ดูหนังออนไลน์
CEO INSIGHT

‘ธุรกิจกินแบ่ง’ ปณิธาน ‘เสถียร เศรษฐสิทธิ์’ จากคาราบาวแดง ปั้นค้าปลีกฟื้นรากหญ้า ‘ถูก ดี มีมาตรฐาน’

“เสถียร เศรษฐสิทธิ์” ประกาศสร้างค้าปลีกเพื่อชุมชน “ถูก ดี มีมาตรฐาน” ชูเคล็ดลับ ธุรกิจจะสำเร็จ ต้องทำใหญ่ กินแบ่ง ไม่ใช่กินรวบ ตั้งเป้าปี 66 สยายปีกรุกตำบล 50,000 สาขา ต่อยอดสู่ “point of Everything”

“การทำธุรกิจให้สำเร็จ ต้องใหญ่ ซึ่งความใหญ่โตเป็นเรื่องน่ากลัว และจะน่ากลัวมากขึ้น ถ้าคิดว่าเติบโตจากการกินรวบ เราต้องโตด้วยการกินแบ่ง”เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG และประธานกรรมการ บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีก ถูกดี มีมาตรฐาน บอกเล่าถึงหัวใจของการทำธุรกิจร้านถูก ดี มีมาตรฐาน

เสถียร-เศรษฐสิทธิ์

เสถียร อธิบายว่า ธุรกิจกินแบ่ง คือ แนวคิด 85-15 นั่นคือ เจ้าของร้านถูกดีฯ รับส่วนแบ่ง 85% บริษัท ได้ 15% เพื่อให้เจ้าของร้านอยู่ได้ ขณะที่บริษัทหากอยากได้เพิ่ม ก็ต้องไปหาจากธุรกิจอื่น ๆ ที่มีโอกาสให้ทำอีกมากมาย เพื่อให้เติบโตไปพร้อมกัน

จุดเริ่มต้น “ถูก ดี มีมาตรฐาน”

เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จากการปลุกปั้นแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลัง “คาราบาวแดง” เริ่มเรียนรู้ธุรกิจค้าปลีก ซึ่งเป็นธุรกิจปลายน้ำ ที่สามารถสร้างความครบวงจรให้กับธุรกิจต้นน้ำในฐานะผู้ผลิตได้ ด้วยการเข้าซื้อกิจการ ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต เมื่อเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีความเข้าใจในธุรกิจค้าปลีกมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดของซีเจ ที่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ต และล่าสุดปรับสู่คอนเซปต์ คอมมูนิตี้มอลล์ระดับอำเภอ แต่จากการลงพื้นที่ระดับตำบลหมู่บ้าน ของคาราบาวแดง ทำให้เห็นปัญหาของโชห่วยไทยหลายแสนร้านค้า ที่ถูกรุกไล่โดยค้าปลีกสมัยใหม่ จนล้มหายตายจากไปไม่น้อย จึงนำมาซึ่งแนวคิดในการทำร้านค้าชุมชน

“เราทำคาราบาวแดงมากว่า 20 ปี ลงพื้นที่เยี่ยมสองแสนร้านค้า ทำให้เข้าใจโชห่วยไทย มีร้านล้มหายตายจาก ร้านใหม่ไม่แข็งแรง จึงนำความรู้ว่า ซีเจฯ เข้ามาปรับใช้ โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์ และนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อให้โชห่วยอยู่รอดได้”

ถูกดี มีมาตรฐาน 210711 37

ก้าวแรกของ ถูกดีฯ เริ่มจากการทดลองเปิดร้านเอง ที่นครปฐม พบว่าเปิดเพียง 2-3 เดือน มีรายได้วันละหมื่นกว่าบาท จากนั้นจึงเริ่มขยายพื้นที่ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก รวมกว่า 100 สาขา ทำให้ค้นพบว่า มีรายได้ในระดับที่อยู่ได้

สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากการทดลองเปิดร้าน คือ พฤติกรรมของคนในพื้นที่ ที่ชอบซื้อของใกล้บ้าน ไม่อยากเดินทาง และจะซื้อจนเกิดความเคยชินในที่สุด

คอนเซปต์ของ ร้านถูกดีฯ คือ ร้านค้าของชุมชน โดยชุมชน และเพื่อชุมชน ให้เป็นร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและให้บรรดาร้านโชห่วยที่มีอยู่เดิมสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างเข้มแข็ง

ดังนั้น จึงเปิดรับพาร์ทเนอร์ร้านค้าในท้องถิ่น โดยเฉพาะระดับตำบล ด้วยการเข้าไปช่วยพัฒนาทั้งด้านสินค้า อุปกรณ์ ความรู้ และเทคโนโลยี ให้ร้านค้ามีระบบการบริหารการจัดการที่ดี หน้าร้านสวยงาม ทันสมัย สะอาดสะอ้าน พร้อมร่วมมือกับคู่ค้าจัดรายการส่งเสริมการขาย และสื่อโฆษณา ณ จุดขาย

เสถียร เศรษฐสิทธิ์ กับเป้าหมาย 50,000 สาขา ปี 2566

จากก้าวแรกในปี 2562 ปัจจุบัน ร้านถูกดีฯ ขยายสาขาไปแล้วประมาณ 1,000 ร้านค้า ส่วนสิ้นปัีนี้ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 8,000 ร้านค้า ตามด้วย 30,000 ร้านค้า ในปี 2565 และเพิ่มเป็น 50,000 สาขาในปี 2566

เสถียร-เศรษฐสิทธิ์

เป้าหมายการขยายสาขาถึง 50,000 สาขา เนื่องจาก ธุรกิจค้าปลีกเป็นธุรกิจที่มีกำไรน้อย ดังนั้น การจะสร้างกำไรได้ ต้องขยายสาขาได้ในสเกลที่ใหญ่มากพอ ซึ่งยอมรับว่า ณ สิ้นปีนี้ บริษัทคาดว่าจะยังขาดทุนไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท และคาดว่าจะเริ่มทำกำไรได้อย่างน้อยต้องมีสาขาประมาณ 20,000 สาขาขึ้นไป

ข้อได้เปรียบสำคัญของร้านถูกดี มีมาตรฐาน คือ ความเป็นคนในพื้นที่ทำให้เข้าใจ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในชุมชุนได้เป็นอย่างดี การมีน้ำใจให้กัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ที่สำคัญร้านถูกดี มีมาตรฐาน ยังนำสินค้าของแต่ละท้องถิ่นชื่อดัง หรือ สินค้าที่มีจุดเด่นน่าสนใจในแต่ละพื้นที่มาวางขาย สร้างความแตกต่างจากร้านค้าปลีกอื่นๆ ด้วย

ขณะที่แผนการขยายสาขา ต้องมาพร้อมกับการลงทุนกระจายสินค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจค้าปลีก โดยบริษัทตั้งเป้าจะลงทุนเม็ดเงินก้อนใหญ่ในปี 2565 สำหรับสร้างศูนย์ขยายอีก 15 สาขาในปี 2565 จากปัจจุบันมี 8 แห่ง โดยใช้งบลงทุนแห่งละ 3,000 ล้านบาท รวมงบลงทุนประมาณ 45,000 ล้าน เมื่อรวมกับการขยายสาขาให้แตะ 30,000 สาขา คาดใช้งบลงทุนในปีหน้ารวม 75,000 ล้านบาท

ถูกดี มีมาตรฐาน 210711 56

เมื่อถามถึงอนาคตของร้านถูกดีฯ เสถียร วาดภาพให้เห็นชัดว่า จะไม่ใช่แค่จุดขาย หรือ point of sale เท่านั้น เพราะด้วยจำนวนสาขาที่จะมีเพิ่มมากขึ้น และลงลึกถึงระดับตำบล ทำให้สามารถพัฒนาต่อยอดได้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาไปสู่ จุดให้บริการ (Point of Service) ไปจนถึง การเป็นจุดบริการสำหรับทุกสิ่งที่คนในชุมชนต้องการ (Point of EveryThing) ไปจนถึงการเป็นศูนยฺการเรียนรู้ในชุมชน

เสถียร ปิดท้ายว่า การที่ร้านถูกดีฯ เป็นธุรกิจกินแบ่ง เราแบ่ง 15% เจ้าของได้ 85% จะทำให้โชห่วยฐานรากอยู่รอด และกลับมาเข้มแข็งได้ ท่ามกลางการแข่งขัน และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป การนำเทคโนโลยีมาใช้ จึงเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ชุมชนเข้มแข็งได้ และร้านถูกดีฯ พร้อมที่จะเป็นหนึ่งในกลไกการสนับสนุนสร้างชุมชนเข้มแข็งให้เกิดขึ้นได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม