ดูหนังออนไลน์
Business

‘วายดีเอ็ม’ ซื้อกิจการ ‘มัลเลนโลว์’ เสริมพอร์ตปึ้ก หวังเข้าตลาดใน 1-2 ปี

วายดีเอ็ม ปิดบิ๊กดีลซื้อกิจการ มัลเลนโลว์ เครือ IPG กลุ่มธุรกิจเอเจนซี่ยักษ์ใหญ่ระดับโลก มุ่งเสริมความแกร่งด้าน การสร้างแบรนด์และครีเอทีฟ นับเป็นบริษัทที่ 10 ในเครือ เพื่อเตรียมความพร้อมนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า

นายธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วายดีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า วายดีเอ็ม ได้เข้าซื้อกิจการ มัลเลนโลว์ (ประเทศไทย) (MullenLowe) หรือชื่อเดิมคือ ลินตาส ประเทศไทย ครีเอทีฟแอดเวอร์ไทซิ่งเอเจนซี่ยักษ์ใหญ่ที่ประกอบธุรกิจในไทย มากว่า 50 ปี และเป็นบริษัทในเครือ IPG กลุ่มธุรกิจเอเจนซี่ยักษ์ใหญ่ระดับโลก พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อ้เป็น มัลเลนโลว์ แบงคอก

การเข้าซื้อกิจการดังกล่าว เป็นผลมาจาก มัลเลนโลว์ มีนโยบายปรับเปลี่ยนบิสซิเนส โมเดล ทั่วทั้งเอเชีย ทั้งเวียดนาม มาเลเซีย และล่าสุด คือ ประเทศไทย ด้วยการเข้าไปจับมือกับโลคัลเอเจนซี่ ที่มีศักยภาพของประเทศนั้นๆ และทำธุรกิจร่วมกันในลักษณะพาร์ทเนอร์ อีกทั้ง FCB Bangkok ครีเอทีฟแอดเวอร์ไทซิ่งเอเจนซี่ของ วายดีเอ็ม ก็อยู่ในเครือ IPG เช่นกัน ทาง IPG จึงติดต่อให้ วายดีเอ็ม มาเป็นพาร์ทเนอร์กับมัลเลนโลว์ด้วย

ที่ผ่านมา วายดีเอ็ม ได้ทำงานร่วมกับ FCB Bangkok ในการทำ Integrate Marketing Communication ผสานความรู้ในเรื่อง การทำ แบรนด์ดิ้ง, ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง และเทคโนโลยี  เข้าด้วยกัน ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก จึงมองเห็นโอกาสที่จะดึงมัลเลนโลว์มาเสริมทัพอีก 1 บริษัท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการสร้างแบรนด์และทำอินติเกรเต็ด มาร์เก็ตติ้งแบบต้นน้ำยันปลายน้ำ

สำหรับแนวทางการบริหาร “มัลเลนโลว์ แบงคอก” นั้น ในเบื้องต้นจะนำเอาจุดแข็งของ วายดีเอ็ม เรื่อง ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง และเทคโนโลยี เข้าไปเสริมและต่อยอดงานให้กับลูกค้า เนื่องจากปัจจุบันงานส่วนใหญ่ของมัลเลนโลว์จะเป็นงานโฆษณาผ่านสื่อ (Above the Line) ซึ่งในยุคปัจจุบันการทำงานต้องผสานทั้งออฟไลน์ ออนไลน์และนำเทคโนโลยีทางด้านดิจิทัลเข้ามาเสริมประสิทธิภาพในการทำการตลาดด้วย

ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์

“เราจะนำทีมงาน และดิจิทัล แพลตฟอร์ม จากทั้ง 10 บริษัทในเครือ มาช่วยลูกค้าของมัลเลนโลว์ แบงคอก ให้ก้าวไปสู่การทำการตลาดยุคใหม่หรือที่ทาง วายดีเอ็ม เรียกว่า โมเดิร์น มาร์เก็ตติ้ง พร้อมตั้งเป้าเพิ่มยอดของ มัลเลนโลว์ในปีนี้ 50 ล้านบาท โดยมัลเลนโลว์นับเป็นบริษัทที่ 10 ในเครือวายดีเอ็ม”นายธนพลกล่าว

ด้านนางสาวทุติยา ดิสภานุรัตน์ Head of O2O Business วายดีเอ็ม (ประเทศไทย) กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน วายดีเอ็ม มีครีเอทีฟเอเจนซี่ในเครือรวมถึง 3 บริษัท คือ นวิน คอนซัลแทนต์, FCB Bangkok และล่าสุด คือ มัลเลนโลว์ แบงคอก ซึ่งจะส่งผลให้มี มือดี  ด้านครีเอทีฟ และการผลิตผลงานโฆษณาที่สร้างสรรค์และตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างดีที่สุดระดับท็อปฟอร์มของเมืองไทย

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการเพิ่มลูกค้ารายใหญ่จากต่างชาติที่พาร์ทเนอร์จากต่างประเทศจะส่งมาให้ด้วย และที่สำคัญที่สุดคือ การมีโอกาสเข้าถึงเครื่องมือ, โนฮาว และข้อมูลลูกค้าได้ทั้งหมด ซึ่งจะมีประโยชน์ในการนำมาใช้ในเชิงสร้างสรรค์งานและตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีขึ้น

ทุติยา ดิสภานุรัตน์

สำหรับภาพรวมธุรกิจโฆษณา และเทรนด์ตลาดโฆษณาในปีนี้ นายธนพล กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่เวลาเศรษฐกิจไม่ดี สิ่งแรกที่ลูกค้าจะตัดคืองบการตลาด แต่ วายดีเอ็ม โชคดีที่ธุรกิจที่ทำอยู่ในภาวะขาขึ้น จึงยังสามารถประคองตัวไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก ยังคงตั้งเป้าไว้ที่ตัวเลขเดิมที่ 650ล้านบาท ซึ่งจากการซื้อกิจการแอดเวอร์ไทซิ่งระดับโลก อย่าง มัลเลนโลว์ แบงคอก มาเสริมทัพในปีนี้ ก็คาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มยอดผลประกอบการได้เช่นกัน

ขณะที่ นางสาวทุติยา แนะนำเอเยนซี่ที่กำลังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ว่า ธุรกิจโฆษณาปัจจุบันจำเป็นต้องมีการขยายธุรกิจเพื่อสร้างความหลากหลาย เพราะปัจจุบันธุรกิจเอเจนซี่จะอยู่ในรูปแบบเดิมๆ ไม่ได้อีกต่อไป ส่วนอีกเทรนด์หนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ การมองหาโลคอล พาร์ทเนอร์ ที่แข็งแกร่งมาจับมือทำธุรกิจร่วมกัน เพื่อจะได้มีผู้ที่ชำนาญการทำธุรกิจในพื้นที่นั้นๆ จริงๆ มาช่วยดำเนินงานให้

WANPEN PUTTANONT