Economics

ยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิงดิ่งมากสุดเป็นประวัติการณ์ หลังโควิดระบาดหนัก!


ยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รอบ 8 เดือนลดลง 13.6% หลังโควิดระบาดหนัก! ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ เครื่องบิน การขนส่งสินค้า และการดำเนินธุรกิจลดน้อยลง

จากการแพร่ระบาดของ “โควิด-19” ส่งผลให้ ยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ในปี 2563 ลดต่ำลงมากสุดเป็นประวัติการณ์ หลังรัฐบาลประกาศล็อคดาวน์ ทำให้การเดินทางทั่วประเทศและทั่วโลกหยุดชะงัก โดยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่อวันครึ่งแรกของปี 2563 (มกราคม – มิถุนายน) ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ประมาณ 13.8% โดยกลุ่มเบนซิน ลดลง 7.6% กลุ่มดีเซล ลดลง 4.9% น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) ลดลง 49.5%

กรมธุรกิจพลังงาน รายงานภาพรวม ยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุด เฉลี่ยต่อวันรอบ 8 เดือน ของปี 2563 (มกราคม – สิงหาคม) ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 13.6% โดยกลุ่มเบนซิน ลดลง 4.3% กลุ่มดีเซล ลดลง 4.0% น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) ลดลง 56.6% น้ำมันเตา ลดลง 18.6% น้ำมันก๊าด ลดลง 17.8% LPG ลดลง 16.4% และ NGV ลดลง 30.8%

ยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
ภาพจาก Pixabay

โดยยังคงมีสาเหตุสำคัญมาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ เครื่องบิน การขนส่งสินค้า และการดำเนินธุรกิจลดน้อยลง ประกอบกับความกังวลต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 จึงส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงยังลดลง

การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 30.8 ล้านลิตร/วัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 4.3% โดยน้ำมันเบนซินมีการใช้ลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 0.8 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นอัตราลดลง 18.7% และกลุ่มแก๊สโซฮอล์มีปริมาณการใช้ลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 30.0 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นอัตราลดลง 3.8% เมื่อพิจารณาแยกชนิดน้ำมัน พบว่า แก๊สโซฮอล์ อี85 มีปริมาณการใช้ลดลงมากที่สุดเฉลี่ยอยู่ที่ 0.9 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นอัตราลดลง 28.9%

รองลงมาเป็นแก๊สโซฮอล์ 91 มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 8.2 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นอัตราลดลง 14.9% และแก๊สโซฮอล์อี 20 มีปริมาณการใช้ลดลงน้อยที่สุดเฉลี่ยอยู่ที่ 6.3 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นอัตราลดลง 2.5% ขณะที่ แก๊สโซฮอล์ 95 มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 14.6 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 5.7%

การใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 65.1 ล้านลิตร/วัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนคิดเป็นร้อยละ 4.0 โดยน้ำมันดีเซล หมุนเร็วธรรมดา (บี7) มีปริมาณการใช้ลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 45.3 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 27.0 น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 13.3 ล้านลิตร/วัน (เริ่มมีการจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2562)

น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 4.3 ล้านลิตร/วัน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายภาครัฐที่กำหนดให้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 เป็นน้ำมันดีเซลฐานของประเทศ จึงส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
ภาพจาก Pixabay

การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 8.4 ล้านลิตร/วัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 56.6% เนื่องด้วยยังคงอยู่ในช่วงมาตรการที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) อนุญาตให้บุคคลเฉพาะกลุ่ม เดินทางเข้าออกประเทศได้และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการควบคุมโรคติดต่ออย่างเคร่งครัด จึงส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ลดลงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าพบว่าความต้องการใช้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องด้วยมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ

การใช้ LPG เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 15.0 ล้านกก./วัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนคิดเป็นร้อยละ 16.4 โดยปริมาณการใช้ภาคขนส่งลดลงมากที่สุด มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 2.1 ล้านกก./วัน คิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 27.2 รองลงมาเป็นภาคปิโตรเคมี มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 5.9 ล้านกก./วัน คิดเป็นอัตราลดลง 20.8% ถัดมาเป็นภาคอุตสาหกรรมมีปริมาณการใช้ลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6 ล้านกก./วันคิดเป็นอัตราลดลง 13.3% และภาคครัวเรือนมีปริมาณการใช้ลดลงน้อยที่สุดเฉลี่ยอยู่ที่ 5.4 ล้านกก./วัน คิดเป็นอัตราลดลง 6.2%

การใช้ NGV เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 3.8 ล้านกก./วัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 30.8% เนื่องจากภาครัฐมีนโยบายการปรับราคาขายปลีก NGV สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปเพื่อสะท้อนต้นทุน จึงทำให้ราคา NGV ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์หรือน้ำมันดีเซลหมุนเร็วแทน

การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง มีปริมาณรวมลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เฉลี่ยอยู่ที่ 900,063 บาร์เรล/วัน คิดเป็นอัตราลดลง 9.6% โดยมีปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 869,358 บาร์เรล/วัน คิดเป็นอัตราลดลง 5.0% คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ย 39,024 ล้านบาท/เดือน เนื่องจากในเดือน สิงหาคม 2563 ยังคงอยู่ในช่วงหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น และโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศลดลง จึงส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบลดลงไปด้วย

สำหรับน้ำมันสำเร็จรูป เป็นการนำเข้าน้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG โดยมีปริมาณนำเข้าลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 30,705 บาร์เรล/วัน คิดเป็นอัตราลดลง 61.5% คิดเป็นมูลค่านำเข้าเฉลี่ยรวม 1,444 ล้านบาท/เดือน

การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยานและก๊าด และ LPG โดยมีปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เฉลี่ยอยู่ที่ 197,684 บาร์เรล/วัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 18.9% คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวมเฉลี่ย 8,770 ล้านบาท/เดือน

อ่านข่าวเพิ่มเติม