ดูหนังออนไลน์
Economics

‘คนละครึ่ง’ เต็ม 10 ล้านสิทธิ์แล้ว! ยันมีระบบตรวจสอบเข้ม พบธุรกรรมผิดปกติโดนแน่

คนละครึ่ง เต็ม 10 ล้านสิทธิ์แล้ว! ยืนยันมีระบบตรวจสอบเข้ม หากพบธุรกรรมผิดปกติจะดำเนินการระงับการจ่ายเงินทั้งฝั่งร้านค้าและประชาชนทันที

จากกรณีโครงการ “คนละครึ่ง” เปิดรับลงทะเบียนของประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันนี้ 16 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 23.00 น. ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ 50% โดยไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคนตลอดระยะเวลาโครงการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีผู้สนใจลงทะเบียน ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com เต็ม 10 ล้านสิทธิ์แล้ว โดยเมื่อกดตรวจสอบสิทธิ์เช้านี้ พบว่า จำนวนสิทธิคงเหลือนั้นเป็น 0 แล้ว

คนละครึ่ง

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าววานนี้ (28 ต.ค.) ว่า ขณะนี้โครงการคนละครึ่ง มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 9.4 ล้านคน และ มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 3.8 แสนร้านค้า ซึ่ง ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2563 มียอดการใช้จ่ายสะสม 704.5 ล้านบาท

แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 362.5 ล้านบาท และ ภาครัฐร่วมจ่ายอีก 342 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 232 บาทต่อครั้ง โดยใช้จ่ายครบทุกจังหวัด และจังหวัดที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา และนครศรีธรรมราช

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายของประชาชนครึ่งหนึ่ง ที่ใช้จ่ายกับร้านค้า ซึ่งร้านค้า จะได้รับยอดรวมโอนเข้าบัญชี ที่ลงทะเบียนทุกสิ้นวัน ในช่วง 02.00 น. – 6.00 น. ตามระบบชำระเงินของธนาคาร สำหรับส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายอีกครึ่งหนึ่ง ร้านค้าจะได้รับในวันทำการถัดไป ในช่วง 17.30 – 19.00 น. โดยยอดการใช้จ่ายในช่วงวันหยุดภาครัฐจะโอนให้ทันทีในวันทำการถัดไป

คนละครึ่ง

สำหรับในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 23 – 25 ตุลาคม 2563 ในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่าย จำนวน 212 ล้านบาท ภาครัฐได้โอนให้ร้านค้า จำนวน 96,359 ร้านค้าเรียบร้อยแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รวมทั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงระบบการจ่ายเงินให้ร้านค้าให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากร้านค้าใดยังไม่ได้รับเงินขอให้ติดต่อธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อตรวจสอบสถานะบัญชีของท่านว่า เป็นบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวนานเกิน 1 ปีหรือไม่ หรือมีปัญหาอื่นใด

นอกจากนี้ รองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะนี้ได้รับทราบว่า มีพฤติกรรมโฆษณาชวนเชื่อ ในการดำเนินการโดยไม่มีการใช้จ่ายจริงตามเงื่อนไขโครงการ จึงขอย้ำเตือนว่า ภาครัฐมีระบบการติดตามตรวจสอบพฤติกรรม หรือ ธุรกรรมที่ผิดปกติ รวมทั้ง มีการตั้งคณะทำงาน เพื่อดำเนินการในติดตามความเคลื่อนไหวเรื่องดังกล่าว

หากพบพฤติกรรม หรือ ธุรกรรมที่ผิดปกติหรือมีการใช้จ่ายที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขโครงการ ภาครัฐจะดำเนินการระงับการจ่ายเงินทั้งฝั่งร้านค้าและประชาชนทันที โดยหากตรวจสอบพบว่า การใช้จ่ายผิดเงื่อนไขโครงการจริง จะต้องมีการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

คนละครึ่ง

จึงขอให้ประชาชนและร้านค้าโปรดอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนตามโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆ ในการช่วยดำเนินการโดยไม่มีการใช้จ่ายจริงอย่างเด็ดขาด เพราะอาจตกเป็นเหยื่อ ในการสนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้

ทั้งนี้ ภาครัฐมุ่งหวังให้โครงการคนละครึ่งสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ตลอดจนช่วยให้ร้านค้ามีรายได้เพิ่มมากขึ้นได้จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มี 4 เงื่อนไขสำคัญที่กำหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกตัดสิทธิ ดังนี้

  1. ผู้ได้รับสิทธิคนละครึ่งต้องใช้สิทธิภายใน 14 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับข้อความสั้น (SMS) แจ้งว่าได้รับสิทธิ หากไม่ใช้สิทธิภายในเวลาดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ และไม่สามารถลงทะเบียนได้อีก กรณีประชาชนลงทะเบียนสำเร็จก่อนวันเปิดให้ใช้สิทธิ์ 23 ตุลาคม 2563 ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่เริ่มเปิดให้ใช้สิทธิ
  2. ห้ามนำเงินที่ได้จากคนละครึ่งไปซื้อ สลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาสูบ และบริการต่างๆ
  3. ห้ามผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง กระทำการใด ๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดต่อมาตรการ หรือโครงการของรัฐ หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการฯ หรือมาตรการอื่นๆ ของรัฐ
  4. หากผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการ ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องชดใช้ความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นให้แก่รัฐภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งถึงการกระทำดังกล่าว โดยชดใช้ความเสียหายผ่านช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team