CEO INSIGHT

‘กสิกรไทย’ ทุ่ม 1 แสนล้าน พลิกโฉม ‘ดิจิทัล’ ดันคนเข้าถึง ‘บริการ’ เต็มประสิทธิภาพ

“กสิกรไทย” ทุ่ม 1 แสนล้านบาท พลิกโฉม “ดิจิทัล” ไปอีกขั้น หลอมรวม “ดีเอ็นเอ” ความเป็น “ชาเลนเจอร์แบงก์” พลิกโฉมบริการธนาคาร “ขัตติยา” ชี้ ส่งผลคนเข้าถึงมากขึ้น ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต-ธุรกิจ และประเทศ

วันนี้ (11 ก.ค.) ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ประกาศโครงการเดินหน้าเชิงกลยุทธ์มูลค่า 100,000 ล้านบาท มุ่งขยายโอกาสการเข้าถึงบริการธนาคาร ให้กับคนไทย และคนที่มีธุรกิจเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง ที่ยังไม่เคยเข้าถึงบริการธนาคาร หรืออาจจะเข้าถึงบริการของธนาคารแล้ว แต่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ

โครงการนี้ประกอบไปด้วยการเร่งลงทุนในเทคโนโลยีต่าง ๆ ซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ผนึกกำลังพาร์ทเนอร์เชิงพาณิชย์ ยกระดับองค์กรไปอีกขั้น รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ขยายโอกาสการเข้าถึงบริการธนาคาร ให้กับประชาชนในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

กสิกรไทย

ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของธนาคาร ซึ่งสิ่งที่มุ่งหวังจากการเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี คือ การพลิกโฉมการธนาคารในประเทศไทย ให้สามารถช่วยผู้คนให้เข้ามาอยู่ในระบบธนาคาร และให้ได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ และบริการต่าง ๆ ของธนาคาร

ทุกวันนี้ เราเป็นธนาคารที่มีจุดแข็งไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว รวมทั้งมีความมั่นคง และเชื่อถือได้ มีความสามารถในการตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มตามแบบฉบับของธนาคารในปัจจุบัน

“สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในตอนนี้ คือการหลอมรวม นำดีเอ็นเอของชาเลนเจอร์แบงก์ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว และเริ่มเข้ามาดิสรัปต์การเงินการธนาคาร ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นธนาคารกสิกรไทยด้วย”

“ชาเลนเจอร์แบงก์” ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เขย่าวงการธนาคารในระดับโลก ซึ่งท้าทายธนาคารแบบปัจจุบัน ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาทำให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของธนาคารได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน ชาเลนเจอร์แบงก์ยังดึงดูดลูกค้าของธนาคารในปัจจุบัน ให้มาใช้บริการชาเลนเจอร์แบงก์ โดยกำจัดกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อน มอบการให้บริการที่รวดเร็วกว่า ใช้งานง่ายกว่า และสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ตลอดเวลา

“ขณะนี้ ธนาคารกสิกรไทยกำลังมองตัวเราเอง เป็นธนาคารที่มีความเป็นชาเลนเจอร์แบงก์แห่งแรกของไทย ด้วยการนำดีเอ็นเอของชาเลนเจอร์แบงก์ เข้ามาผสานในการให้บริการ เรามุ่งหวังที่จะเป็นธนาคารที่เกื้อหนุน ส่งพลังให้ผู้คน เข้าถึงผลิตภัณฑ์การเงิน และคำแนะนำของธนาคารได้มากยิ่งขึ้น” 

“เราต้องการให้สินเชื่ออย่างกว้างขวางขึ้น โดยที่ผู้กู้ที่กล่าวถึงข้างต้น ไม่จำเป็นต้องมีทรัพย์สินมาค้ำประกัน และให้กู้โดยอยู่บนพื้นฐานการประเมินความสามารถ และความตั้งใจที่จะชำระคืนเงินของผู้กู้ เราต้องการที่จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ลูกค้าสามารถสมัครขอสินเชื่อได้จากที่บ้าน หรือที่ทำงานของตัวเอง เราต้องการกำจัดขั้นตอน และงานเอกสารต่างๆ ทำให้ทุกอย่างเรียบง่าย และเร็วที่สุด”

กสิกรไทย

กสิกรไทยเดินหน้าลงทุนเทคโนโลยีใหม่ ประสานความร่วมมือ ซื้อกิจการ

สำหรับปีนี้ และในช่วง 2 ปีข้างหน้า ธนาคารกสิกรไทยจะลงทุนประมาณ 22,000 ล้านบาทในระบบต่าง ๆ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากที่ลงทุนไปแล้ว 12,700 ล้านบาท ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ในอีก 12 เดือนข้างหน้านี้ ธนาคารคาดว่า จะปิดดีลซื้อกิจการ และความร่วมมือในเชิงพาณิชย์กับกิจการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี 2-5 ดีล โดยใช้เงินลงทุน 30,000 ล้านบาท

“การลงทุนเหล่านี้ จะเพิ่มขีดความสามารถของธนาคารกสิกรไทยขึ้นอีกมาก และจะทำให้เราสามารถเดินหน้า สานต่อภารกิจให้บรรลุผลสำเร็จในการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงิน รวมถึงการผสานเอาดีเอ็นเอของความเป็นชาเลนเจอร์แบงก์เข้าไปในองค์กรของเรา” 

ระบบ-กระบวนการใหม่ หนุนพิจารณาสินเชื่อง่าย-รวดเร็วขึ้น

ขัตติยา กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยได้ริเริ่มทดลองนำระบบและขั้นตอนกระบวนการแบบใหม่ ๆ มาใช้แล้วมากมายหลายอย่าง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเดินหน้าโครงการเชิงกลยุทธ์นี้อย่างเต็มกำลัง

ประชาชนทั่วไปสามารถเปิดบัญชีใหม่ผ่านทางออนไลน์ ได้อย่างครบถ้วนทุกขั้นตอน โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีสำหรับลูกค้าปัจจุบัน และใช้เวลา 24-72 ชั่วโมง สำหรับลูกค้าใหม่ที่ต้องยืนยันตัวตน

ผู้ที่มีบัญชีกับธนาคาร สามารถสมัครขอสินเชื่อบุคคล รอการพิจารณา และหากได้รับการอนุมัติ เงินกู้จะถูกโอนเข้าบัญชี ภายในไม่ถึง 30 นาที

กสิกรไทย

3 การพลิกโฉม ที่เกิดขึ้นเป็น “ครั้งแรก”

ขัตติยา เปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้ธนาคารกำลังบุกเบิกเรื่องการปล่อยสินเชื่อเฉพาะทาง ที่เรียกว่า buy-now-pay-later ให้กับผู้ที่ทำงานอิสระ หรือ ไม่มีเอกสารยืนยันรายได้ โดยจะพิจารณาอนุมัติจากข้อมูลอื่น ๆ แทน

ในช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้ ที่ได้ใช้วิธีการดังกล่าวไป ธนาคารกสิกรไทยอนุมัติสินเชื่อเฉลี่ย 1,600 รายต่อวัน มีวงเงินสินเชื่อโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500 บาท และสูงสุด 20,000 บาทในบางราย

“เราเป็นธนาคารเดียวที่ทำแบบนี้ และเป็นความตั้งใจอย่างมาก ที่ได้ให้สินเชื่อกับกลุ่มลูกค้า ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับการอนุมัติสินเชื่อใด ๆ จากธนาคารใดเลยมาก่อน และอาจจะเป็นกลุ่มคน ที่ต้องตกเป็นเหยื่อเงินกู้นอกระบบ”

“ดังนั้น สินเชื่อก้อนเล็ก ๆ ก้อนแรกนี้ จะกลายเป็นสะพานเชื่อมพวกเขาเหล่านั้นให้เข้าสู่ระบบธนาคาร และเมื่อคนกลุ่มนี้มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ในการบริหารและชำระคืนเงินกู้ที่ได้มา ก็จะค่อย ๆ ได้รับการขยายวงเงินสินเชื่อเพิ่มขึ้นตามความสามารถในการชำระคืน รวมถึงสามารถต่อยอดไปใช้บริการหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของธนาคารที่มีความเฉพาะทางมากขึ้นในอนาคต”

ธนาคารกสิกรไทย ยังได้นำร่องทดลองวิธีการต่าง ๆ ที่จะทำให้การขอสินเชื่อเป็นธรรมมากขึ้น สำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการผสานเอาความเป็นชาเลนเจอร์แบงก์เข้ามาในองค์กรของเรา

“เราเป็นธนาคารแห่งแรก ที่เข้าถึงกลุ่มคนเหล่านี้ และให้พวกเขาเข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ โดยไม่ต้องใช้เอกสารต่าง ๆ ดังที่กล่าว แต่เราใช้วิธีการสัมภาษณ์ และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกระบวนการประเมิน ซึ่งเราคาดหวังว่า จะขยายโครงการแบบนี้ไปให้มากกว่าเฟสเริ่มต้น โดยเร็วที่สุด” 

ขัตติยา ยังบอกว่า อุปสรรคสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ในการขอสินเชื่อสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และรวมไปถึงกลุ่มอาชีพอิสระ ไม่ว่าจะรายได้สูงหรือต่ำ คือ ไม่มีเวลาไปติดต่อใช้บริการที่สาขาธนาคาร หรืออาจจะรู้สึกไม่สบายใจนัก ที่จะเข้าไปติดต่อขอใช้บริการ

กสิกรไทย

“เพื่อให้คนกลุ่มนี้เข้ามาในระบบธนาคารง่ายขึ้น เราได้ร่วมมือกับแอปพลิเคชัน LINE โดยในปัจจุบัน เราเป็นธนาคารเดียวในประเทศไทย ที่ให้บริการธนาคารผ่านโซเชียลมีเดีย แม้ในกรณีที่ผู้ขอสินเชื่อไม่มีบัญชีธนาคาร แต่ LINE BK ของเรา ก็เปิดโอกาสให้สมัครขอสินเชื่อได้ โดยรู้ผลอนุมัติภายใน 24 ชั่วโมง และถ้าเป็นผู้ที่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารกสิกรไทยอยู่แล้ว จะสามารถสมัครขอสินเชื่อ และรู้ผลการอนุมัติได้ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที”

บริการ LINE BK ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้คนในวงกว้างมากขึ้น สามารถเข้าถึงเงินกู้ได้ แม้ไม่มีเอกสารประกอบการสมัคร เช่น เอกสารแสดงรายได้ ธนาคารจะพิจารณาสินเชื่อ โดยอาศัยเพียงอัลกอริทึม และข้อมูลประกอบที่อยู่บนโซเชียลมีเดียของผู้ขอสินเชื่ออยู่แล้ว โดยได้รับการอนุญาตจากผู้ขอสินเชื่อก่อน

จากฐานข้อมูลในปัจจุบัน พบว่าในจำนวนผู้ขอสินเชื่อผ่านบริการ LINE BK ในแอปพลิเคชัน LINE ทั้งหมด มีถึงหนึ่งในสามเป็นผู้ที่เพิ่งเคยได้รับเงินกู้จากธนาคารเป็นครั้งแรกในชีวิต เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ ประมาณครึ่งหนึ่งมีรายได้ไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือน และเกือบ 80% อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด

“เราคาดหวังว่า ภายในสิ้นปีนี้ เราจะช่วยคนอีกถึง 200,000 คน ผ่านบริการ LINE BK ให้ได้รับสินเชื่อครั้งแรกจากธนาคาร และด้วยบริการ LINE BK นี้ เราคาดว่า จะมีลูกค้ารายย่อย รวมถึงธุรกิจขนาดเล็กได้รับสินเชื่อจำนวนกว่า 600,000 ราย รวมวงเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งหวังว่าจะช่วยให้หลายคนเป็นอิสระจากเงินกู้เงินนอกระบบได้” 

S 160997390

ขยายช่องทางเข้าถึงบริการธนาคารในต่างจังหวัด ผ่านร้านขายของชำ

ธนาคารกสิกรไทยยังอยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มค้าปลีก เพื่อนำเสนอช่องทางการเข้าถึงสินเชื่อธุรกิจขนาดย่อม ให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกขนาดเล็กของครอบครัวในต่างจังหวัด โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

นอกจากนั้น ธนาคารกสิกรไทยยังตั้งเป้าจะปล่อยสินเชื่อรายย่อยแก่ลูกค้าของร้านค้าดังกล่าวอีกด้วย

“ด้วยการประเมินความน่าเชื่อถือในการขอสินเชื่อของร้านค้า และลูกค้าของร้านค้าเหล่านั้น โดยใช้วิธีการแบบใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม และการทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ เรียบง่ายขึ้น เราตั้งเป้าว่า ภายในสิ้นปีนี้ เราจะสามารถขยายจำนวนร้านค้า ที่ให้บริการปล่อยสินเชื่อเข้าไปในต่างจังหวัด ได้มากกว่าพัน ๆ ร้านค้า ผ่านเครือข่ายพันธมิตรของเรา ซึ่งจะทำให้เราเดินหน้าเข้าใกล้เป้าหมายของเราในการช่วยให้ประชาชนในชุมชนขนาดเล็กทั่วประเทศเข้าถึงบริการของธนาคาร”

อ่านข่าวเพิ่มเติม