CEO INSIGHT

สู่ทศวรรษที่ 2 ‘ร้านกาแฟพันธุ์ไทย’ ลุยขยายแฟรนไชส์ครบ 1,500 สาขาปี 2566

ย่างก้าวทศวรรษ 2 ร้านกาแฟพันธุ์ไทย “พิทักษ์ รัชกิจประการ” ประกาศขยายแฟรนไชส์กว่า 1,500 สาขาทั่วประเทศ ลงทุนเริ่มต้น 1.25 ล้านบาท/สาขา

จากจุดเริ่มต้น กาแฟพันธุ์ไทย สาขาแรกที่ สาขาบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 19 เดือนกันยายน 2555 โดยเป็นหนึ่งในธุรกิจนอนออยล์ (Non-Oil) ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี (จำกัด) มหาชน

ร้านกาแฟพันธุ์ไทย

กาแฟพันธุ์ไทย เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะมอบบริการที่ครบครันแก่ลูกค้าที่มาเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันพีที รวมทั้งสานเป้าหมาย สร้างรายได้จากธุรกิจนอนออยล์ให้เพิ่มมากขึ้น จนถึงวันนี้ ร้านกาแฟพันธุ์ไทยก้าวเดินมาครบ 10 ปีในปี 2565

พิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี หรือ (PTG) ผู้ปลุกปั้นกาแฟพันธุ์ไทยตั้งแต่ก้าวแรก วางเป้าหมายใช้กลยุทธ์แฟรนไชส์ เป็นหัวหอกในการขยายสาขาทั่วประเทศ โดยเฉพาะสาขานอกปั๊มพีที เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย

พิทักษ์ กล่าวว่า กลยุทธ์ในการขยายสาขาในอนาคต จะมุ่งเน้นขยายสาขาโดยการขายแฟรนไชส์ ด้วยรูปแบบการลงทุนที่หลากหลายโมเดล เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละทำเลพื้นที่ และงบประมาณการลงทุน

 

ปัจจุบัน ร้านกาแฟพันธุ์ไทยมีสาขาเปิดให้บริการกว่า 500 สาขา มีสัดส่วนของสาขาที่ยู่ในสถานีบริการน้ำมัน 70% สาขานอกสถานีบริการน้ำมันอีก 30%

2. นายพิทักษ์ รัชกิจประการ

ทั้งนี้ ภายในปี 2566 บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 1,500 สาขาทั่วประเทศ โดยเปิดรับแฟรนไชส์รายใหม่ ๆ ด้วยรูปแบบการลงทุนที่ง่าย คุ้มค่าแก่การลงทุน แม้ไม่มีประสบการณ์ก็เปิดร้านได้

บริษัทฯ มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาและแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการบริหารจัดการร้าน วัตถุดิบต่าง ๆ รวมถึงการควบคุมคุณภาพ และรสชาติของเครื่องดื่ม และอาหารภายในร้าน

นอกจากนี้ ยังสามารถลงทุนเริ่มต้นเพียง 1.25 ล้านบาท/สาขา เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถเป็นเจ้าของร้านกาแฟพันธุ์ไทยได้ง่าย ๆ พร้อมมีธนาคารที่เป็นพาร์ทเนอร์สำหรับพิจารณาสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษเพื่อการลงทุน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

สำหรับผู้ที่ยังไม่มีทำเลที่ตั้ง ทางบริษัทจะนำเสนอทำเลให้ผู้สมัครแฟรนไชส์พิจารณาตามความเหมาะสม ลงทุนก่อนมีสิทธิเปิดร้านก่อน และทางบริษัทฯ ยังเปิดโอกาสให้เข้ามาร่วมเป็นเอ็กเซ็กคูลซีฟแฟรนไชส์ (Sub-Area Franchise) อีกด้วย

พร้อมกันนี้ จะเดินหน้าออกสินค้าใหม่ที่โดดเด่น และมีเอกลักษณ์แตกต่างจากคู่แข่ง โดยชูวัตถุดิบของไทยรสชาติดี และหาทานได้ยาก มาทำเป็นเครื่องดื่ม เช่น น้ำตาลดอกมะพร้าวจากอัมพวา ตาลโตนดจาก อ.สทิงพระ สงขลา, ส้มมะปี๊ด จากจันทบุรี เป็นต้น

อีกกลยุทธ์สำคัญเพื่อสร้างการเติบโตคือ การวางกลยุทธ์ทางการตลาดและการสื่อสารแบรนด์ผ่านช่องทางเดลิเวอรี โดยเน้นความสะดวกการเข้าถึงของลูกค้า เพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ และการมองเห็นของแบรนด์ให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลในปี 2564 ที่ผ่านมายอดขายผ่านช่องทางดิลิเวอรี่เติบโตมากขึ้นถึง 4 เท่า

หน้าร้านกาแฟพันธุ์ไทย

ขณะเดียวกัน ยังนำข้อมูลลูกค้าจากบัตรสมาชิก Max Card และ Max Card Plus ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 17 ล้านคนทั่วประเทศ มาเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพิ่มยอดขาย และเพิ่มทั้งความถี่ของการเข้ามาใช้บริการในร้านกาแฟพันธุ์ไทยให้เพิ่มมากขึ้นด้วย

พิทักษ์ เล่าถึงภาพรวมของธุรกิจร้านกาแฟในประเทศไทยว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2563-2564) เพราะผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ตลาดกาแฟนอกบ้านเติบโตขึ้นเล็กน้อย ด้วยพฤติกรรมการบริโภคกาแฟที่เปลี่ยนไป คนทำงานอยู่ที่บ้านมากขึ้น กังวลกับการใช้ชีวิตนอกบ้าน

แต่ในทางกลับกัน ปัจจัยดังกล่าว ก็ทำให้ธุรกิจเดลิเวอรี มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทำให้บรรดาผู้เล่นแต่ละรายต่างปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค

ในส่วนของกาแฟพันธุ์ไทยเอง ได้มีการปรับกลยุทธ์ขยายสาขานอกสถานีบริการน้ำมัน เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงร้านกาแฟพันธุ์ไทยได้ง่าย และเน้นการทำการตลาดผ่านช่องทางเดลิเวอรี เพื่อตอบโจทย์ไลฟสไตล์ของลูกค้าในช่วงโควิด

ขณะที่ผลประกอบการในครึ่งปีแรกซึ่ งเป็นปีที่กาแฟพันธุ์ไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด สามารถทำรายได้ 480 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันในปี 2564 ถึง 2 เท่า

ล่าสุด ช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาสที่ 3/2565 บริษัทฯ สามารถทำรายได้ 230 ล้านบาท คาดการณ์ว่าสิ้นปี 2565 จะเติบโตขึ้นอีก 120% จากกลยุทธ์ต่างๆ ที่วางไว้

7. คุณพิทักษ์ รัชกิจประการ และคุณบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์

ด้าน บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ที่ปรึกษาด้านแบรนด์ดิ้ง กาแฟพันธุ์ไทย กล่าวว่า  ในครึ่งปีหลังนี้ จะรีเฟรชแบรนด์ใหม่ เพื่อให้เป็นแบรนด์กาแฟของ คนไทยพันธุ์ใหม่ ที่มีความกล้าคิด กล้าทำ ในสิ่งใหม่ ๆ

ภารกิจของเราคือการเปิดและสร้างสรรค์โอกาสให้คนผู้คนที่อยากแสดงศักยภาพความเป็นคนไทยพันธุ์ใหม่ให้เกิดขึ้นกับแบรนด์กาแฟพันธุ์ไทย”

ในโอกาสครบ 10 ปี กาแฟพันธุ์ไทย ได้ทุ่มงบกว่า 20 ล้านบาท ส่งแคมเปญ เวลาเป็นไท แคมเปญที่ได้ใจคนทำงาน ในหลากหลายอาชีพ ได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับแคมเปญ อาทิ การสนับสนุนให้เวลาเป็นไทของพนักงานออฟฟิศ ชวนมาพักผ่อนด้วยการดื่มกาแฟในช่วงเวลาเป็นไท

แคมเปญดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจาก 3 พาร์ทเนอร์ ได้แก่ AP Thailand, SEAC และ Shopee Food ในการร่วมแคมเปญเพื่อมอบเวลาเป็นไทกับพนักงานทุกคน และโปรโมชันฉลองครบรอบ 10 ปี ตั้งแต่วันที่19 กันยายนเป็นต้นไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม