
กฟผ.ครวญแผนพีดีพีคลอดช้า วางแผนยาก ย้ำต้องเตรียมการผลิตไฟฟ้าเพิ่มรับจีดีพีโตในอนาคต หนุนผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนจากขยะแก้ปัญหาขยะล้นเมือง
นายนิกูล ศิลาสุวรรณ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.รอข้อสรุปแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ของกระทรวงพลังงาน เพื่อเตรียมการวางแผนพัฒนาโรงไฟฟ้าเข้าระบบในระยะยาว ทั้งโรงไฟฟ้าหลัก และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยจะต้องอยู่บนหลักการสร้างความมั่นคง สมดุลของเชื้อเพลิง และคำนึงถึงต้นทุน
ในส่วนของโรงไฟฟ้าพลังงานหลักจะต้องคำนึงถึงเชื้อเพลิงที่หลากหลายมากขึ้น ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเห็นว่าต้องมุ่งเน้นประเภทอื่นนอกเหนือจากการพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากขยะ เพื่อแก้ปัญหาขยะล้นเมืองที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ โดยปัจจุบันมีกำลังผลิตไฟฟ้าจากขยะเข้าระบบ 270 เมกะวัตต์ ขณะที่แสงอาทิตย์เข้าระบบ 2,573 เมกะวัตต์
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องการสร้างความเข้าใจ ก็คือวัตถุประสงค์ของการผลิตไฟฟ้าจากขยะ เพื่อกำจัดขยะที่กำลังเป็นปัญหามากขึ้น ส่วนการผลิตไฟฟ้าเป็นผลพลอยได้ อย่างไรก็ตามทั้งหมดจะต้องเห็นแผนพีดีพีก่อน จึงจะได้บอกได้ชัดเจนถึงจำนวนที่กฟผ.จะพัฒนาโรงไฟฟ้าต่อไป
นายนิกูล ย้ำว่า แผนพีดีพีควรได้ข้อสรุปภายในปลายปี เพราะหากช้าเกินไปจะวางแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้าในอนาคตไม่ทันแน่นอน แม้ว่ากำลังผลิตติดตั้งในวันนี้จะทำให้ไทยมีกำลังผลิตสำรอง 30 % แต่หากปล่อยต่อไปจะถึงจุดที่กำลังผลิตเข้ามาใกล้เคียงความต้องการ คาดว่าไม่เกินปี 2568 เพราะแต่ละปีความต้องการไฟฟ้าจะเติบโตตามจีดีพี
“ที่ผ่านมาเราอาจพยากรณ์กันผิด แต่ก็ไม่ใช่ไทยประเทศเดียว ทั่วโลกก็คาดการณ์ผิดพลาดหมด เช่น ตอนนี้ยุโรป และเยอรมันมีสำรองถึง 50% เพราะเศรษฐกิจโลกตกต่ำในช่วงที่ผ่านมา แต่อนาคตต้องเตรียมการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เพราะโดยภาพรวมแล้วเมื่อเศรษฐกิจกลับมาเติบโต การใช้ไฟฟ้าจะเติบโตเท่ากัน ดังนั้นพีดีพีควรได้ข้อสรุปภายในสิ้นปี ไม่อย่างนั้นก็จะทำให้เราทำงานได้ยากขึ้น เพราะการวางแผนผลิตไฟฟ้าต้องใช้เวลากว่า 5 ปี”
ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2561 ประเทศไทยมีกำลังผลิตติดตั้งอยู่ที่ 61,890 เมกะวัตต์ มีการผลิตจริงตามสัญญา 46,249 เมกะวัตต์ เป็นของกฟผ. 34% ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) 32% ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (เอสพีพี)ที่ขายไฟฟ้าให้กฟผ. 17% ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กมาก (วีเอสพีพี) 8% และนำเข้าจากต่างประเทศ 8%