Economics

‘ธนวรรธน์’ จี้รัฐอัดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม ชี้แค่ 2.4 แสนล้านไม่พอ!!


“อธิการบดี ม.หอการค้าไทย” ชี้โควิดระลอก 3 รุนแรงกระทบเศรษฐกิจมากกว่า 400,000 – 500,000 ล้านบาท มองรัฐอัดฉีดเงินแค่ 240,000 ล้านบาทยังไม่เพียงพอ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564

โดยจะมีการนำเงินงบประมาณกว่า 240,000 ล้านบาทเข้ามาดำเนินโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 นั้น โดยเห็นว่าจะเข้ามาบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและภาคธุรกิจในช่วง 2 ไตรมาสดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง

ธนวรรธน์ 65641

ทั้งนี้ มองว่า การระบาดโควิด-19 ระลอก 3 รุนแรงและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่า 400,000 – 500,000 ล้านบาท ดังนั้น วงเงินที่รัฐบาลนำมาอัดฉีดระบบเศรษฐกิจเพียงกว่า 240,000 ล้านบาท จะยังไม่เพียงพอชดเชยความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างแน่นอน

“คงจะต้องติดตามว่าในช่วงปลายปีภาครัฐบาลจะออกมาตรการอื่น ๆ โดยจะต้องใช้เม็ดเงินเพิ่มอีกกว่า 200,000-250,000 ล้านบาทอีกหรือไม่ เพราะหากไม่มีเม็ดเงินเพิ่มเติมเข้ามาอัดฉีดระบบเศรษฐกิจอีกจะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะมีปัญหาได้” นายธนวรรธน์ กล่าว

นอกจากนี้ ไม่เพียงต้องหาเม็ดเงินอัดฉีดระบบเศรษฐกิจเพิ่มเติม ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือเพื่อลดปัญหาปริมาณคนติดเชื้อโควิด-19 รายวันจะต้องลดลงและอยู่ในวิสัยที่ควบคุมได้ เพราะหากยังมีปริมาณคนติดเชื้อรายวันสูงเกินกว่า 2,000 คนเช่นนี้การใช้เม็ดเงินอัดฉีดระบบเศรษฐกิจจะไม่ได้ผลเต็มที

ดังนั้น ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเร่งหาวัคซีนและเดินหน้าฉีดวัคซีนเพื่อให้คนไทยมีภูมิคุ้มกันหมู่และลดปัญหาการติดเชื้อรายวันให้ลดน้อยลง เพราะเชื่อว่าหากปริมาณคนติดเชื้อน้อยลงเข้าสู่จุดควบคุมสถานการณ์ต่าง ๆกิจกรรมการเปิดประเทศจะกลับมาและมีแผนการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ซึ่งเวลานี้ทุกภาคส่วนคาดหวังว่าการควบคุมการแพร่ระบาดโควิดจะดีขึ้นได้ในเร็ว ๆ นี้ หากทำได้โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะเติบโตตามที่คาดการณ์ไว้ แต่หากยังควบคุมไม่ได้โอกาสเศรษฐกิจไทยจะติดลบก็เห็นเช่นกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม