Economics

สอท.จับมือธรรมศาสตร์พัฒนาคนรับอีอีซี

คุณสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สอท.1

สอท.จับมือธรรมศาสตร์ ประสาน 4 ด้าน ขับเคลื่อนนวัตกรรม งานวิจัยและบุคลากร ตรงความต้องการภาคธุรกิจ พร้อมให้ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อีอีซี 

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกันเพื่อสร้างความร่วมมือ 4 ด้าน ได้แก่ การทำวิจัยและการพัฒนา การฝึกอบรมบุคลากรและนักศึกษา  การผลักดันผลงานด้านวิชาการที่สำเร็จออกสู่สังคมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้ง การสนับสนุนและพัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวว่า สอท.ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่งเสริมและสนับสนุนระบบศึกษาร่วมกัน ทั้งด้านงานวิจัย ฝึกอบรม หรือการพัฒนาบัณฑิตที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งปัจจุบันสอท.มีสมาชิกทั้งหมด 45 สาขาที่จะมาสอดรับกัน โดยความร่วมมือนับจากนี้จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการ รวมถึงผลิตบุคลากรที่ตรงกับความต้องการได้มากยิ่งขึ้น

“ปัจจุบันเราขาดแคลนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งสำคัญต่อทิศทางการเติบโตของประเทศ โดยเฉพาะโครงการอีอีซีที่กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้ นอกจากแก้ปัญหาบุคลากรขาดแคลนแล้ว ยังสนับสนุนนักศึกษาฝึกปฏิบัติงาน ได้ประสบการณ์จริง มีความเชี่ยวชาญ มีคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมในอนาคต”

เขากล่าวต่อว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการตอบโจทย์ภาคเอกชนอย่างแท้จริง เพราะเอกชนต้องแข่งขัน และยังต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจัยนี้สร้างทั้งปัญหาและโอกาสไปพร้อมกัน ดังนั้นจึงมั่นใจว่าการจับมือกันกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะเป็นโอกาสทำให้อุตสาหกรรมของไทยเข้มแข็ง

ปัจจุบันรัฐบาลก็สนับสนุนโครงการอีอีซีอย่างเต็มที่ ขณะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็มีพื้นที่ และองคาพยพที่จะมาช่วยขับเคลื่อนได้ที่ศุูนย์พัทยา ซึ่งสอท.มี 15 กลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ 12 คลัสเตอร์ และ 9 สถาบันที่จะขับเคลื่อนไปด้วยกันในพื้นที่นี้

ทั้งยังมีสภาอุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัด รวมถึงในพื้นที่อีอีซี จึงเป็นโอกาสดีที่จะร่วมมือกันระหว่างทุกภาคส่วน ทั้งเอกชน รัฐ และสถาบันการศึกษาในการขับเคลื่อนประเทศไปพร้อมกัน

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ2

ทางด้าน รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีเป้าหมายสร้าง “ผู้นำรุ่นใหม่” ความร่วมมือกับสอท.ครั้งนี้ จะช่วยสร้างเครือข่ายการพัฒนาบัณฑิต และบุคลากรของมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ อีกทั้งช่วยยกระดับงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการผลักดันให้ “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา” ยกระดับเป็นสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทสนับสนุนโครงการอีอีซีในอนาคต

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา นับว่ามีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางวิจัยพัฒนารองรับการเติบโตของอีอีซี ในอนาคต  และระบบการเรียนการสอนปัจจุบันยังสอดรับกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นสาขาวิศวกรรมเทคโนโลยียานยนต์ ซอฟแวร์ ประกอบกับพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 565 ไร่ สามารถขยายการผลิตบุคลากรสาขาวิชาที่ขาดแคลน จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะมีความมือระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสอท.ในอนาคต เพื่อผลิตบุคลากรให้สอดรับกับความต้องการของตลาด

โดยอนาคตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสอท.จะร่วมมือกันสร้างหลักสูตรและเชื่อมโยงการเรียนการสอนระหว่างกัน โดยใช้ศูนย์พัทยาเป็นฐาน รวมถึงการเปิดให้สถานประกอบการเป็นสถานที่ฝึกงาน เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ ซึ่งปัจจุบันบางคณะของมหาวิทยาลัยก็ได้เชื่อมโยงกับบริษัทชั้นนำอยู่แล้วในการให้เป็นสถานที่ฝึกงาน ซึ่งทั้งนักศึกษาและผู้ประกอบการต่างพอใจ เพราะช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน และนักศึกษาบางคนก็ทำงานต่อในสถานประกอบการนั้นหลังเรียนจบด้วย

นอกจากนี้ยังมีแนวคิดว่าศูนย์พัทยาควรต้องเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาสุขภาพพลานามัยผู้สูงอายุด้วย ซึ่งพื้นที่มีมากพอที่จะทำได้ จึงวางแนวทางที่จะมีโครงการสร้างโรงพยาบาลที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม เพื่อให้บริการกับผู้บริหารรวมถึงพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

“หลังจากนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสอท.จะร่วมกันพัฒนาความฝัน ความหวัง และความต้องการในการพัฒนาประเทศ สนับสนุนให้อุตสาหกรรมมีขีดความสามารถในการแข่งขัน  ขณะเดียวกันผู้คนก็ได้รับการดูแลที่เท่าเทียม และมีคุณภาพ”

 

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight