Economics

นายกฯ ส่งสัญญาณเข้าร่วม CPTPP -โต้ไม่คิดปลูกผักชี-ทำขนส่งแข่งกับใคร?

นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณไทยต้องเข้าร่วม CPTPP ยันไม่เคยคิดปลูกผักชี  แค่เตรียมความพร้อมช่วยประชาชน และไม่ทำขนส่งแข่งกับใคร ลั่นหากไม่มีรถขนส่ง ต้องแบกกระสอบเดินเองแล้วกัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ประธานกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “จับมือ รวมใจ พาไทยรอด” ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 39  โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า ได้คุยกับประธานหอการค้า บอกไม่มีคนรุ่นเก่า คนรุ่นใหม่ มีแต่คนรุ่นใหญ่  งานวันนี้เป็นการรวมกันของคนทุกวัยทั่วประเทศ ตนยินดีและเป็นเกรียติที่ได้มาร่วมงานและถือเป็นการจับมือร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกวันนี้นอกจากปัญหาสุขภาพ ยังมีปัญหาเรื่องการดำเนินชีวิตจากปัญหาเศรษฐกิจ จะทำอย่างไรให้สามารถแก้ปัญหาไปพร้อมๆกัน โดยไม่กระทบอีกส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ ตนได้รับทราบผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน และผู้ประกอบการ ที่ผ่านมาก็ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกอย่างกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติโดยเร็วที่สุด ส่วนการจัดสรรวัคซีนได้เร่งดำเนินการ ขณะนี้มีวัคซีนแต่ติดปัญหาเรื่องการกระจายการฉีด  การฉีดวัคซีนมีความปลอดภัย และเข้าใจว่าการฉีดวัคซีนขึ้นอยู่กับความสมัครใจ แต่ต้องไม่กระทบใครโดยเฉพาะการกระจายเชื้อ ดังนั้นจึงอยากให้ร่วมกันประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนออกมาฉีดวัคซีนให้ครบโดส อาจมีปัญหาข้างเคียงบ้าง แต่ทางแพทย์ได้อธิบายไปแล้ว ทุกวันนี้วัคซีนมีพร้อม บุคลากรมีพร้อม แต่ขาดคนที่จะออกมาฉีดวัคซีน

IMG 20211121125710000000 1

อีกทั้งในวันข้างหน้ายังต้องเตรียมพร้อมรับวัคซีนอื่นๆด้วย เพราะที่ผ่านมาแท้ไทยจะมีความพร้อมด้านสาธารณสุข แต่ทุกประเทศทั่วโลกไม่เคยเจอกับโควิด-19 มาก่อน ทั้งนี้ไทยใช้งบประมาณ 25% ของจีดีพี ในการแก้ไขปัญหาโควิด  หลายประเทศนำแนวทางไปใช้เป็นต้นแบบ และยอมรับว่าเป็นงบประมาณที่สูง ในประกลุ่มประเทศที่ 2 รองจากชิลี ดังนั้นขอทุกคนอย่าประมาทแม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น

“รัฐบาลเริ่มผ่อนคลาย รัฐบาลไม่อยากจะปิด ไม่อยากจะกลั้นอะไร เรื่องสุขภาพเราต้องไปด้วยกัน ถ้าเศรษฐกิจและสุขภาพแย่ก็ต้องกลับไปล็อกดาวน์ แบบที่หลายประเทศก็เกิดขึ้นมาแล้ว เราต้องคำนึงถึงสถานการณ์หลายประเทศด้วย เพราะยังมีความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศต่างๆ สิ่งเหล่านี้เป็นข้อพิจารณา ในนามรัฐบาลต้องดูด้วยว่า ประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศในภูมิภาคสถานการณ์เป็นอย่างไร และการแก้ไขปัญหาต่างๆอาจจะมีพันธสัญญาร่วมกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ขณะที่การแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ เช่น ความเหลื่อมล้ำทางสังคม​ ปัญหาอุทกภัย​ หนี้ครัวเรือน​ ทุกเรื่องถูกบรรจุในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อจะจัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาให้ตรงประเด็น​ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน และอยากทุกกระทรวงทำงานด้วยบูรณาการกัน แต่การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่ได้ต้องการที่จะยึดครองอำนาจ แต่เพื่อวางรากฐาน เป็นแผนพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ และได้เล่าถึงหลักการการบริหารประเทศในด้านต่างๆ ที่มีข้อจำกัดในหลายด้าน โดยระบุว่าขอเล่านานหน่อยเพราะสิ่งเหล่านี้อยู่ในศีรษะตนมาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว

ตู่ ป็อก e1637481670730

ส่วนในด้านการค้า-การลงทุน เช่น ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก CPTPP นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนยอมรับว่ามีข้อเสีย แต่ก็มีข้อดีด้วยเช่นกัน ที่ไทยต้องพิจารณารอบคอบและเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของไทย ดังนั้นไทยต้องเข้าร่วมเจรจาข้อตกลงบางอย่างที่ยังไม่เป็นประโยชน์กับประเทศ เช่น เกษตร สาธารณสุข แต่ยืนยันว่าการเจรจาครั้งนี้ยังไม่ได้ตกลงเข้าร่วมในทันที

ส่วนเรื่อง 1 ข้าราชการ 1 ครัวเรือน ไม่ได้มุ่งหวังให้ข้าราชการคนใดไปแก้ปัญหาให้กับประชาชน เพียงแต่ต้องการให้ข้าราชการลงพื้นที่พูดคุยเยี่ยมเยียนประชาชน รับทราบถึงปัญหา เพื่อที่จะนำมาแก้ไขให้ตรงจุด เกิดการเรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวช่วงหนึ่งอย่างมีอารมณ์ถึงการแก้ไขปัญหาราคาผักแพง และเรื่องราคาน้ำมันดีเซล  ยืนยันว่า “ที่สั่งให้ทหารปลูกผักชีไม่ได้ ว่าจะไปแข่งกับใคร แต่ทหารปลูกอยู่แล้วเพื่อไว้กินเอง เพราะมีพื้นที่แต่หากประชาชนเดือดร้อน ก็สามารถมาซื้อกับทหารได้ เช่นเดียวกับการเตรียมรถทหารไว้ สำหรับการขนส่ง ในกรณีที่รถบรรทุกหยุดวิ่ง ตนไม่ได้ต้องการที่จะทำขนส่งแข่งกับใคร เพราะถ้าไม่มีรถวิ่งแล้วจะทำอย่างไร ก็แบกกระสอบเดินเองแล้วกัน ขออย่าเชื่อข้อมูลบิดเบือนมีอะไร ก็ขอให้ตรวจสอบให้รอบคอบก่อน ตนไม่ได้ดีไปกว่าใคร และก็ไม่ได้คิดว่าเก่งไปกว่าใคร แต่ตนจะทำให้ดีที่สุด” นายกรัฐมนตรี กล่าว

IMG 20211121125720000000 1

ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าตนยินดีที่จะรับฟังทุกเสียงสะท้อนและนำไปแก้ไขเพราะตนไม่ใช่คนดื้อ คนใจร้าย หรือคนเผด็จการ แต่ต้องอธิบายให้ได้ว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขในส่วนใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษมีเสียงไมค์โครโฟนช็อตเป็นระยะๆ ทำให้นายกรัฐมนตรี ต้องใช้เท้าเตะสายไฟอยู่หลายครั้ง และพูดว่าต้องพูดไปเตะสายไฟไปก่อนจะพูดว่า “บริษัทไหนเนี่ย” ทำให้ผู้ร่วมประชุมหัวเราะกับคำพูดของนายกรัฐมนตรี

ขอบคุณ: ข้อมูลสำนักข่าวไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight