ดูหนังออนไลน์
CEO INSIGHT

‘บ้านใร่กาแฟ’ วันนี้ ‘ขอฟางเส้นสุดท้าย’ ต่อลมหายใจแบรนด์

หลังจากที่ TheBangkokInsight ได้นำเสนอข่าวความเคลื่อนไหวของ “สายชล เพยาว์น้อย” ผู้สร้างตำนาน บ้านใร่กาแฟ จากรายได้เป็น 100 ล้านสู่ชีวิตติดลบ จากจำนวนสาขากว่า 100 สาขาเหลือเพียง 14 สาขา และเหลือฐานที่มั่นสุดท้ายคือ พิพิธภัณฑ์บ้านใร่กาแฟ และตลาดโรงคั่ว ที่อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี

ทีมงานของเรา ได้มีโอกาสพบกับ สายชล เพยาว์น้อย อีกครั้ง ซึ่งวันนี้ แม้ตลาดโรงคั่ว จะเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากการเปิดมาแล้วครบ 2 ปี จากเดิมที่จำกัดวงเฉพาะมิตรรักแฟนเพลงของบ้านใร่กาแฟยุดดั้งเดิมเป็นส่วนใหญ่ แต่สถานการณ์โดยรวมกลับต้องบอกว่า ย่ำแย่ลง

“ผมจะแย่อยู่แล้ว” สายชล เอ่ยกับเราสั้นๆ แต่สะเทือนถึงใจ เพราะนั่นหมายความว่า เวลาของ พิพิธภัณฑ์บ้านใร่กาแฟ และตลาดโรงคั่ว ซึ่งเป็นพื้นที่อันเป็นหัวใจขององค์การบ้านใร่กาแฟ อาจเหลือน้อยลงไปทุกที หากวันนี้ บ้านใร่กาแฟ ยังไม่สามารถหาทางออกได้ เพราะภาระหนี้ 30 ล้านบาท บีบรัดสถานการณ์ให้เข้าสู่ภาวะคับขัน

“ปัญหายังไม่ได้คลี่คลายเลยตั้งแต่วันนั้น ผ่านไปสองปี ปัญหาก็ยังไม่คลี่คลาย แต่ว่าที่ผมอยู่ได้เพราะรอบข้าง เราใช้หลักคิด “ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน” คนบ้านใร่กาแฟที่มาทำงานที่นี่ มาด้วยใจ มาช่วยกันเสาร์-อาทิตย์ วันธรรมดาก็ไปทำงานอย่างอื่น”

ภาระหนี้ 30 ล้านบาท ดอกเบี้ยธนาคารที่พอกพูนมากขึ้น กับทางออกที่มองไว้หลายแนวทาง เพื่อหาทุนมาต่อลมหายใจแบรนด์ โดยมีเป้าหมายที่ต้องการเพียงให้แบรนด์ บ้านใร่กาแฟ คงอยู่ต่อไปโดยไม่สูญสลายหายไป ไม่ว่าจะเป็นการร่วมทุน การขายสูตร ขายแบรนด์ให้ผู้ที่สนใจและตั้งใจทำ

แต่ถึงวันนี้ ยังไม่มีความคืบหน้า แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ยังคงมองไม่เห็น แต่ภาระหนี้บีบเข้ามาทุกที แม้ธนาคารจะผ่อนผันให้ ก็คงไม่ใช่ตลอดไป และเมื่อนั้น ที่ดินของครอบครัวและของสายชลเอง ที่นำไปเป็นหลักทรัพย์ในการกู้เงิน อาจต้องถูกยึดไป และเงื่อนไขเดียวที่ สายชล ขอไว้คือ ขอให้เหลือ พิพิธภัณฑ์บ้านใร่กาแฟ และตลาดโรงคั่ว ก็อาจเป็นไปไม่ได้

 

“ถ้ามีคนมาขอซื้อแบรนด์ก็ขาย แต่ขอเงื่อนไขอนุญาตให้เราอยู่ตรงนี้”

อีกทางออกที่ สายชล ยังมีความหวัง แม้จะดูเหมือนริบหรี่ คือ การขายที่ดิน 24 ไร่ ราคาไร่ละ 1.2 ล้านบาท ซึ่งถือว่าถูกกว่าราคาทั่วไปที่ขายกัน 1.5 ล้าน เพราะหนองแซงกำลังมีปัจจัยหนุนเกิดขึ้นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น รถไฟความเร็วสูงผ่าน การได้รับการสนับสนุนด้านที่พักโฮมสเตย์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวจาก Airbnb และหน่วยงานภาครัฐ

“ที่นี่จะเป็นโลกในฝัน เพราะขึ้นหมู่บ้านไม่ได้ เป็นพื้นที่สีเขียว มีความสงบ เราจะสานต่อโดยตัวบ้านใร่เป็นไทม์แมชชีนพาย้อนเวลาไปในอดีต บวกกับได้แรงหนุนจาก Airbnb เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม ความทรงจำ ทำให้คนรู้จักหนองแซงมากขึ้น และแบรนด์บ้านใร่จะอยู่คู่ท้องถิ่นเพราะที่นี่เป็นบ้านเรา”

จากภาพฝัน สายชล ย้ำกับเราว่า สิ่งที่ต้องการตอนนี้ คือ การรักษาฐานที่มั่นสุดท้ายไว้ให้ได้ และรักษาแบรนด์ให้คงอยู่ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการทำเอง หรือให้ผู้ที่สนใจไปทำต่อ แม้จะเป็นความหวังที่เลือนรางลงไปทุกที แต่ก็ยังคงมีหวังเสมอ หากไม่ทำวันนี้ แบรนด์ก็จะถดถอยไปตามกาลเวลา และเลือนรางไปเนื่องๆในใจลูกค้า จนต้องหายไปในที่สุด

สายชลปิดท้ายว่า ภาพบ้านใร่ในความคิด ถ้าถูกแก้ปัญหาได้ ภาพจะกลับมา และรอยต่อยังไม่ขาดตอน น่าจะเรียกความรู้สึกเดิมในเวอร์ชั่นใหม่ได้ ยุคของคนก็ยังไม่ขาด เพราะแค่ 2 ทศวรรษ แต่ถ้าแก้ไม่ได้ ก็จะเป็นไปตามวัฏตะของทุกอย่าง และคงหายไปในที่สุด