CEO INSIGHT

‘TCMC ปรับกลยุทธ์’ รับตลาดฟื้นตัว ตั้งเป้ารายได้เพิ่ม 20%

‘TCMC’ ปรับกลยุทธ์’ รับตลาดฟื้นตัว ตั้งเป้าปีนี้รายได้เพิ่ม 20% พร้อมเปิดผลประกอบการปี 64 รายได้กลับเพิ่มขึ้นเกิน 7.7 พันล้าน แม้ยังขาดทุนเพิ่มจากผลพวงพิษโควิด-19

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่เกิดขึ้นมาทั่วโลกตลอด  2 ปีกว่าที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ การท่องเที่ยว และการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วโลก จากวิกฤติโควิด-19 ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป การบริการจัดการธุรกิจ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป 

TCMC

เช่นเดียวกับธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ธุรกิจวัสดุปูพื้น และธุรกิจพรม ต่างก็ได้รับผลกระทบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่จากวิกฤติที่เกิดขึ้น ทำให้เป็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจขึ้นมาเช่นเดียวกัน บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCMC ก็ได้หันมาใช้โอกาสและจังหวะช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ปรับตัว ปรับกลยุทธ์ ในการบริหารจัดการภายในองค์กร รวมทั้งการบริหารธุรกิจในรูปแบบใหม่ ๆ มาถึงวันนี้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อองค์กร รายได้ของธุรกิจเป็นอย่างไร

วันนี้ สำนักข่าว The Bangkok Insight ได้มีโอกาสพูดคุยกับ พิมล ศรีวิกรม์ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCMC

พิมล กล่าวว่าเราถือโอกาสช่วงการระบาดของโควิด-19 ปรับลดกำลังการผลิต ปรับปรุงกระบวนการผลิต ทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำบริษัทให้ผอมลง แต่แข็งแรง ซึ่งก็ได้ผล เพราะสามารถควบคุมรายจ่าย ให้เหมาะกับสถานการณ์ได้มากขึ้น โดยเมื่อปี 2564 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 7,744.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 6,792.40 ล้านบาท คิดเป็น 14.02% และมี EBITDA จำนวน 248.85 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 46.78% และมีผลขาดทุนสุทธิ 120.11 ล้านบาท ต่ำกว่างวดเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 0.11 ล้านบาท โดยคิดเป็นขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 152.85 ล้านบาท

TCMC ปรับกลยุทธ์ รับมือ โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

การระบาดโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อกิจการของบริษัท ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ ในส่วนธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ที่ประเทศอังกฤษ มียอดขายสูงขึ้นจากการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น จากวิถีชีวิตของลูกค้าที่เปลี่ยนไปหลังโควิด ในขณะที่วัสดุปูพื้น รายได้ยังไม่ฟื้นกลับมา เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ ส่วนธุรกิจพรมรถยนต์ก็เติบโตดีขึ้น เป็นไปตามแนวโน้มอุตสาหกรรม แต่ในแง่ผลกำไร มีปัจจัยซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากโควิด – 19 เช่น วิกฤตการณ์ขนส่งทั่วโลก การขาดแคลนแรงงาน และขึ้นราคาวัตถุดิบ ทำให้ผลประกอบการในภาพรวม ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ตามที่คาดหวังไว้ในปีที่ผ่านมา

TCMC

กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ยังขยายตัว แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ทำกำไรยังไม่ดีเท่าที่ควร

ในปี 2564 กลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ (TCM Living) มีรายได้เพิ่มขึ้น 33.07% จากความต้องการที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากโรคระบาดโควิด-19 และแนวโน้มการเติบโตของบ้านในประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นตลาดหลัก ราว 90% ของบริษัท

แต่กลุ่มธุรกิจยังไม่สามารถควบคุมต้นทุนได้เต็มที่ สาเหตุมาจากวิกฤตการณ์ระบบขนส่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกยังไม่ฟื้นตัว และราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงการขาดแคลนแรงงานในระบบอุตสาหกรรม และการขนส่งระหว่างประเทศ ที่เป็นปัญหายืดเยื้อมานาน ทั้งยังมีผู้ผลิตในต่างประเทศที่มีบางส่วนได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้เกิดความล่าช้าในการขนส่งสินค้า ซึ่งกระทบกับตลาดเฟอร์นิเจอร์ในประเทศอังกฤษทั้งหมด

TCMC

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจมีค่าใช้จ่ายการขายและบริหารรวมกันเป็นจำนวน 852.74 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากการเปิดร้านค้าปลีก Arlo & Jacob ทั้ง 5 สาขา ที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการในไตรมาส 2 ของปี 2564 รวมถึงค่าขนส่งที่สูงขึ้น ทั้งค่าธรรมเนียมและค่าน้ำมัน เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ กลุ่มธุรกิจมีผลขาดทุนสุทธิที่ 75.09 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 34.45 ล้านบาท

TCMC

“การระบาดของโควิด ทำให้ผู้คนเน้นอยู่บ้านมากขึ้น ประกอบกับความต้องการมีบ้านเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดเฟอร์นิเจอร์เติบโต แต่เนื่องจากเราไม่สามารถส่งสินค้าทางอากาศได้ จึงต้องส่งทางเรือทั้งหมด  ในช่วงที่ผ่านมา จากความต้องการขนส่งทางเรือสูง ทำให้ค่าขนส่งขึ้นราคาเป็นเท่าตัว  ส่งผลต่อต้นทุนโดยตรง” นายพิมล กล่าว

นายพิมล กล่าวว่า สำหรับโซฟาเราเป็นที่ 1 ในอังกฤษ ทั้งที่เราผลิตในอังกฤษ ผลิตในไทยส่งไปอังกฤษ และ OEM ในจีนส่งไปอังกฤษ รวมกันแล้ว เราใหญ่ที่สุด ในเชิงยอดขายเราก็เป็นผู้นำ นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะรุกตลาดในภูมิภาคอื่นๆ เช่น ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และเซาท์อีสเอเซีย รวมถึงการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ เช่น โต๊ะกาแฟ โคมไฟ อุปกรณ์ตกแต่ง เป็นต้น

S 144908303

กลุ่มวัสดุปูพื้น เจอผลกระทบจากธุรกิจโรงแรมยังไม่ฟื้น TCMC ปรับกลยุทธ์ แสวงหาตลาดใหม่

กลุ่มธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก แม้บางส่วนจะกลับมาเริ่มเปิดดำเนินการแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากโควิด-19 จึงทำให้ยอดขายของ กลุ่มวัสดุปูพื้น (TCM Flooring) ลดลง เนื่องจากระยะเวลาการผลิตพรมโรงแรมใช้เวลานาน ทำให้ปี 2563 มีรายได้จากลูกค้าที่เป็นคำสั่งซื้อต่อเนื่องมาจากปีก่อนเกิดโควิด แต่ปี 2564 ไม่มีคำสั่งซื้อยกมา เนื่องจากลูกค้ากลุ่มโรงแรมยังไม่ฟื้น

ทั้งนี้ บริษัทได้มีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ โดยเน้นการขายในกลุ่มลูกค้าใหม่ทดแทน จึงมีรายได้จากตลาดที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า หรืองานที่มีการวางแผนงบประมาณไว้ล่วงหน้าแล้ว เช่น งานที่พักอาศัย อาคาร สำนักงาน ศูนย์ประชุมนานาชาติ สนามบินนานาชาติ

Suvarnabhumi Airport 1 2

กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ในส่วนของการตกแต่งร้านของสินค้าแบรนด์เนม ก็เป็นอีกส่วนที่บริษัทให้ความสนใจ แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่จะสร้างความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือ และชื่อเสียงให้บริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังแสวงหาสินค้าใหม่ ๆ ที่ไม่เจาะจงเฉพาะวัสดุปูพื้น เพื่อสนองความต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ดี บริษัทก็ได้ดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพทั้งเครื่องจักรและบุคลากร รวมถึงการหาช่องทางการขายใหม่ ๆ และตลาดใหม่ ที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า ซึ่งจะเห็นผลของการดำเนินงานได้ในปี 2565 จากการควบคุมต้นทุนและการทำองค์กร lean อย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ 36.34% ใกล้เคียงกับปีก่อน ถึงแม้รายได้จะลดลง 23.8%

“ตลาดบ้านเราเราครองอยู่ 80 % ในต่างประเทศก็แล้วแต่โปรดักส์ ยุโรปก็น้อยหน่อย เพราะเค้ามีสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ แต่ถ้าเป็นอเมริกา พรมที่ใช้ในโรงแรม เรามีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 30 % ในปีดีๆ เราขายได้  38 – 40 ล้านเหรียญ ปีไม่ดีก็ตกลงมาเหลือ 20 ล้านเหรียญ ส่วนปีนี้เราตั้งเป้า 18 ล้านเหรียญในUSA สำหรับคู่แข่งในไทยไม่มี คู่แข่งในต่างประเทศถึงแม้จะมี แต่เราสามารถพูดได้เราอยู่ในท็อป 2-3 ในโลก ในเชิงยอดขาย”

S 144908300

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปรับองค์กร

โดยในปี 2564 กลุ่มธุรกิจมีค่าใช้จ่ายการขายและบริหารรวมกันเป็นจำนวน 671.91 ล้านบาท ต่ำกว่างวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำไว้ 813.46 ล้านบาท จากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของการทำงาน เพื่อลดจำนวนพนักงาน ให้สอดคล้องกับปริมาณงานที่มีอยู่ และมีการควบคุมค่าใช้จ่ายให้มากขึ้น เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ ทำให้กลุ่มธุรกิจวัสดุปูพื้นมีผลขาดทุนสุทธิ 118.71 ล้านบาท

“เราถือโอกาสช่วงการระบาดของโควิด ปรับลดกำลังการผลิต ปรับปรุงกระบวนการผลิต ทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำบริษัทให้ผอมลง แต่แข็งแรง ซึ่งก็ได้ผล เพราะสามารถควบคุมรายจ่าย ให้เหมาะกับสถานการณ์ได้มากขึ้น”

TCMC

กลุ่มธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ ฟื้นตัว รายได้และกำไรเพิ่มขึ้นชัดเจน

นายพิมล กล่าวว่าจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยและต่างประเทศ ทำให้กลุ่มธุรกิจธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ (TCM Automotive) มียอดขายสูงขึ้นตามแนวโน้มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโต

โดยกลุ่มธุรกิจมีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นชัดเจน คิดเป็น 12.07% และสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ 21.75% ตามลำดับ แต่เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทำให้มีปัญหาการขาดแคลนชิพประมวลผลในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ทำให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจผลิตรถยนต์ทั่วโลก

TCMC

รวมถึงปัญหาจากโรงงานผลิตรถยนต์ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบางแห่งต้องปิดทำการชั่วคราวจากการระบาดในบางพื้นที่ ทำให้กระทบกับยอดส่งออกของบริษัทค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงขึ้น จากการขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในรถยนต์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป

เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายปันส่วนจากส่วนกลาง ต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์มีผลกำไรสุทธิ 73.69 ล้านบาท

“ธุรกิจ Auto ตอนนี้มีแนวโน้มเติบโตได้ดี และการเข้ามาของ EV Car คาดว่าจะส่งผลดีกับธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะพรมรถยนต์ เนื่องจากรถยนต์ EV เครื่องยนต์จะมีความเงียบ ซึ่งพรมจะช่วยซับสียงจากภายนอก และวัสดุหุ้มบุต่างๆ ต้องมีความหนาขึ้น ทำให้กันเสียงได้มากขึ้น จึงน่าจะเป็นผลดีต่อบริษัท”

แสวงหาโอกาส ทำกำไรจากการเปิดร้านค้าปลีก

ในปีที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วนคิดเป็น 70.53% สูงขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีสัดส่วน 60.44% ของรายได้จากการขายและบริการทั้งหมด กลุ่มธุรกิจวัสดุปูพื้น มีสัดส่วนคิดเป็น 20.02% ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีสัดส่วน 29.95% ของรายได้จากการขายและบริการทั้งหมด

ในขณะที่ กลุ่มธุรกิจพรม และผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ มีสัดส่วนคิดเป็น  9.45% ต่ำกว่างวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีสัดส่วน  9.61% ของรายได้จากการขายและบริการทั้งหมด

ที่ผานมาบริษัททำธุรกิจแบบ  B2B (การค้าระหว่างผู้ค้ากับหน่วยธุรกิจ) แต่จะหันไปทำธุรกิจแบบ B2C (การค้าระหว่างผู้ค้าโดยตรงถึงลูกค้าหรือผู้บริโภค) มากขึ้น เนื่องจากสามารถทำกำไรได้อย่างก้าวกระโดด อย่างเช่น การเข้าซื้อกิจการร้านค้าปลีก ควบคู่ไปกับการเพิ่มกำลังการผลิต  จะเห็นได้จากตัวเลขรายได้ 1,660 ในปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 3,858 ในปี 2559 และ 9,546 ในปี 2561 ตามลำดับ

S 144908302

เราคาดหวังที่จะเห็นการฟื้นตัวของกลุ่มท่องเที่ยว และโรงแรม รวมถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ ส่งผลดีต่อธุรกิจ อย่างไรก็ดี เรายังต้องจับตาดูปัจจัยต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะต้นทุนการขนส่ง ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้นจากปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขนส่งโดยเฉพาะในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่จะมีส่วนทำให้เกิดการเติบโตของธุรกิจในภาพรวม

อย่างไรก็ดี บริษัทกำลังพิจารณาเรื่องการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณา ผลดี ผลเสีย ว่าจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทยหรือในอังกฤษ โดยจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

นอกจากนี้ เรายังเน้นการดำเนินธุรกิจที่ตระหนักถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการเรื่องนี้มานาน เรามีคอลเลคขั่นพรมที่ใช้เส้นใยรีไซเคิลจากขยะขวดพลาสติกที่เก็บจากทะเล มาใช้เป็นพื้นด้านล่างของพรม ซึ่งจะมีคุณสมบัติ ทนทาน เก็บซับเสียงได้ดีกว่าเดิม และยังช่วยเพิ่มคะแนน green building ให้แก่อาคารที่ใช้พรมชนิดนี้ด้วย

“TCMC ปรับกลยุทธ์ด้านต่างๆ ทั้งปรับองค์กรให้มีความคล่องตัว แสวงหาลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มประเภทของสินค้า ทำให้เราตั้งเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ราว 20%” นายพิมล ย้ำ

TCMC

อ่านข่าวพิ่มเติม