Economics

เสนอรัฐแจก ‘คูปองเงินสด’ 5,000 บาท ล้านใบ ดึง ‘สูงวัย’ เที่ยวไทย

นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ เสนอกระทรวงการท่องเที่ยวฯ แจก 5000 บาท ในรูปแบบบัตรกำนัลเงินสด ให้ ผู้สูงวัย อายุ 55 ปีขึ้นไป จำนวน 1 ล้านใบ เดินทางท่องเที่ยวไทย

วันนี้ (5 ต.ค.) นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า ทางสมาคมได้ยื่นเอกสารแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา และทำหนังสือเรื่องเดียวกันถึง ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยเสนอให้รัฐบาลใช้งบประมาณ 5,000 ล้านบาท สนับสนุนให้ ผู้สูงวัย ท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเกษียณอายุราชการ ที่ยังมีรายได้นำมาท่องเที่ยว

แจก 5000 บาท

แจก 5000 บาท รูปแบบบัตรกำนัลเงินสด

ทั้งนี้ จะมีการเสนอเป็นการออกคูปอง Cash Voucher หรือ บัตรกำนัลเงินสด เพื่อเป็นส่วนลด ให้กับ ผู้สูงวัย อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 16% ของประชากรไทย โดยแจกให้รายละไม่เกิน 5,000 บาท จำนวน 1 ล้านใบ กำหนดเวลาโครงการ 6 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563-เมษายน 2564

การใช้คูปองดังกล่าว นำตัวอย่างมาจากไต้หวัน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดีในการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ หลังจากพบว่า พฤติกรรมผู้สูงวัย มักเดินทางเป็นคู่หรือไปกับครอบครัว ครั้งละ 2-4 คน อีกทั้งสามารถเดินทางในวันธรรมดาได้

อย่างไรก็ตาม คาดหวังว่ากระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะนำเสนอ แผนกระตุ้นการท่องเที่ยว ตั้งแต่เดือนตุลาคม และเสนอที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ครั้งหน้า วันที่ 7 ตุลาคมนี้

เปิดรับนักธุรกิจ เข้าไทย 1.1 หมื่นคน

การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลัง ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้อนุมัติให้ เปิดรับนักธุรกิจ เข้าไทย รวมถึงผู้มีใบอนุญาตทำงานเดินทางเข้าประเทศมาแล้ว จำนวนประมาณ 11,000คน

นอกจากนี้ ศบค. ยังได้อนุมัติให้มี นักท่องเที่ยวแบบ Long Stay หรือกลุ่มพำนักระยะยาว โดยใช้ Special Tourist Visa (STV) ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 แล้ว ซึ่ง นักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่มดังกล่าว จะต้องเข้ารับ การกักตัวในสถานกักกันทางเลือก (Alternative State Quarantine: ASQ) 14วัน ด้วยเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ในระยะต่อไป รัฐบาลเห็นความจำเป็น ที่ควรอนุญาตให้ นักธุรกิจ ที่จะเข้ามาเจรจาธุรกิจ และพิจารณาตัดสินใจด้านการลงทุน เดินทางเข้ามาในประเทศเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก นักธุรกิจ กลุ่มดังกล่าว เป็นการเดินทางเข้ามาเป็นระยะสั้น จึงควรต้องมีมาตรการพิเศษ ในการกำกับดูแล ซึ่งในเบื้องต้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้เตรียมนำเสนอมาตรการ ในการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจ พิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้ มาตรการในการป้องกัน และยับยั้งการแพร่ระบาด COVID-19 ซึ่งมี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน เพื่อนำข้อสรุปเสนอท่านนายกรัฐมนตรีต่อไป

แจก 5000 บาท

ก่อนหน้านี้ ที่ประชุม ศบค. ได้มีมติเห็นชอบมาตรการเปิดประเทศ สำหรับ นักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist VISA: STV) แบบ “จำกัดจำนวน” ตามที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ

สำหรับเที่ยวบินแรก ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย ที่นำ นักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาในประเทศ คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนจากเมืองกว่างโจวจำนวน 150  คน เดินทางมากับ สายการบินแอร์เอเชีย แบบเช่าเหมาลำ มาสนามบินภูเก็ต วันที่ 8 ตุลาคม 2563

หลังจากนั้น จะเดินทางเข้ามาเพิ่มเติมอีกในวันที่ 25 ตุลาคม 2563 จำนวน 126 คน กับสายการบินไทยสไมล์ มาสนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย 120 คน มากับสายการบินไทย มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ

นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เดินทางมาเข้าพักเป็นสถานกักกันตัวทางเลือก (ALSQ) ในปัจจุบันมี 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี, บุรีรัมย์ และภูเก็ต มีห้องพักรวมกันกว่า 300 ห้อง โดยจำนวนนี้มีโรงแรมที่ผ่านการรับรองและประกาศให้เป็น ALSQ แล้ว 5 แห่ง และรอการตรวจเข้าเป็น ALSQ อีกหนึ่งแห่ง

อ่านข่าวเพิ่มเติม