ดูหนังออนไลน์
Economics

ราคาน้ำมันแนวโน้มขยับขึ้น รับสหรัฐ-ยุโรปเริ่มควบคุมโควิดสำเร็จ


ทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้วิเคราะห์ทางเทคนิคราคาน้ำมันดิบ ICE Brent ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มขยับขึ้น หลังสหรัฐฯ และยุโรปประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดของ COVID-19 โดยใช้กลยุทธ์กระจายวัควีนให้มากที่สุด

สหรัฐฯ ฉีดวัคซีนให้ประชาชน 54% และชาวยุโรปได้รับวัคซีนประมาณ 40-60% (ยกเว้นอังกฤษ ที่ได้รับ 65%) ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ประกอบกับสภาคองเกรสสหรัฐฯ อนุมัติงบประมาณ 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับโครงการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Joe Biden ที่ต้องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ ให้ติดตามการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน OPEC และชาติพันธมิตร (OPEC+) ในวันที่ 1 ก.ค. 2564 เพื่อกำหนดนโยบายการผลิตน้ำมันสำหรับเดือน ส.ค. 2564 เป็นต้นไป 

ราคาน้ำมัน

ทั้งนี้ OPEC+ เริ่มมาตรการลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบเพื่อรับมือวิกฤติการณ์ COVID-19 ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2563 เป็นต้นมา และทยอยเพิ่มการผลิตอย่างค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้นเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้น้ำมันดิบที่ฟื้นตัว โดยเดือน ก.ค. 2564 มีแผนลดการผลิตที่ 5.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก          

  • ประธานาธิบดี Joe Biden แห่งสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกับสภา Congress ในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานวงเงินรวม 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาทิ โครงการขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสาธารณูปโภคด้านพลังงานที่สะอาด, ผลิตน้ำประปา, ขยายเครือข่ายอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ รวมทั้งช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ 
  • อิหร่านไม่ต่ออายุข้อตกลงที่อนุญาตให้ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency – IAEA) เข้าไปตรวจสอบเก็บข้อมูลการดำเนินการด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน สิ้นสุดลงในวันที่ 24 มิ.ย. 2564 ทำให้ชาติมหาอำนาจขาดข้อมูลที่จำเป็นต่อการเจรจาระงับโครงการนิวเคลียร์ ประกอบกับประธานาธืบดีใหม่ของอิหร่าน นาย Ebrahim Raisi ที่ก่อนหน้ามีตำแหน่งประธานศาลสูงสุดและมีท่าทีแข็งกร้าวต่อชาติตะวันตกและปัจจุบันเป็นบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ อาจทำให้การเจรจายากลำบากขึ้นส่งผลให้อิหร่านไม่สามารถกลับมาส่งออกน้ำมันดิบได้ตามที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้

ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ      

  • กระทรวงปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ (Ministry of Petroleum and Natural Gas) ของอินเดียรายงาน โรงกลั่นนำน้ำมันดิบเข้ากลั่น (Crude Throughput) ในเดือน พ.ค. 2564 ลดลงจากเดือนก่อน  7.7% อยู่ที่ 4.49 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำสุดตั้งแต่ ต.ค. 2563 เนื่องจากการ Lockdown จำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

Bloomberg รายงานว่ารัสเซียมีแผนเสนอให้ OPEC+ เพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในเดือน ส.ค 2564 ทั้งนี้ ปัจจุบัน OPEC+ ลดการผลิตในเดือน มิ.ย. และ ก.ค. 2564 ที่ 6.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ 5.759 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ และจะประชุมในวันที่ 1 ก.ค. 2564 เพื่อกำหนดมาตรการสำหรับเดือน ส.ค. 2564

อ่านข่าวเพิ่มเติม: