Economics

ได้เงินยัง!! วันนี้ 2 กลุ่มรับเงินเราชนะรวดเดียว 7,000 บาท รีบเช็คเลย

ได้เงินยัง!! วันนี้ 2 กลุ่มเราชนะที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติได้รับ เงินเราชนะ รวดเดียว 7,000 บาท สามารถใช้เงินได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ด้าน “กระทรวงการคลัง” เตื่อนทุจริต เงินเราชนะ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษก กระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการประกาศผลการทบทวนสิทธิ์ ของประชาชนที่ขอทบทวนสิทธิ์ เรื่องการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แห่งกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม การเป็นเจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดในหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการการเมือง ผู้รับบำนาญ หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ หรือการเป็นผู้มีเงินฝากเกินเกณฑ์ที่กำหนด ในระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2564

รวมถึงผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินปีภาษี 2562 เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2563 แล้ว ระหว่างวันที่ 8 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2564 ที่ได้แสดงความประสงค์ขอทบทวนสิทธิ์ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ว่า ประชาชนกลุ่มดังกล่าวสามารถตรวจสอบผลการทบทวนสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป

เงินเราชนะ

โดยสามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com หรือ Call Center ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หมายเลขโทรศัพท์ 0 2111 1122 โดยผู้ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติจะได้รับการโอนวงเงินสิทธิ์ จำนวน 7,000 บาท ในวันที่ 25 มีนาคม 2564 และสามารถใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ผ่านผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564

นางสาวกุลยา กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลัง ได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตของผู้ประกอบการร้านค้า ผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ และโครงการคนละครึ่ง รวมถึงประชาชน โดยพบพฤติกรรมการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ เช่น การแลกวงเงินสิทธิ์เป็นเงินสด การขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม เป็นต้น ซึ่งกระทรวงการคลังได้เร่งรัดดำเนินการติดตามและตรวจสอบการกระทำทุจริตในโครงการต่าง ๆ รวมถึงประสาน

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการดังกล่าว โดยหากตรวจสอบพบว่า มีการกระทำผิดเงื่อนไขจริง จะระงับการใช้เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง EDC) หรือ แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ของร้านค้า และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ดังนั้น กระทรวงการคลัง ขอความร่วมมือประชาชน ในการรักษาสิทธิ์ของตนเอง และขอให้ผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการ

สำหรับประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรม ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ สามารถแจ้งเบาะแส รวมถึงส่งหลักฐานการกระทำผิดเงื่อนไข ทางไปรษณีย์มาที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail) ของโครงการเราชนะ [email protected] และโครงการคนละครึ่ง [email protected]

โฆษกกระทรวงการคลัง ได้ขอให้ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ (กลุ่มผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน) ที่ประสงค์ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ แจ้งเจ้าหน้าที่ในท้องที่ เพื่อดำเนินการประสานการจัดหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารออมสิน รวมถึงเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และกระทรวงสาธารณสุขเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนต่อไป

เงินเราชนะ

สำหรับความคืบหน้าของโครงการเราชนะ ณ วันที่ 24 มีนาคม 2564 ดังนี้

  1. ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 59,491 ล้านบาท
  2. ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ .com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการเราชนะแล้ว จำนวน 16.7 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 85,012 ล้านบาท
  3. ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.0 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 7,824 ล้านบาท ทำให้มีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการเราชนะแล้ว รวมทั้งสิ้น จำนวน 32.4 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 152,327 ล้านบาท

ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการเราชนะ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.2 ล้านกิจการ

อ่านข่าวเพิ่มเติม