เที่ยวไทย กำลังใจและความหวัง
น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยว่า ได้ปรับเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2568 จำนวน 35.5 ล้านคน เท่ากับปี 2567
คาดว่ารายได้จากตลาดต่างประเทศเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% หรือ 1.83 ล้านล้านบาท ตลาดในประเทศ 205 ล้านคน/ครั้ง สร้างรายได้ 1.17 ล้านล้านบาท รวมรายได้รวมทั้งระบบ 3 ล้านล้านบาทเท่ากับปี 2562

พร้อมกับเตรียมเสนอของบประมาณ 3,500 ล้านบาทจากรัฐบาล ทำ3 โครงการ ได้แก่
1. เที่ยวไทยคนละครึ่ง อาจลดเหลือต่ำกว่า 1 ล้านสิทธิ
2. การส่งเสริมตลาดร่วมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางเอง (FIT)
3.ส่งเสริมการตลาดร่วมกับสายการบิน เน้นการเช่าเหมาลำจากจีนที่มีผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า 85% เพื่อพยุงตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ได้รับผลกระทบหนัก

ส่วนนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวไทย ช่วง 1 มกราคม – 28 เมษายน 2568 ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 9.52 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.73% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 มีการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล ทดแทนนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอตัวและหายไป
เดือนพฤษภาคมนี้ จะมีโครงการ “สวัสดี หนีห่าว” เชิญอินฟลูเอนเซอร์และผู้สื่อข่าวส่วนกลางของจีน 300 คน มาประชาสัมพันธ์ภาพการท่องเที่ยวไทยจริง ๆ ออกไป
การแสดงออกของผู้คุมงานด้านการท่องเที่ยว พยายามเลี่ยงประเด็นนักท่องเที่ยวจากจีนหดตัวลงจำนวนมาก แต่กิจกรรมที่จะทำขึ้นก็เป็นความพยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเต็มที่
ข้อที่น่าสงสัยอยู่ตรงการแก้โจทย์ตรงจุดหรือไม่ เพราะภาพลักษณ์ และข่าวร้ายที่กระพือในต่างประเทศโดยเฉพาะจีนเกิดขึ้นและครอบงำการท่องเที่ยวทั้งระบบของประเทศโดยผู้ร้ายที่มีอยู่ทุกระดับทุกซอกมุม
กรณีนักแสดงชาวจีนถูกหลอกลวงโดยแก๊งสแกมเมอร์หรือ call center ผ่านประเทศไทยไปยังประเทศข้างเคียง และประเทศไทยร่วมมือกับทางการจีนทลายแก๊งวายร้าย จนส่งกลับประเทศไปหลายพันคน อาจเป็นเพียงเรื่องเดียวที่เราพอชี้แจงแสดงเหตุผลอธิบายได้ว่าเป็นการหลอกลวงจากนอกประเทศผ่านไทย เราไม่ใช่ ไม่เกี่ยวกับผู้ร้ายตัวจริง

แต่ข่าวด้านลบเกี่ยวกับประเทศไทยในด้านการท่องเที่ยว คือราคา การใช้จ่ายที่เคยได้รับการกล่าวถึงว่ามีความคุ้มค่าเงิน เปลี่ยนไป ด้วยคำว่าแพง
ซึ่งอาจไม่ได้หมายถึงมูลค่าของเนื้อสินค้าและบริการ แต่เพราะถูกขบวนการสร้างราคา รวมถึงการเอาเปรียบจากผู้ประกอบการรถโดยสารท้องถิ่น เช่นแท็กซี่หรือตุ๊กตุ๊ก
บางรายบอกทันทีที่ลงจากเครื่องบินขึ้นรถรับจ้างก็รับรู้ได้ว่าถูกเอาเปรียบ
รวมถึงการพาไปแหล่งชอปปิ้งที่มีการหลอกลวงหรือบังคับซื้อกลายๆ
ดูเป็นเรื่องเล็กน้อยในสายตาเจ้าหน้าที่ มีการร้องเรียนก็สอบสวน ปราบกันเป็นครั้งคราว ไม่ได้จัดการกับขบวนการ ทั้งไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือททท.
แต่ปัญหานี้ ต้องการการปราบปรามจริงจังในระดับที่ผู้นำประเทศนำทัพบัญชาการทำนองเดียวกันสั่งน้ำตัดไฟแก๊งสแกมเมอร์นอกประเทศ

ทุกวันนี้ยอมรับกันว่าการท่องเที่ยวเป็นเครื่องจักรสร้างรายได้ตัวเดียวของประเทศ เมื่อมีเรื่องกระทบกับลูกค้ารายใหญ่ประเทศจีน หน่วยงานที่มีหน้าที่ชักชวนมาเที่ยวจึงอยู่นิ่งไม่ได้ แม้ไม่สามารถไปไล่จับผู้ร้ายได้ก็ตาม
แต่ต้องกล้าบอกผู้นำและทุกฝ่ายให้รับรู้ว่าตัวปัญหาอยู่ตรงไหน ต้องจัดการอย่างไร ให้ได้ผลอย่างจริงจังเด็ดขาดถอนรากถอนโคน
เป็นกำลังใจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้ว่าการและบุคลากรของ ททท.
ขอให้ท่านกล้าโวยดังๆให้โลกรู้ว่าตัวการร้ายคือใคร ซ่อนตัวอยู่ตรงไหน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- Twitter: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg