Economics

‘คลัง’ คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้ติดลบ 7.7% ส่วนปีหน้ามองขยายตัว 4.5%

เศรษฐกิจไทยปี 2563 ติดลบ 7.7% หดตัวน้อยกว่าคาดการณ์ครั้งก่อน หลังรัฐอัดมาตรการสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ประเมินปี 2564 ขยายตัว 4.5%

เศรษฐกิจไทยปี 2563 คาดว่าจะหดตัวที่ 7.7% หดตัวน้อยกว่าที่คาดการณ์ครั้งก่อน จากการดำเนินมาตรการผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจภาครัฐและมาตรการสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสามารถกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งในปี 2564 ที่ 4.5%

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษก กระทรวงการคลัง แถลงข่าวประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2563 และ 2564 ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2563 คาดว่าจะหดตัวที่ 7.7% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 38.2% ถึง 37.2%) หดตัวน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ณ เดือนกรกฎาคม 2563 ที่ 8.5% ทั้งนี้ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจาก

  • การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019 : COVID-19) และการเริ่มเปิดประเทศ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น
  • เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญมีการฟื้นตัวที่ชัดเจน นำโดยกลุ่มประเทศในเอเชีย เช่น จีน เวียดนาม ส่งผลให้ภาคการส่งออกสินค้าของไทยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
  • การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของไทยอยู่ในเกณฑ์ดี สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคประชาชน ภาคเอกชนและต่างประเทศ โดยคาดว่าในปี 2563 การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชนจะหดตัวที่ 3.0% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ -3.5% ถึง -2.5%) และ -9.8% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ -10.3% ถึง -9.3%) ตามลำดับ

ขณะที่ มูลค่าการส่งออกสินค้าจะหดตัวที่ -7.8% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ -8.3% ถึง -7.3%) ปรับตัวดีขึ้นจากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่ -11.0%

เศรษฐกิจไทยปี 2563

นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ภาครัฐยังได้ดำเนินมาตรการทางการคลังเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยประกอบไปด้วย โครงการ “เพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” โครงการ “คนละครึ่ง” และมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ซึ่งจะมีส่วนช่วยประคับประคองเศรษฐกิจไทย รักษาระดับการจ้างงาน และสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานราก

ทั้งนี้ คาดว่า การบริโภคภาครัฐและการลงทุนภาครัฐจะขยายตัวที่ 4.0% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 3.5% ถึง 4.5%) และ 10.5% ต่อปี (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 10.0% ถึง 11.0%) ตามลำดับ และคาดว่า เศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วในช่วงไตรมาส 2 ปี 2563 และจะเห็นตัวเลขเศรษฐกิจที่ติดลบน้อยลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2563

สำหรับด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยคาดว่า อยู่ในระดับที่มั่นคง โดยเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ คาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2563 จะอยู่ที่ -0.9% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ -1.4% ถึง -0.4%) ปรับตัวลดลงจากปีก่อน ตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลง จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ขณะที่เสถียรภาพเศรษฐกิจภายนอกประเทศ คาดว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุล 14.1 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 2.8% ของ GDP (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 2.3% ถึง 3.3% ของ GDP)

สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2564 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง คาดว่า เศรษฐกิจไทย จะสามารถกลับมาขยายตัวได้ที่ 4.5% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 4.0% ถึง 5.0%) โดยได้รับแรงสนับสนุน จากมูลค่าการส่งออกสินค้า ที่กลับมาขยายตัวได้ที่ 6.0% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 5.5% ถึง 6.5%) ตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญ ที่มีแนวโน้มขยายตัว การบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวที่ 2.6% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 2.1% ถึง 3.1%)

และการใช้จ่ายภาครัฐ ทั้งจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 จำนวน 3.3 ล้านล้านบาท และการเบิกจ่ายจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ และ สังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 โดยมีกรอบวงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท ที่คาดว่า จะมีการเบิกจ่ายได้อย่างต่อเนื่อง

ในด้านเสถียรภาพภายในประเทศ คาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2564 จะอยู่ที่ 1.0% (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 0.5% – 1.5%) ปรับตัวสูงขึ้น ตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ”

นายพรชัย กล่าวอีกว่า ในการประมาณการเศรษฐกิจไทย จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยง ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อาทิ การระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่เกิดขึ้นในประเทศหลายประเทศ ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการเลือกตั้งของสหรัฐ ที่อาจส่งผลต่อทิศทางการค้าและเศรษฐกิจโลก การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป ของสหราชอาณาจักร (Brexit) รวมถึงความเปราะบางของเสถียรภาพระบบการเงินโลกที่อาจสูงขึ้น จากการดำเนินมาตรการการเงินการคลังของแต่ละประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า เสถียรภาพทางการคลังของไทยยังอยู่ในระดับเข้มแข็ง ทำให้กระทรวงการคลังมีความพร้อมในการออกมาตรการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต

อ่านข่าวเพิ่มเติม