Economics

อัพเดทคนละครึ่งเฟส 4 ล่าสุด! เงินสะพัด 5.5 หมื่นล้าน พร้อมเคลียร์ชัด ‘เฟส 5’

“กระทรวงการคลัง” เคลียร์ชัด “คนละครึ่งเฟส 5” พร้อมอัพเดทคนละครึ่งเฟส 4 ล่าสุด! เงินสะพัด 55,172.0 ล้านบาท ยืนยันสามารถใช้สิทธิ์ได้ถึง 30 เมษายน 2565

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการคนละครึ่งเฟส 4 โดยจากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 15 มีนาคม 2565 ณ เวลา 23.00 น. พบว่า มีผู้ใช้สิทธิที่เป็นประชาชนที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 3 (ประชาชนกลุ่มเดิมฯ) จำนวน 25.46 ล้านราย ซึ่งมียอดใช้จ่าย 53,771.6 ล้านบาท

คนละครึ่งเฟส 5

อัพเดทคนละครึ่งเฟส 4

ทั้งนี้ มีผู้ใช้สิทธิที่เป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 3 (ประชาชนกลุ่มใหม่ฯ) จำนวน 7.91 แสนราย ซึ่งมียอดใช้จ่าย 1,400.4 ล้านบาท รวมมีผู้ใช้สิทธิทั้งหมดจำนวน 26.25 ล้านราย และยอดการใช้จ่ายรวม 55,172.0 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 28,055.8 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 27,116.2 ล้านบาท

โดยมียอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทตามร้านค้า ได้แก่

  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 23,040.3 ล้านบาท
  • ร้านธงฟ้า 9,455.7 ล้านบาท
  • ร้าน OTOP 2,469.7 ล้านบาท
  • ร้านค้าทั่วไป 19,126.3 ล้านบาท
  • ร้านบริการ 977.5 ล้านบาท
  • กิจการขนส่งสาธารณะ 102.5 ล้านบาท

คนละครึ่งเฟส 5

สำหรับประชาชนที่ได้รับสิทธิทั้งหมด 26.38 ล้านราย เป็นประชาชนกลุ่มเดิมฯ ที่กดยืนยันสิทธิและมีการใช้สิทธิคนละครึ่งเฟส 4 แล้ว จำนวน 25.46 ล้านราย จากจำนวนผู้ใช้จ่ายโครงการคนละครึ่งเฟส 3 จำนวน 26.35 ล้านราย และในส่วนของผู้ประกอบการมีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 4 แล้วจำนวน 1.35 ล้านราย โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ 2.75 หมื่นราย

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้จ่ายโครงการคนละครึ่งเฟส 4 ได้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2565 และสำหรับผู้ประกอบการร้านค้ารายใหม่ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 4 ผ่าน www.คนละครึ่ง.com หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่หรือสาขาธนาคารกรุงไทยได้อย่างต่อเนื่องจนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศปิดรับสมัคร

คนละครึ่งเฟส 5

เคลียร์ชัด “คนละครึ่งเฟส 5”

สำหรับโครงการคนละครึ่งเฟส 5 นั้น นายพรชัย กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังยังไม่มีนโยบายที่จะออกโครงการ “คนละครึ่งเฟส 5” ส่วนสิทธิที่เหลือจากโครงการคนละครึ่งเฟส 4 จำนวน 2.6 ล้านสิทธิ์นั้นอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยแนวโน้มคาดว่าจะไม่ได้เปิดลงทะเบียนใหม่ และไม่มีเพิ่มวงเงินสิทธิ์ โดยเงินส่วนที่เหลือจะต้องนำส่งคืน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือ สภาพัฒน์ เนื่องจากเงินดังกล่าวเป็นงบประมาณจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อให้สภาพัฒน์นำงบกลับไปใช้ในโครงการอื่น ๆ ต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม