ดูหนังออนไลน์
Economics

ดีเดย์!! คลังเปิดช่อง ‘ออมสิน-ธ.ก.ส.’ รับลงทะเบียนเราชนะ 22 ก.พ.นี้

ดีเดย์!! คลังเปิดช่อง “ออมสิน-ธ.ก.ส.” รับลงทะเบียน เราชนะ ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม ประสาน “พม.-มหาดไทย” ลงพื้นที่ดูแลกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัด กระทรวงการคลัง เปิดเผยกรณีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” มีปัญหาขัดข้องช่วงเช้าหลังจากวันนี้โอนเงิน “เราชนะ” งวดแรก 2,000 บาทให้ผู้ผ่านสิทธิในโครงการมากกว่า 10 ล้านคน ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เนื่องจากมีการใช้ช่องทางเดียวกันในระบบ คือ กลุ่มที่ใช้สิทธิคนละครึ่ง และกลุ่มที่ใช้สิทธิเราชนะ ซึ่งเมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนมากระบบจึงหน่วงบ้างเป็นปกติ แต่ไม่ไม่ถึงขั้นล่ม ซึ่งกรณีนี้ จะให้ทางไอทีของธนาคารกรุงไทยพัฒนาระบบต่อไป แต่ตอนนี้ถือว่า “ยังเอาอยู่”

“กรณีที่ระบบขัดข้อง เนื่องจากเข้ามาในระบบในช่วงทางเดียวกัน จึงมีปัญหา อย่างไรก็ตามการทำงานต้องมีสะดุดบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นล่ม ส่วนในปัจจุบันกลุ่มคนที่ได้รับสิทธิในโครงการเกือบถึง 30 ล้านคนแล้ว ดังนั้น จะเหลือกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนที่ต้องมาลงทะเบียนเพิ่มอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วม 31 ล้านคน” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว

เราชนะ

สำหรับผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถเดินทางออกไปลงทะเบียนเราชนะได้ ขณะนี้ กระทรวงการประสานกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทยแล้ว โดยให้ญาติ หรือผู้ดูแลในกลุ่มนี้แจ้งกับผู้ใหญ่บ้าน หรือท้องถิ่นเข้ามา เพื่อจะจัดทีมเข้าไปรับลงทะเบียนให้ ซึ่งลักษณะจะเหมือนกับทีมผู้พิทักษ์สิทธิ์ในโครงการ เราไม่ทิ้งกันที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่า กลุ่มนี้จะมีประมาณ 1 แสนรายเท่านั้น เพราะส่วนมากผู้ป่วยติดเตียงมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะได้รับสิทธิเราชนะโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป ประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน สามารถไปลงทะเบียนได้ที่ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ ซึ่งกระทรวงการคลังเปิดเพิ่มให้เพื่ออำนวยความสะดวก โดยขอให้ประชาชนไม่ต้องรีบมา เพราะสามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 5 มีนาคม 2564

ส่วนกรณีร้านค้าทุจริตในโครงการ “คนละครึ่ง” นั้น ขณะนี้ พบร้านค้าที่กระทำความผิดจริง 160 ร้านค้า ซึ่งได้ดำเนินงานระงับการจ่ายเงินร้านค้าทันที และยึดสิทธิ์เรียบร้อย โดยร้านค้าเหล่านี้ จะติดแบล็คลิสต์ ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการรัฐต่อไปในอนาคตได้  ส่วนในปัจจุบันมีร้านค้าที่กระทรวงการคลัง ได้ส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมตรวจสอบอีก 1 พันร้านค้าที่เข้าข่ายจะมีการทุจริต

นางสาวกุลยา​ ตันติเตมิท​ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า​ สำหรับผู้ที่สละสิทธิ์โครงการเราชนะ จากกรณีต่าง ๆ ด้วยความผิดพลาดของข้อมูล หรือการเข้าใจคลาดเคลื่อน เช่น เป็นลูกจ้างรายวัน – อาสาสมัครของรัฐ เป็นผู้สูงอายุ และไม่มีสมาร์ทโฟน แต่ลงทะเบียนในเว็บจึงต้องกดสละสิทธิ์ เป็นต้น กลุ่มบุคคลดังกล่าว สามารถลงทะเบียนใหม่ได้ที่สาขาของธนาคารกรุงไทย เช่นเดียวกับกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งจะได้รับเงิน 7 พันบาทเช่นเดียวกัน และใช้จ่ายผ่านบัตรประชาชน

เราชนะ

ส่วนกรณีไม่สามารถลงทะเบียนเราชนะ ในเวลาที่กำหนดได้ เนื่องจากฐานข้อมูลในระบบไม่พบเลขบัตรประชาชนนั้น จะต้องไปเช็คที่สำนักงานเขตว่า ตัวเลขบัตรประชาชน มีความคลาดเคลื่อนหรือไม่ เพราะบัตรประชาชนผู้สูงอายุบางรายทำมานานแล้ว ขณะนั้นอาจจะมีการกรอกข้อมูลผิดพลาด ซึ่งคนกลุ่มนี้หากได้บัตรประชาชนใหม่แล้วก็สามารถมาลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงไทยได้เช่นกัน

“ในวันที่ 22 ก.พ.เป็นต้นไป จะมีการเพิ่มจุดรับลงทะเบียนที่ธนาคารของรัฐ 2 แห่ง คือ ธนาคารอออมสิน ธ.ก.ส. นอกจากนี้กระทรวงคลัง จะจัดทีมลงไปรับลงทะเบียนในกลุ่มพื้นที่ห่างไกลด้วย โดยขณะนี้ได้ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยเรื่องพื้นที่ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว”

สำหรับกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 15 – 25 กุมภาพันธ์ 2564 จะได้รับเงินเข้าวันที่ 5 มีนาคมนี้เป็นงวดแรก ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนถัดไป ซึ่งขณะนี้กระทรวงกรวงการคลังขยายเวลารับลงทะเบียนถึงวันที่ 5 มีนาคม 2564 นั้น หากเป็นผู้ได้รับสิทธิก็จะได้รับเงินสมทบตามงวดที่กำหนดจนถึง 7 พันบาทเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับสิทธิในโครงการเราชนะ สามารถกดรับสิทธิ์ได้จนกว่าจะจบโครงการในเดือน มีนาคม 2564

สำหรับกลุ่มที่ลงทะเบียนในโครงการเราชนะเพิ่มเติม จำนวน 11.3 ล้านคน ขณะนี้ ผ่านการตรวจสอบและได้รับสิทธิแล้วจำนวน 7.9 ล้านคน โดยอย่างช้ากระทรวงการคลังจะตรวจสอบสิทธิกลุ่มผู้ที่ลงทะเบียนเราชนะกลุ่มนี้ทั้งหมดภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564

ส่วนการทุจริตโครงการเราชนะ เช่น การก่อตั้งแอป “ไทยชนะ” ขึ้นมาและให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลส่วนตัว หรือ ทำแอปปลอมขึ้นมานั้น ขณะนี้ ได้ส่งเรื่องนี้ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ตรวจสอบกรณีเหล่านี้อยู่เพราะถือว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิดฐานหลอกลวง

อ่านข่าวเพิ่มเติม