ป้องกันไม่ใช่ปิดกั้น!!
ขอร่วมแสดงความเสียใจ เศร้าใจกับเหตุร้ายที่เกิดกับเด็กน้อย นักเรียน และคุณครู 23 ชีวิต จากอุบัติเหตุรถบัสโดยสารเพลิงไหม้ เกินกว่าความสามารถที่หน่วยกู้ภัยจะช่วยเหลือทัน
เหตุเกิดบนนถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า ตรงข้ามซอยพหลโยธิน 72 เป็นรถรถบัสโดยสารนำนักเรียน โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานีเดินทางทัศนศึกษา จ.พระนครศรีอยุธยา และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต จ.นนทบุรี รถคันเกิดเหตุมีครู นักเรียนรวม 39 ชีวิต
ทัศนศึกษาครั้งนี้ มาด้วยรถบัส 3 คันวิ่งตามกัน เหตุร้ายเกิดกับคันที่ 2

เป็นโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ รีบผละจากทำเนียบรัฐบาลไปยังที่เกิดเหตุ เป็นสิ่งแสดงว่ารัฐบาลให้ความสำคัญ ฉะนั้นต่อจากนี้ ควรได้เห็นความใส่ใจที่จะป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำได้ ไม่ว่าจะด้วยกรณีใดๆ
วันรุ่งขึ้น พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ มีคำสั่งให้งดการจัดทัศนศึกษาทันทีไม่มีกำหนด ไม่จำเป็นไม่ต้องไป เด็กต่ำกว่า ป.4 ให้ยกเลิกการเดินทางทัศนศึกษาออกจากต่างจังหวัดทั้งหมด หากจำเป็นต้องมีผู้ปกครองไปด้วย พิจารณาเป็นกรณี แต่ต้องดูแลความปลอดภัยครู เด็กนักเรียนให้ครอบคลุมทุกมิติ มีการวางแผน เช่น ให้ผู้ปกครองไปด้วย ดูงานใกล้โรงเรียน อย่าให้เด็กเหนื่อยมาก หากจะห้ามเลยจะเป็นการปิดกั้นการเรียนรู้
ผู้รับผิดชอบว่าจะจัดหรือไม่ ให้ ผอ.โรงเรียน เป็นคนตัดสินใจ การทัศนศึกษา รถที่ใช้ อายุการใช้งานไม่ควรเกิน 5 ปี จะติดแก๊สชนิดใดไม่ไม่ห้าม ดูที่สภาพรถเป็นหลัก ต้องซ้อมแผนเผชิญเหตุทั้งครูและนักเรียน ประสานกรมขนส่งตรวจสภาพรถ ยางรถ อุปกรณ์ต่างๆ ก่อนเดินทาง เพื่อป้องกันเหตุ ส่วนกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือมีความจำเป็น ยังคงให้มีอยู่

ทุกๆครั้งที่เกิดอุบัติภัยกับผู้ใช้บริการรถบัส มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ก็จะมีมาตรการใหม่ๆ ส่วนใหญ่ได้ผล เว้นแต่รายที่ฝ่าฝืนไม่ทำตาม
น่าแปลกใจที่พบว่า ระบบความปลอดภัยรองรับรถรับส่งนักเรียน และกิจกรรมประเภทพานักเรียนไปทัศนศึกษามักเป็นไปแบบเสียไม่ได้
ทั้งๆที่ผู้โดยสารตัวน้อยที่ออกจากบ้าน ไปโรงเรียนหรือไปเรียนรู้นอกสถานที่เหล่านั้น ล้วนเป็นกลุ่มเปราะบางในการเดินทาง เป็นกลุ่มคนที่มีทักษะการเอาตัวรอดจากอุบัติภัยจากทางรถยนต์น้อยที่สุดถึงไม่มีเลย
มีข้อมูลว่างบประมาณหรือเงินที่จะใช้เรื่องนี้ก็เล็กน้อยเต็มที จำต้องเช่ารถแบบเอาถูกเข้าว่า เด็กๆได้ประสบการณ์เสี่ยงภัยนอกเหนือจากการเรียนรู้นอกสถานที่โดยไม่รู้ตัว

ที่ควรพิจารณากันใหม่ เหมาะสม เข้าท่าหรือไม่ กับการให้ยกเลิกการพานักเรียนศึกษาดูงานนอกสถานที่เพื่อลดความเสี่ยงภัย
แม้วิธีนี้จะตัดปัญหาความเสี่ยงอุบัติภัยทางถนนจากการเรียนรู้นอกสถานที่ที่ได้ผลที่สุด
แต่ประโยชน์ที่จะได้จากการเห็นของจริง จากสถานที่ต่างๆ การเรียนรู้นอกห้องเรียนก็จะไม่เกิดขึ้น
การลงทุนเพื่อระวังความปลอดภัยในการเดินทางสำหรับเด็กๆ เป็นความสำคัญไม่ใช่หรือ
ทีใช้เป็นแสนล้าน แจกจ่ายผู้ใหญ่กลุ่มเปราะบางให้ใช้โดยไม่จำกัด แต่จะทุ่มเทให้กลุ่มเปราะบางกว่า อายุน้อยกว่า เพื่อการศึกษาเรียนรู้ที่ปลอดภัยไม่ต้องเสี่ยงชีวิตไม่ได้หรือ
ไม่มีวิธีคิดอย่างอื่นที่ดูไม่เปราะบางแล้วใช่ไหมนี่

อ่านข่าวเพิ่มเติม
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- Twitter: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg