ดูหนังออนไลน์
Economics

‘กกร.’ หั่นเป้าจีดีพีปีนี้เหลือโต 0.5-2% จี้รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจทันที!

โควิดฉุดเศรษฐกิจ! ‘กกร.’ หั่นเป้าจีดีพีปีนี้เหลือโตแค่ 0.5-2% จากเดิมคาดขยายตัว 1.5-3% จี้รัฐบาลเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทันทีในเดือน มิ.ย. นี้ เพื่อชดเชยภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2564 เป็นขยายตัวในกรอบ 0.5-2.0% จากเดิมคาดขยายตัว 1.5-3% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากการระบาดของ “โควิด” ระลอกใหม่ ขณะที่การส่งออกปีนี้ คาดจะขยายตัวเป็น 5-7% จากเดิมคาด 4-6% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคงคาดการณ์ในกรอบ 1.0-1.2%

กกร.

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธาน กกร. กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ แม้ กกร.จะได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจลงมา 1.5-3% แล้วในครั้งก่อนก็ตาม แต่เนื่องจากการระบาดของโควิด- 19 ระลอกเดือนเมษายน มีแนวโน้มรุนแรงกว่าที่คาด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ มากกว่า 3 เดือน

ขณะที่การแพร่ระบาดระลอกล่าสุดได้ ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่อง ในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ให้ฟื้นตัวได้ช้ากว่าเดิม โดยธุรกิจบริการ ดำเนินกิจการได้อย่างจำกัดจาก มาตรการควบคุมโรค ส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน และรายได้แรงงาน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ และเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสอง และไตรสามเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดจากการที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. และสภาพัฒน์ฯ ปรับลดประมาณการจีดีพีในปีนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ต่ำกว่าระดับ 2%

อย่างไรก็ตาม แนวทางเร่งแจกกระจายวัคซีนต้านโควิด-19 เป็นหนทางเดียว ที่จะทำให้เศรษฐกิจ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และปีหน้ากลับมาฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง การประชาสัมพันธ์ แผนการบริหารจัดการวัคซีนที่มีความชัดเจน ไปพร้อมกับการเร่งสร้างความเข้าใจ เพื่อเสริม ความเชื่อมั่นในการเข้ารับการฉีดวัคซีน จะมีส่วนสำคัญ ที่ช่วยให้เกิดเป็นภาวะภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) ภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัย ที่สร้างเสริมความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ และประชาชนได้

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังเผชิญปัญหาขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้า และค่าระวางเรือที่ทรงตัวในระดับสูง รวมถึงการเร่งตัวขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ นอกจากนี้ การระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ในหลายประเทศ เป็นความเสี่ยงต่อภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการค้าโลกในระยะต่อไป

กกร.
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

สำหรับข้อเสนอของกกร.ที่ต้องการให้ภาครัฐเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจใน 4 เรื่อง ได้แก่

  1. เร่งฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมาย โดยปรับปรุงการสื่อสารกับประชาชน เพื่อลดความสับสน และบริหาร จัดการมาตรการควบ คุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ เร่งฉีดวัคซีนในพื้นที่ ที่เป็นยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ในไตรมาสที่ 4
  2. เร่งผลักดัน พ.ร.ก.เงินกู้ 7 แสนล้านบาท เพื่อให้รัฐบาลมีเม็ดเงินเพียงพอ และดำเนินโครงการด้านสาธารณสุข ด้าน การเยียวยา ชดเชยให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจ ได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ภาวะสถานการณ์การระบาด ของโควิด-19 ที่รุนแรง และมีความไม่แน่นอนสูง
  3. เร่งรัดมาตรการช่วยเหลือด้านกำลังซื้อภาคประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง ให้เข้ามาพยุงกำลังซื้อได้ ในเดือนมิถุนายน และพิจารณาเพิ่มวงเงินสนับสนุน การใช้จ่ายจาก 3,000 บาท เป็น 6,000 บาท ซึ่งจะช่วยให้มีเม็ดเงินสะพัดในระบบ เศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจาก 9 หมื่นล้านบาท เป็น 1.8 แสนล้านบาท เมื่อรวมเม็ดเงินของประชาชน ที่นำออกมาใช้จ่ายคู่กับเม็ดเงินจากโครงการคนละครึ่ง
  4. เสริมมาตรการดึงกำลังซื้อจากประชาชนที่มีเงินออม โดยสนับสนุนมาตรการนำรายจ่ายจากการซื้อ สินค้าไปหักภาษีเงินได้ ในวงเงิน 3-5 หมื่นบาทต่อราย ซึ่งจะจูงใจให้ประชาชนในกลุ่มนี้นำเงินฝากมาใช้จ่าย

“อยากให้ภาครัฐเร่งรัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทันที ในเดือน มิ.ย. เพื่อชดเชยภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงไป โดยเฉพาะในภาคท่องเที่ยว หลายมาตรการที่ดี แต่สิ้นสุดโครงการไปก็อยากให้รื้อฟื้นกลับมาอีก” นายสุพันธุ์ กล่าว

สำหรับการออก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติม 7 แสนล้านบาทนั้น มองว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อหนี้สาธารณะที่ยังอยู่ในระดับต่ำ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อยู่ในระดับสูง และดุลการชำระเงินไม่ได้ติดลบ ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจดีแล้ว ก็สามารถนำกลับมาชำระหนี้คืนได้ แต่อยากเห็นภาพที่ชัดเจนว่า จะมีการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวไปใช้ดำเนินการเรื่องใดบ้าง

อ่านข่าวเพิ่มเติม