Economics

ส่งออกเดือน ส.ค. ขยายตัว 8.93% ลุ้นทั้งปีโตบวก 2 หลัก!


“รมว.พาณิชย์” เผยยอดส่งออกเดือนสิงหาคมโต 8.93% ขยายตัวชะลอลงเล็กน้อยจากผลกระทบโควิด มั่นใจทั้งปีโตเกินเป้า 4% ลุ้นโตบวก 2 หลัก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนสิงหาคม 2564 มีมูลค่า 21,976.23 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่หากเทียบเดือนกรกฎาคม 2564 ยังถือว่าขยายตัวชะลอลงเล็กน้อย จากผลกระทบปัญหาการแพร่ระบาดโควิดที่มีการล็อกดาวน์ และบางโรงงานผลิตบางแห่งปิด หรือปิดบางส่วน และระบบโลจิสติกส์มีปัญหาด้านการขนส่งสินค้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในการส่งออก แต่ถือว่าการส่งออกยังขยายตัวได้ดีอยู่ ทำให้ยอดส่งออกสินค้าโดยรวมช่วง 8 เดือนของปี 2564 ตั้งแต่ (ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่า 176,961.71 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15.25%

ส่งออก

ลุ้นส่งออกโต 2 หลัก

ดังนั้น จึงคาดการณ์ว่า จากเป้าหมายส่งออกในปีนี้จะเป็นบวก 4% โดยมองว่าตัวเลขส่งออกน่าจะเป็นบวก 2 หลัก แต่จะเป็นเท่าไหร่นั้นคงจะต้องมีการติดตามกันต่อไป และหากดูตัวเลขการนำเข้าในเดือนสิงหาคม 2564 มีมูลค่า 23,191.89 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดนำเข้า 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่า 175,554.75 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 30.97% ทำให้ไทยเกินดุลการค้า 8 เดือน อยู่ที่ 1,406.96 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม การส่งออกที่ขยายตัว มาจากการเพิ่มขึ้นของการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร 23.6% และหากดูลึกในรายสินค้า พบว่า ผลิตภัณฑ์ยางพารา เพิ่ม 98.8% บวกต่อเนื่อง 11 เดือน ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป เพิ่ม 84.8% บวก 5 เดือนต่อเนื่อง น้ำมันปาล์ม เพิ่ม 51.0% บวก 6 เดือนต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เพิ่ม 48.4% บวก 10 เดือนต่อเนื่อง

ส่งออก

ขณะที่ข้าวเพิ่ม 25.4% กลับมาบวกครั้งแรกในรอบ 8 เดือน และอาหารสัตว์ เพิ่ม %บวก 24 เดือนต่อเนื่อง โดยตลาดส่งออกขยายตัวเกือบทุกตลาด เช่น สหรัฐ เพิ่ม 16.2% จีน เพิ่ม 32.3% ญี่ปุ่น เพิ่ม 10% อาเซียน เพิ่ม 15.2% สหภาพยุโรป เพิ่ม 16.1% อินเดีย เพิ่ม 44.2% ซึ่งยกเว้น 3 ตลาด ได้แก่ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และ CLMV ที่ขยายตัวติดลบ

ทั้งนี้ ปัจจัยที่สนับสนุนการส่งออกในเดือนสิงหาคม 2564 ที่ทำให้เป็นบวกได้ มาจากการแก้ไขปัญหาเชิงรุกและต่อเนื่องของ กรอ.พาณิชย์ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่อังค์ถัดประเมินว่าจะโตเร็วสุดในรอบ 50 ปี โตมากในสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป เป็นต้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม