Economics

‘ม.หอการค้า’ ปรับเป้าจีดีพีปีนี้ดีขึ้น หลังรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง


“ม.หอการค้า” ปรับเป้าจีดีพีปีนี้ดีขึ้น เป็นติดลบ 6.3% จากเดิมคาดติดลบ 9.4% หลังรัฐบาลอัดมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ส่วนปี 2564 คาดโต 2.7%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้เป็นติดลบ 6.3% จากเดิมคาดติดลบ 9.4% หลังภาครัฐออกมาตรการเยียวยา กระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การลงทุนของภาครัฐมีโอกาสเร่งตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนตัวเลขการส่งออกปีนี้ คาดติดลบ 7.4% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป คาดติดลบ 0.9%

สำหรับในปี 2564 คาดจีดีพี จะขยายตัวได้ 2.7% ขณะที่การส่งออกคาดขยายตัว 3.5% ส่วนการนำเข้าคาดขยายตัว 4.5% จากปีนี้คาดติดลบ 13.1% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ 1%

ธนวรรธน์1812
ขอบคุณภาพจาก UTCC

ทั้งนี้ มองว่า จีดีพีจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกอีกครั้ง ในช่วงไตรมาส 2/2564 โดยมองการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน จะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมีปัจจัยกดดัน จากความเปราะบางของตลาดแรงงาน และปัญหาภัยแล้ว แต่จะได้มาตรการของภาครัฐช่วยสนับสนุน โดยคาดว่าการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนในหน้าจะขยายตัวได้ 2.7% จากปีนี้คาดติดลบ 1%

สำหรับปัจจัยบวกที่มีต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2563 – 2564 ประกอบด้วย การพัฒนาวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 ภาครัฐออกมาตรการเยียวยา กระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การลงทุนของภาครัฐมีโอกาสเร่งตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน และธนาคารกลางทั่วโลกต่างปรับนโยบายการเงินเป็นแบบผ่อนคลาย

ส่วนปัจจัยลบ คือ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยืดเยื้อทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนชะลอตัว ความเปราะบางทางการเมืองทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนลดลง เงินบาทแข็งค่าเร็วกว่าปกติ และมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง ความเสี่ยงจากสถานการณ์ภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอยางมาก

ส่วนการลงทุนของภาคเอกชน จะฟื้นตัวอย่างช้าๆ ตามการส่งออกและภาวะเศรษฐกิจในประเทศ โดยคาดว่า การลงทุนเอกชนในปีหน้าจะขยายตัว 2.8% จากปีนี้คาดติดลบ 10.7% สำหรับการอุปโภคบริโภคของภาครัฐ จะขยายตัวได้ดีจากวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี และงบฟื้นฟูเศรษฐกิจ จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท โดยคาดว่า การบริโภคภาครัฐในปีหน้าจะขยายตัว 5% จากปีนี้คาด 3.9% ด้านการลงทุนภาครัฐ คาดปีหน้าจะขยายตัว 12.6% จากปีนี้คาดขยายตัว 12.2%

นายธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า การส่งออกปีหน้า มองว่า จะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมีปัจจัยกดดันจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งจะมีผลจนถึงช่วงครึ่งปีแรกปีหน้า และเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไป มีแนวโน้มพลิกกลับมาเป็นบวกจากราคาน้ำมันดิบโลก ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ

อ่านข่าวเพิ่มเติม