ดูหนังออนไลน์
Economics

ผู้ถือหุ้นไฟเขียว ‘ซีพีเอฟ’ ซื้อกิจการ ‘ธุรกิจสุกร’ จีน หนุนติดอันดับผู้นำอุตฯ สุกรโลก

ผู้ถือหุ้นรายย่อยมากถึง 99% ไฟเขียว “ซีพีเอฟ” เข้าซื้อธุุรกิจสุกรในจีน หนุนบริษัทขึ้นแท่น หนึ่งในผู้นำธุรกิจสุกรโลก 

วันนี้ (27 ต.ค.) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้รับมติอนุมัติ จากผู้ถือหุ้นรายย่อย 99% ให้บริษัทย่อย เข้าซื้อธุรกิจสุกรในประเทศจีน ระหว่างการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ส่งผลให้บริษัทขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำ ในอุตสาหกรรมสุกรของโลก

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการสุกรในประเทศจีนครั้งนี้ จะเป็นโอกาสที่ดี ในการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดสุกรในประเทศจีน ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก เนื่องจากจำนวนประชากรที่มาก และความนิยมในการบริโภคสุกรในประเทศสูง และมีแนวโน้มการเติบโตที่รวดเร็ว

S 19882068

ประกอบกับการเกิดขึ้นของโรค African Swine Flu หรือ ASF ในประเทศจีนช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน การบริหารการเลี้ยงแบบรักษาไว้ ซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ดี การมีลูกสุกรที่แข็งแรง และระบบการเลี้ยง ที่มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพตามมาตรฐาน จึงเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ ซึ่งซีพีเอฟได้ให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด

ปัจจุบัน บริษัทมีธุรกิจสุกรใน 7 ประเทศ ทั้งไทย เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย เริ่มลงทุนในฟิลิปปินส์ และมีการร่วมลงทุนในรัสเซีย ล่าสุดในแคนาดา

การที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยอนุมัติให้ซีพีเอฟ เข้าไปในธุรกิจสุกรครบวงจรในจีน ทำให้บริษัทก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจสุกรของโลก เนื่องจากปริมาณสุกรที่เลี้ยงในประเทศจีนเกินกว่าครึ่ง เป็นผลผลิตจากเกษตรกรรายย่อย ซึ่งเมื่อมีการระบาดของโรค ASF ทำให้เกิดความเสียหายสูง และยังมีโอกาสจะติดโรคอีกครั้ง เมื่อกลับมาเลี้ยงใหม่ ส่งผลให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรมีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง

การเลี้ยงสุกรจะเป็นระบบสร้างคุณค่าร่วม ซีพีเอฟวางแผนการขยายธุรกิจ ด้วยการส่งเสริมเกษตรกรในการเลี้ยงด้วยมาตรฐานการจัดการ ที่ทันสมัยปลอดภัยจากโรค และต่อยอด ด้วยการพัฒนาธุรกิจแปรรูปสุกรเพิ่มขึ้น

ดังนั้น การที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติให้บริษัทย่อยของซีพีเอฟเข้าลงทุนในธุรกิจสุกรครั้งนี้ จะช่วยเสริมการเติบโตของผลการดำเนินงานในอนาคต

S 19882066

นายประสิทธิ์ กล่าวปิดท้ายเกี่ยวกับสถานการณ์โควิดที่ยังคงอยู่ว่า เป็นสิ่งท้าทายสำหรับธุรกิจ จากความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคน่าจะลดลง

อย่างไรก็ตาม ซีพีเอฟได้ปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานและในการผลิต บริหารค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ ประกอบกับในหลายประเทศที่ลงทุนนั้นยังมีการขยายพื้นที่การตลาด จึงคาดว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทน่าจะยังคงดีขึ้นต่อเนื่องในครึ่งหลังของปีนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม