ดูหนังออนไลน์
Economics

‘คลัง’ สรุปเงื่อนไข ‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ รับเงินคืนสูงสุด 7,000 บาท

“กระทรวงการคลัง” สรุปเงื่อนไข “ยิ่งใช้ยิ่งได้” รับ e-Voucher คืนสูงสุด 7,000 บาท หวังกระตุ้นการใช้จ่ายของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ เงินสะพัด 2.68 แสนล้านบาท

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้ จะเป็นส่วนหนึ่งในโครงการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศผ่านผู้ที่มีกำลังซื้อ และสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) โดยจะมีการเปิดลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หลังจากที่ครม.อนุมัติโครงการ

สำหรับโครงการดังกล่าวมีกลุ่มเป้าหมาย 4 ล้านคน โดยมีหลักการรัฐสนับสนุน e-Voucher ค่าสินค้า อาหาร ค่าเครื่องดื่ม และค่าบริการ (ไม่รวมลอตเตอรี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าชสำหรับยานพาหนะ ค่าบริการนำเที่ยว ค่าที่พัก และค่าตั๋วเครื่องบิน) ในอัตรา 10-15% สูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน โดยยอดใช้จ่ายเพื่อคำนวณ e-Voucher ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวันต่อคน แบ่งเป็น 2 ต่อดังนี้

ต่อที่ 1 ใช้จ่าย 1 – 40,000 บาทแรก จะรับ e-Voucher 10% ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน

ต่อที่ 2 ใช้จ่าย 40,001 – 60,000 บาท รับ e-Voucher 15% ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน

ขณะนี้วิธีการใช้จ่ายผ่านโครงการ จะต้องนำเงินเข้ามาในวอลเล็ต บนแอป “เป๋าตัง” โดยใช้จ่ายในการซื้อสินค้า/บริการ ที่จะได้รับ e-Voucher ช่วงกรกฎาคม – กันยายน จากนั้นจะได้รับ e-Voucher คืนทุกต้นเดือนถัดไปหลังมีการใช้จ่าย หรือช่วง สิงหาคม – ธันวาคม 2564 โดยวงเงินสิทธิ์ที่ได้รับนั้น ก็จะเข้ามาในวอลเล็ต บนแอปเป๋าตังเช่นกัน ซึ่งไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้

สำหรับคุณสมบัติประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ

  • สัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีบัตรประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ/ผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ/ไม่ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 3

คุณสมบัติร้านค้าเข้าร่วมโครงการ

  • ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม ร้านค้าสินค้าทั่วไป การให้บริการ ที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียน Vat

“ที่เรากำหนดเงื่อนไขให้ใช้ดังกล่าว เพื่อให้การใช้จ่ายมียอดที่กระจายไปยังร้านค้าต่าง ๆ ไม่ต้องการให้กระจุกตัวร้านเดียว โดย Voucher ที่ได้รับนั้น เราต้องการให้มีการใช้จ่ายต่อเนื่องเช่นกัน โดยคาดจะมีเงินสะพัดถึง 2.68 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเงินในกระเป๋าผู้ร่วมโครงการ 2.4 แสนล้านบาท และ เงินของรัฐอีก 2.8 หมื่นล้านบาท” นางสาวกุลยา กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม