Economics

ย้ำ!! ‘คนละครึ่ง’ ดีเดย์ใช้เงินวันสุดท้าย 31 มี.ค. พ้นกำหนดตัดเงินทันที

เตือน!! “คนละครึ่ง” ดีเดย์ใช้เงินวันสุดท้าย 31 มีนาคมนี้ พ้นกำหนดจะถูกตัดเงินทันที เผย ณ วันที่ 25 มีนาคมมียอดใช้จ่ายทะลุ 1 แสนล้านบาทแล้ว ด้าน “รองโฆษกรัฐบาล” ปลื้ม 3 โครงการรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว 2.5 แสนล้านบาท

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษก กระทรวงการคลัง เปิดเผยความสำเร็จของโครงการ คนละครึ่ง ว่า ณ วันที่ 25 มีนาคม 2564 โครงการคนละครึ่งมียอดการใช้จ่ายสะสม 100,042 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 51,214 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 48,828 ล้านบาท

ทั้งนี้ มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 14,793,502 คน เป็นการใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป จำนวน 12,959,425 คน และใช้จ่ายครบ 3,500 บาท จำนวน 6,624,037 คน โดยการใช้จ่ายกระจายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ แสดงถึงความสำเร็จอย่างสูงในการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และฟื้นฟูเศรษฐกิจจนถึงระดับฐานรากทั่วประเทศ ซึ่งจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

คนละครึ่ง

  • กรุงเทพมหานคร
  • ชลบุรี
  • สมุทรปราการ
  • สงขลา
  • เชียงใหม่

ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งจะสามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดโครงการ จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังมีวงเงินเหลือรักษาสิทธิของท่านโดยการเร่งใช้จ่ายให้ครบ 3,500 บาท ภายในกำหนด ซึ่งจะเป็นการช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการบริโภคภายในประเทศอีกด้วย

โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลัง ได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตของผู้ประกอบการร้านค้าผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการเราชนะและโครงการ คนละครึ่ง รวมถึงประชาชนโดยพบพฤติกรรมการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ เช่น การแลกวงเงินสิทธิ์เป็นเงินสด การขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม เป็นต้น

ซึ่งกระทรวงการคลัง ได้เร่งรัดดำเนินการติดตามและตรวจสอบการกระทำทุจริตในโครงการต่าง ๆ รวมถึงประสานขอความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการดังกล่าว โดยหากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขจริง จะระงับการใช้เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง EDC) หรือแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ของร้านค้า และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ดังนั้น กระทรวงการคลัง ขอความร่วมมือประชาชนในการรักษาสิทธิ์ของตนเองและขอให้ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการ

ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการสามารถแจ้งเบาะแส รวมถึงส่งหลักฐานการกระทำผิดเงื่อนไข ทางไปรษณีย์มาที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail) ของโครงการเราชนะ [email protected] และโครงการคนละครึ่ง [email protected]

ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่โครงการคนละครึ่งจะหมดเขตในวันที่ 31 มีนาคมนี้ อยากเชิญชวนให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ เร่งใช้จ่าย เพื่อจะได้ใช้วงเงินสิทธิ์ครบเต็มจำนวน ขณะนี้มีผู้ใช้สิทธิ์ครบ 3,500 บาท แล้ว 6.38 ล้านคน จากจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ 14.79 ล้านราย

โดยมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นรวม ณ 20 มีนาคม จำนวน 100,042 ล้านบาท เป็นการใช้จ่ายจากภาคประชาชน 51,214 ล้านบาท รัฐช่วยจ่าย 48,828 ล้านบาท สำหรับโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 นั้น ทางกระทรวงการคลัง แจ้งว่าอยู่ระหว่างการออกแบบโครงการ ซึ่งจะออกมาได้หลังจากที่โครงการเราชนะ และ ม33 เรารักกัน สิ้นสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564

ในส่วนของจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์โครงการเราชนะ ขณะนี้มี 32.4 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 1.53 แสนล้านบาท ขณะที่โครงการ ม33 เรารักกัน มีผู้ได้รับสิทธิ์แล้ว 7.4 ล้านคน เริ่มโอนเงินงวดแรก 1 พันบาท แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ เมื่อ 22 มีนาคม มียอดการใช้จ่ายประมาณ 750 ล้านบาท และจะเปิดให้ยื่นทบทวนสิทธิ์ ถึงวันที่ 28 มีนาคมนี้ ทาง www.ม33เรารักกัน.com โดยประกาศผล วันที่ 5 – 11 เมษายน 2564 ทางเว็บไซต์เช่นเดียวกัน

นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า ทั้ง 3 โครงการของรัฐบาล สามารถแบ่งเบาภาระประชาชนจากผลกระทบโควิด-19 ได้มาก รวมถึงเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบคาดว่าไม่ต่ำ 2.5 แสนล้านบาท ตัวเลข ณ วันที่ 25 มีนาคม 2564 ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งสิ้นมากกว่า 1.5 ล้านกิจการ รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากก็ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างมากด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม