 

เมื่อครบเวลา เรานำซี่โครงออกมาแล้วแกะฟอยล์ออก ณ จุดนี้ขนาดจะยกซี่โครงหมูออกจากถาดยังต้องระวังเลยครับ เพราะมันนุ่มจนอาจจะหลุดเป็นชิ้น ๆ ได้ ส่วนกระดูกน่ะเหรอ ใช้นิ้วคีบแล้วดึงให้หลุดจากเนื้อได้เลย  

Slow Roasted Pork Ribs

วางเนื้อบนถาด ทาซอสบาร์บีคิวสูตรพื้นฐานลงไป จากนั้นก็นำไป บรอยล์ (Broil) ซึ่งเป็นการย่างโดยให้ความร้อนมาจากด้านบน ทำให้ซอสเกิดการ คาราเมลไลเซชัน (Caramelization) จนผิวด้านนอกกลายเป็นสีน้ำตาล รสชาติเปลี่ยนไป และมีความกรอบเล็กน้อย  

เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนก็จัดจานเสิร์ฟได้เลย แต่พอไปล้างมือแล้วหันกลับมา ก็มักจะเหลือแค่ครึ่งเดียว เพราะอีกครึ่งเข้าไปอยู่ในปากนักศึกษากันแล้วครับ! อาจารย์ต้องวิ่งไปแย่งชิมซะงั้น ผมถึงบอกว่า ถึงคลาสนี้ทีไร นักศึกษาร้องว้าวทุกทีไงละครับ 

thumbnail 202A6681 R
ผู้เขียน: อาจารย์วีร์ วงศ์สันติวนิช อาจารย์ประจำกลุ่มวิชาอาหารตะวันตก วิทยาลัยดุสิตธานี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg