Economics

‘รมว.คลัง’ มั่นใจ! เศรษฐกิจไทยดีขึ้น คาดปีหน้าโตพุ่ง 4%

รมว.คลัง คาดจีดีพีปีนี้จะเติบโตติดลบน้อยกว่า 7.7% ส่วนปี 2564 คาดขยายตัวเป็นบวกได้ที่ระดับ 4% มั่นใตเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น ด้าน “สศช.” คาดจีดีพีปีนี้ติดลบ 6% ส่วนปีหน้าพลิกบวก 3.5 – 4.5%

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่า การกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เชื่อมั่นว่าภาพรวมเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในไตรมาส 4/2563 จะปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ 3/2563 หลังจากที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ประกาศจีดีพีในไตรมาส 3 ติดลบ 6.4% ซึ่งดีขึ้นจากไตรมาสที่ 2/2563 แสดงว่า ภาวะเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังจากรัฐบาลเดินหน้าคลายมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาเดินได้

สำหรับการเติบโตของจีดีพีในปี 2563 นั้น สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะมีการประเมินใหม่ โดยยอมรับว่า ปีนี้จีดีพีติดลบแน่นอน แต่เบื้องต้น หากมองจากปัจจัยบวกและเครื่องชี้เศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ดีขึ้น เป็นไปได้ว่า ปีนี้จีดีพีจะเติบโตติดลบน้อยกว่า 7.7% ส่วนปี 2564 คาดว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวเป็นบวกได้ที่ระดับ 4% โดยยังต้องจับตาภาคการท่องเที่ยว หากสามารถเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ ก็เชื่อว่า เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น

รมว.คลัง
ภาพจาก สถานีข่าวกระทรวงการคลัง : Ministry of Finance News Station

“สิ่งที่เป็นข้อสังเกต คือ การใช้จ่ายของประชาชนในไตรมาส 3/2563 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 6.3% แต่ยังติดลบ 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การลงทุนภาครัฐเป็นบวกที่ 18% เป็นเครื่องยืนยันว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยดี และช่วงที่รัฐบาลจำเป็นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ก็เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นการป้องกันไว้ก่อน” รมว.คลัง กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อถึงจุดที่มั่นใจแล้วว่าไม่มีการแพร่ระบาดภายในประเทศ รัฐบาลก็ทยอยคลายมาตรการล็อกดาวน์และใช้มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ ซึ่งกระทรวงการคลังใช้ความพยายาม ใช้ความสามารถอย่างที่สุดในการดำเนินการ เพราะการใช้เงินกระตุ้นการใช้จ่ายตรงนี้จะทำให้เกิดผลทวีคูณกลับมา

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2563 ติดลบ 6.4% เป็นการติดลบน้อยลงจากไตรมาส 2/2563 ที่ติดลบ 12.1% ทำให้ช่วง 9 เดือน เศรษฐกิจไทยติดลบ 6.7% ปัจจัยหนุนการเติบโตเศรษฐกิจไตรมาส 3 เนื่องจากมาตรการคลายล็อกดาวน์ที่ส่งผลให้กิจกรรมกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจโลกไตรมาส 3 ฟื้นตัวขึ้นหลังจากติดลบต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไตรมาส 2/2563

ทั้งนี้ สศช. ได้ปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยปี 2563 ดีขึ้น เป็นติดลบ 6% จากเดิมที่คาดไว้ในช่วงเดือนสิงหาคมว่าจะติดลบ 7.5% และเศรษฐกิจไทยจะกลับมาเป็นบวกได้ในปี 2564 ที่ 3.5-4.5% จากปัจจัยการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในประเทศ เศรษฐกิจไทยได้รับแรงกระตุ้นจากมาตรการภาครัฐ การเปิดสเปเซียลทัวร์ริสวีซ่า และการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจและการค้าโลก ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกของไทย ขณะที่การเบิกจ่ายเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท คาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้ไม่ต่ำกว่า 70% ของเงินกู้

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยง คือ อัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่ง สศช.ยังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เพื่อหามาตรการรองรับ, สถานการณ์ภัยแล้งในปี 2564 ที่ปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ในระดับต่ำ ,การระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 ในต่างประเทศที่ส่งผลให้มีการปิดเมือง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทย รวมทั้งความเสี่ยงในเรื่องประสิทธิภาพและการขนส่งวัคซีน ซึ่งคาดว่าจะมีวัคซีนใช้ทั่วโลกในช่วงไตรมาส 3/2564

ขณะที่ภาวะสังคมไทยไตรมาส 3/2563 พบว่ามีผู้ว่างงาน 740,000 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานเท่ากับ 1.90% ใกล้เคียงกับ 1.95% จากไตรมาส 2 โดยพบว่าแรงงานอายุน้อยและการศึกษาสูงมีปัญหาการว่างงานมากกว่าคนกลุ่มอื่น ขณะที่แรงงานในระบบมีการว่างงานเพิ่มขึ้น โดยผู้ขอรับสิทธิว่างงาน 488,000 คน คิดเป็นอัตราผู้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานต่อผู้ประกันตันภาคบังคับที่ 4.4% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 3.5%

ส่วนหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัว โดยสถานการณ์หนี้สินครัวเรือนไตรมาส 2/63 มีมูลค่า 13.59 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% ซึ่งชะลอลงจาก 4.1% ในไตรมาส 1/63 โดยมีสาเหตุจากการหดตัวรุนแรงของเศรษฐกิจ ความเปราะบางทางการเงินครัวเรือนเพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมคุณภาพสินเชื่อยังมีความเสี่ยงและต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด

อ่านข่าวเพิ่มเติม