ดูหนังออนไลน์
Business

ลุ้น!! จ่อดันคนละครึ่งเฟส 3 กระตุ้นเศรษฐกิจ ลั่นไม่ใช่แค่เยียวยา

“สุพัฒนพงษ์” เตรียมดันมาตรการคนละครึ่งเฟส 3 – ลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ลั่นหลังเดือนพฤษภาคมนี้มีมาตรการเพิ่มเติมแน่!

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอาจต้องมีมาตรการคนละครึ่งเฟส 3 ซึ่งยังมีงบประมาณจากเงินกู้ 2 แสนล้านบาท อย่างไรก็ดีในวันที่ 22 มีนาคมนี้ เงินจากมาตรา ม33 เรารักกัน จะโอนเข้าแอพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ หลังเดือนพฤษภาคมนี้ คงจะมีอะไรเพิ่มเติม ติดตามอยู่เรื่อย ๆ ไม่ต้องห่วง เมนูไม่เยอะ แต่จะทำซ้ำ เหมือนดู matrix 4 ตอนรวด

“ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การเยียวยา เพราะจากนี้ไปการบริหารจัดการเรื่องงบประมาณในการช่วยเหลือประชาชน มีวิธีการไปช่วยตรง ไม่ต้องไปอ้อมผ่านหน่วยงาน ทำให้มีความไม่แน่ชัด ไม่แน่ใจ แม้กระทั่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กระบวนการคัดเลือกยังไม่สมบูรณ์ เพราะยังมีคนที่ตกหล่นพอสมควร ทำให้ต้องหาทางแก้ไขนำไปสู่การลงทะเบียนระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อไป” นายสุพัฒนพงษ์ ระบุ

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เตรียมหารือนโยบายกับนายสุพัฒนพงษ์ และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในการขยายมาตรการคนละครึ่งเฟส 3 เนื่องจากมาตรการเฟส 1 – 2 จะครบกำหนดในวันที่ 31 มีนาคมนี้ว่าจะขยายต่อไปเลยหรือไม่ หรือเป็นช่วงเวลาใด และจะครอบคลุมผู้ที่ได้สิทธิ์เดิม 15 ล้านคนที่ได้สิทธิ์เดิมไม่ต้องมาลงทะเบียนใหม่ หรือจะเปิดลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด ให้สิทธิ์กับทุกคนที่อยากได้

สำหรับโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ต้องแก้ข้อบกพร่องเดิม ที่มีในโครงการเฟส 1 – 2 เช่น จะต้องรวมภาคบริการจากเดิมให้ซื้อได้เฉพาะสินค้า ซึ่งจะต้องขอหารือกับธนาคารกรุงไทยว่า มีภาคบริการเข้าร่วมโครงการในฐานข้อมูลมากน้อยแค่ไหน และสาเหตุที่ควรขยายมาตรการเฟส 3 ออกไป เพราะเห็นว่าต้องการรักษาแรงส่งให้เศรษฐกิจฟื้นฟูต่อไปได้ เป็นการช่วยเหลือทุกภาคส่วน ร้านค้ารายเล็ก ทั้งสินค้าและบริการกว่า 2 ล้านราย ให้มีส่วนร่วมช่วยกันจับจ่ายใช้สอยคนละครึ่งกับรัฐบาล

ส่วนวงเงินที่จะให้เบื้องต้น คาดว่า จะไม่ได้ให้ 500 บาท เหมือนเฟส 2 ซึ่งอาจจะน้อยเกินไป แต่หากจะให้รายละ 3,000 – 3,500 บาท นาน 3 เดือน ก็ต้องดูว่ามีเงินเหลือพอหรือไม่ ซึ่งตอนนี้เงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนวงเงินเยียวยา 5.5 แสนล้านบาท ใช้ไปเกือบหมดแล้ว จึงเหลือวงเงินในส่วนฟื้นฟูอีกประมาณ 2 แสนล้านบาท ที่จะนำมาใช้ได้ ก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายว่าจะจ่ายเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสม

ส่วนข้อเสนอของนายสุพัฒนพงษ์ ให้ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% เพื่อจูงใจให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยนั้น ต้องไปพิจารณาว่า เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งแล้ว อัตราภาษีไทยสูงเกินไปหรือไม่ เช่น สิงคโปร์ อยู่ที่ 18% แต่บางประเทศก็สูงกว่าไทยมาก ในมุมมองคือ ถ้าลดภาษี ก็ช่วยเรื่องของการแข่งขัน จูงใจลงทุนเพิ่มขึ้นได้ แต่การเสนอต้องทำเป็นแพ็คเกจ ถ้าลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็ต้องจัดเก็บรายได้จากตัวอื่นมาทดแทนด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team