CEO INSIGHT

ทำความรู้จัก ‘นพดล ปิ่นสุภา’ ผู้บริหารที่ใช้ใจทำงาน ทุกงานต้องมีประโยชน์ต่อประเทศ

ทำความรู้จัก “นพดล ปิ่นสุภา” ผู้บริหารลูกหม้อเปี่ยมคุณภาพจาก “ปตท.” หนุ่มมหาชัย ที่ใช้พลังงานบวกในการทำงาน และเชื่อว่า “การให้เกียรติ” คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ทุกงานประสบความสำเร็จ

วันนี้ #TheBangkokInsight ขอชวนผู้อ่านทำความรู้จักผู้บริหารหนุ่มลูกหม้อจากกลุ่ม ปตท. บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของประเทศ การสัมภาษณ์ครั้งนี้ถือว่าพิเศษสุด ๆ เพราะเป็นการสัมภาษณ์ระหว่างการเดินทางไปดูงานธุรกิจอาหารแห่งอนาคต หรือ ธุรกิจอาหารโปรตีนจากพืช หรือ Plant Based ถึงประเทศอังกฤษ ซึ่ง ปตท. เตรียมเดินเครื่องสร้างโรงงานที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.อยุธยา และคาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงไตรมาส 2/2566 พร้อมตั้งเป้าไทยเป็นผู้นำส่งออกรายใหญ่ในภูมิภาค

นพดล ปิ่นสุภา

ทำความรู้จัก “นพดล ปิ่นสุภา”

ตลอดทริปการเดินทางเราได้เห็นรอยยิ้มและความเป็นกันเองจาก “พี่ต่าย” นพดล ปิ่นสุภา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อยู่ตลอดเวลาจนอดไม่ได้ที่ CEO INSIGHT ต้องขอทำความรู้จักอย่างจริงจัง

“นพดล” เล่าให้ฟังถึงชีวิตวัยเด็กที่ไม่ได้ปูด้วยพรมแดง หนุ่มมหาชัยผู้นี้ ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อขึ้นรถไฟไปเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบ และต้องรีบกลับบ้านเพื่อขึ้นรถไฟให้ทันเวลา เป็นเช่นนี้อยู่ตลอด 5 ปีที่เรียนในระดับมัธยม เขามีความตั้งใจอย่างมากที่จะเรียนวิศวกรรมไฟฟ้าให้ได้ ด้วยความเป็นนักประดิษฐ์ และใฝ่หาความรู้ตั้งแต่เด็ก แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่าไม่ใช่คนที่เรียนเก่ง แต่ก็เอนทรานซ์ติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสมใจ

หลังจากเรียนจบ “นพดล” ตั้งใจที่จะสมัครงานที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพียงที่เดียว เพราะเชื่อว่าการทำงานใน กฟผ. ซึ่งถือว่าเป็น “รัฐวิสาหกิจ” จะช่วยให้เขาได้ทำงานให้กับประเทศได้ แต่เหมือนโชคชะตาจะไม่เป็นใจให้ได้ทำงานที่ กฟผ.

“ตอนที่ผมกับเพื่อนจะไปสมัครงานที่ กฟผ. ต้องนั่งรถผ่าน ปตท. ซึ่งตอนนั้น ปตท. อยู่ในช่วงเริ่มต้นและเป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งเปิดรับสมัครคนรุ่นใหม่เข้าทำงาน ผมก็ไปสมัครทิ้งไว้ และ ปตท.ก็เรียกตัวไปทำงานก่อน เมื่อได้คุยกันก็ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับ ปตท. ทันที นอกจากเป็นงานที่ท้าทายแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมคิดเสมอ คือ อยากทำงานให้กับประเทศด้วย ซึ่งในตอนนั้น ปตท. ก็ถือว่าตอบโจทย์”

นพดล ปิ่นสุภา

ต้องมีประโยชน์กับประเทศชาติ

“นพดล” นับเป็นพนักงานรุ่น “บุกเบิก” ช่วงก่อนแปรรูปของ ปตท. อย่างแท้จริง เขาเริ่มทำงานในปี 2532 โดยเริ่มงานแรกที่ฝ่ายวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ เพื่อวิเคราะห์ราคาน้ำมันตลาดโลก จากนั้นก็ย้ายไปดูแลด้านการซื้อขายน้ำมันดิบและไปบุกเบิกงานบริหารความเสี่ยงน้ำมันล่วงหน้า ซึ่งเป็นหน่วยงานเล็ก ๆ ที่ ปตท. จัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรก จนเมื่อมีโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนของ ปตท. ในยุคแรก ๆ เขาก็ไม่รีรอที่จะเข้าร่วมทำงานในโครงการนี้ทันที แม้โครงการนี้จะมีความท้าทายที่ต้องเผชิญอย่างมากก็ตาม แต่ด้วยความที่เขามั่นใจว่าโครงการนี้ดีต่อประเทศ จึงไม่กลัวที่จะเดินหน้า จนถึงวันนี้โครงการดังกล่าวได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติจริง ๆ

จากนั้น “นพดล” ได้โยกย้ายไปหลายสายงานให้ “ปตท.” และบริษัทลูก ตั้งแต่ไปบุกเบิกธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท. ซึ่งก็คือ บริษัท โกลบอล พาวเวอร์ ซินเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) (จีพีเอสซี) ในปัจจุบัน “นพดล” เล่าว่า ขณะนั้นภารกิจสำคัญ คือ ต้องนำ “จีพีเอสซี” เข้าตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ ดังนั้น แผนงานทุกอย่างต้องทำแบบห้ามหลุดเพื่อให้ทันเวลา เช้าทำอะไร บ่ายทำอะไร ต้องวางแผนเป็นเดือน ๆ เพื่อให้ทันวันสุดท้ายของการยื่นไฟลิ่ง

“ผมยังจำได้เลยว่าวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 มันคือวันศุกร์ เราต้องเข็นรถใส่เอกสารเพื่อไปไฟลิ่งให้ทัน มีปัญหามากมายที่ต้องแก้ แต่เราก็ทำสำเร็จ พอเสร็จภารกิจที่จีพีเอสซี ผมก็ได้รับมอบหมายภารกิจให้ย้ายกลับมาเป็นรองธุรกิจก๊าซธรรมชาติที่ ปตท. ในปี 2558 โดยมีภารกิจสำคัญ คือ LNG terminal แห่งที่ 2 โดยดูธุรกิจก๊าซอยู่ประมาณ 3 ปีกับ 4 เดือน จากนั้นก็ย้ายไปเป็น CEO ไออาร์พีซี 2 ปี”

นพดล ปิ่นสุภา

ไม่กลัวที่จะออกจาก Comfort Zone

“นพดล” กล่าวว่า การทำงานที่ “ไออาร์พีซี” ถือเป็นงานที่ยากที่สุดที่หนึ่งเนื่องจากความซับซ้อนของธุรกิจ และการเข้าไปเป็นนายใหญ่ในช่วงที่ธุรกิจขาลง ถือว่าเป็นความท้าทายอย่างมากในการทำงาน ในช่วง 2 ปีนั้น ต้องพยายามปรับพอร์ต “ไออาร์พีซี” ให้เป็นไฮแวลูโปรดักต์มากขึ้น ต้องใช้ประสบการณ์ในการทำงานหลาย ๆ เรื่อง ต้องพยายามจับมือกับทุก ๆ ฝ่ายเพื่อฟันฝ่าอุปสรรคให้ได้ ต้องอาศัยการพูดคุย การตัดสินใจเรื่องสำคัญหลาย ๆ เรื่อง และสุดท้ายก็ผ่านไปได้

“ผมได้รับมอบหมายแบบปุบปับ และเป็นช่วงที่ธุรกิจขาลงพอดี ใครที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น ไม่มีทางเข้าใจเด็ดขาดว่ามันเกิดอะไรขึ้น และต้องทำอะไรมากแค่ไหน”

เมื่อถามถึงความรู้สึกที่ต้องถูกส่งไป “บุกเบิก” ธุรกิจใหม่ ๆ และแก้ปัญหายาก ๆ บ่อยครั้ง “นพดล” ยังตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนทุกครั้งที่เราเอ่ยถาม ผมมองว่า เขาคิดว่าทำได้ เราคงพอทำอะไรได้บ้าง และด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัด ต้องต่อสู้ มาดิ้นรนเพื่อเรียนหนังสือ มาทำงานที่กรุงเทพ มันจะต้องเจอเรื่องที่ไม่คาดคิดอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนหน้างานมาหลายงาน ผมไม่กลัวที่จะออกจาก Comfort Zone มันเหมือนกับได้เป็นผู้บุกเบิกในเรื่องใหม่ ๆ ได้เข้าไปเป็นส่วนช่วยขับเคลื่อนในทุกส่วนที่เราเข้าไปรับผิดชอบ มันมีหลายปัญหาที่เค้าส่งเรามาแก้ แก้จบก็ย้ายไป

“หากต้องให้คะแนนตัวเองในการทำงานของตัวเองที่ผ่านมา เต็ม 10 ผมให้ตัวเอง 7 คะแนน เรามองกลาง ๆ ว่าเราเหมือนเป็นคนเชื่อม เราไม่ได้อยู่ในแสง แต่เราชอบที่จะช่วยให้ทุกอย่างสำเร็จ เราไม่ได้คิดว่าตัวเองสำคัญ แต่เราเป็นส่วนหนึ่งให้ทุก ๆ งานเกิดขึ้นได้”

นพดล ปิ่นสุภา

ต้องให้เกียรติทุกคนที่พบเจอ

“หลายคนบอกว่าผมใจดีเกินไป” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มหลังจากที่เราถามว่า เป็นเจ้านายที่ดุมั้ย? “นพดล” เล่าต่อว่า เราคิดง่าย ๆ ว่าเราอยากได้สิ่งไหนจากหัวหน้า เพื่อให้เรารู้สึกว่าเราทำงานสนุก เราอยากทำงาน เราควรจะให้สิ่งนั้นกับลูกน้อง ไม่มีอะไรซับซ้อน ผมมีความรู้สึกว่า บางอย่างเราควบคุมไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้ อย่างเช่น การสร้างบรรยากาศให้คนมีความสุขกับการทำงาน มันเป็นสิ่งที่คิดว่าเราสร้างได้ และเชื่อว่าหากเราสร้างบรรยากาศที่เป็นเชิงบวก เดี๋ยวสิ่งดี ๆ จะออกมาเอง เชื่อว่าทุกคนอยากทำเรื่องดี ๆ

“ผมมองเรื่องความสมดุลการใช้ชีวิตในทุกมิติ ผมจะเน้นเรื่องการสร้างความสมดุลในทุก ๆ เรื่อง สมดุลเรื่องเวลา สมดุลเรื่องการทำงาน เชื่อว่าความสมดุลจะนำไปสู่ความยั่งยืน อะไรก็ตาม ที่มันสมดุล แต่ไม่ได้หมายความว่า ยืนนิ่งอยู่กับที่ ทุกอย่างต้องเดินไปข้างหน้าอย่างสมดุล มันจะได้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้น”

สิ่งสำคัญที่สุด คือ เราต้องให้เกียรติทุกคนที่เราพบเจอ เป็นสิ่งที่สำคัญ เป็นหัวใจที่ทำให้การทำงานประสบความสำเร็จ อกเขาอกเรา เราอยากได้สิ่งไหน เราก็ควรให้สิ่งนั้นกับทุกคน พยายามคิดบวกในทุกเรื่อง การคิดบวกจะเป็นพลังในการถ่ายทอดให้คนรอบข้าง และก็จะเกิดสิ่งดี ๆ ขึ้นมาเอง

ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้นั่งคุยกัน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชื่อของ “นพดล ปิ่นสุภา” จะได้เข้ามาดูแลธุรกิจใหม่ของ “ปตท.” เพราะตลอดชีวิตการทำงานของ “พี่ต่าย” ถือว่าเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจใหม่ ๆ ของ ปตท. และบริษัทลูกอย่างแท้จริง นอกจากเป็นผู้บุกเบิกแล้ว ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างให้ลุล่วง งานไหนยาก ท้าทาย จึงมักเห็นชื่อนี้เข้าไปนั่งแท่นแก้ปัญหาเสมอ ๆ นั่นเอง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Siree Osiri OHO BANGKOK