COLUMNISTS

สถานศึกษาปลอดภัย..นักเรียนล่ะ?

Avatar photo
วีระพันธ์ โตมีบุญ อดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์ บรรณาธิการข่าวเว็บไซต์ และคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
อดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์ บรรณาธิการข่าวเว็บไซต์ และคอลัมนิสต์ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

สถานศึกษาปลอดภัย..นักเรียนล่ะ?

ทุกกิจกรรมที่หน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการจัดขึ้น จะมีคำสำคัญที่ฟังจนจำได้แม่น

ถึงมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา ตามนโยบายเรียนดี มีความสุข ของพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ห่วงใยในสวัสดิภาพความปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

สถานศึกษา

การยึดถือย้ำนโยบายเป็นคาถาเป็นสิ่งดี โดยเฉพาะการตระหนักว่า แนวทางนั้นไม่ได้จำกัดแค่เขตรั้วโรงเรียน การปฏิบัติก็ไม่ได้เอาแต่เดินตามตัวอักษร หรือเลือกทำตามกรอบเวลาราชการเท่านั้น

ความปลอดภัยและการเรียนดีมีความสุขไม่ใช่แค่ป้องกันสกัดไม่ให้มีใครพกอาวุธมาทำร้ายกันในโรงเรียนเท่านั้น

ความเสี่ยงภัยระหว่างไปกลับก็ต้องใส่ใจ

ทุกเช้า เย็น ใครผ่านสถาน ศึกษามัธยมลงไปถึงประถม จะพบเห็นนักเรียนวันรุ่นขับขี่จักรยานยนต์ ด้วยอาการความเสี่ยงไม่ปลอดภัย

อย่างน้อยก็ซ้อน 3

การใช้ความเร็ว  การขับขี่ลักษณะประมาทหวาดเสียว มีทั่วไป เพราะอยู่ในวัยคะนอง

น่าสงสัย เชื่อได้ว่า ส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่

ประกันภัยมีหรือไม่ก็คงเดากันได้

ไม่เคยได้ยินว่า กระทรวงศึกษาธิการ สถานศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)มีนโยบายเรื่องนี้อย่างไร

สถานศึกษา

นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยเมื่อเดือนมิถุนายน 2567  ในระหว่างการประชุมวิทยากรเพื่อจัดการความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ จังหวัดเชียงใหม่ อ้างถึงข้อมูลการบาดเจ็บ ของกรมควบคุมโรค พบว่าเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุด!

ช่วง 10 ปี ระหว่างพ.ศ. 2554 – 2563 เด็กและเยาวชนช่วงอายุ 10 – 19 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน  26,930 คน เฉลี่ยปีละ 2,693 คน และคาดการณ์แนวโน้มว่าจะเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

รายงานของกรมควบคุมโรค เรื่อง เด็กและเยาวชนไทยตายจากอุบัติเหตุทางถนน คาดการณ์ว่าถ้ายังแก้ปัญหาแบบเดิม ไม่มีเป้าหมายชัดเจน ในอีก 11 ปีข้างหน้า (2563-2573) จะมีเด็กและเยาวชนเสียชีวิต ถึง 40,421 คน หรือเฉลี่ยปีละ 3,675 คน/ปี

หากลดการตายได้ปีละ 5% ใน 10 ปีจะช่วยชีวิตเด็กและเยาวชนได้ถึง 14,892 คน

การมีรถขี่ไปเรียนเพราะพ่อแม่ผู้ปกครองจัดให้ ด้วยเหตุผลใดก็ตาม

แต่คงลืมภาระ ความรับผิดชอบที่จะตามมา

อุบัติภัยทางถนนทุกครั้ง มีมูลค่าความเสียหายที่เกินกำลังความสามารถของผู้ก่อเหตุทั้งสิ้น

ตัวอย่างทายาทตระกูลธุรกิจหมื่นล้าน ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ผ่านมาหลายปีก็ยังหลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศ

ยิ่งพยายามช่วยกลับบานปลาย

สถานศึกษา

อุบัติเหตกับจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่ผู้ขับขี่และคนซ้อนมักได้รับบาดเจ็บ หรืออันตรายถึงชีวิต ที่พิการเป็นภาระแก่ครอบครัวต้องดูแลไปตลอดก็ไม่น้อย

ไม่สามารถจะกลับมาเรียนดีมีความสุขได้

กระทรวงศึกษาธิการขยายขอบเขตความปลอดภัยให้กว้างออกมาได้ไหม

ให้ไปและกลับโดยสวัสดี มีชีวิตรอดจนจบการศึกษา

จะเป็นที่ภาคภูมิของคุณครูและครอบครัวอย่างแท้จริง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่