Economics

คลินิกแก้หนี้ ประกาศปรับเงื่อนไขใหม่เอาใจลูกหนี้ได้รับผลกระทบโควิด

คลินิกแก้หนี้ ประกาศปรับเงื่อนไข ขยายความช่วยเหลือลูกหนี้ในวงกว้างมากขึ้น เตือน!! อย่าหลงเชื่อกรณีผู้แอบอ้างเป็นตัวแทน ธปท.ช่วยเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ และเรียกเก็บค่าใช้จ่าย

นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการคลินิกแก้หนี้เห็นชอบให้ปรับปรุงเงื่อนไขของโครงการ 2 เรื่องคือ การปรับคุณสมบัติลูกหนี้โดยเลื่อนวันของการเป็น NPL (วัน cut-off date) และการปรับเกณฑ์ห้ามก่อหนี้ใหม่ เพื่อให้โครงการสามารถขยายความช่วยเหลือลูกหนี้ในวงกว้างมากขึ้น

สอดคล้องกับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยในระยะที่ 2 ของ ธปท. รวมทั้งกำหนดให้ผู้ให้บริการทางการเงินต้องเสนอแผนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในลักษณะเดียวกับคลินิกแก้หนี้ ให้แก่ลูกหนี้ที่ต้องการแก้ปัญหา สาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

คลินิกแก้หนี้

1. ปรับเกณฑ์คุณสมบัติผู้สมัครเข้าโครงการ จากเดิมผู้สมัครต้องเป็นหนี้เสีย หรือ NPL ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 มาเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เพื่อขยายความช่วยเหลือและรองรับลูกหนี้ที่กลายเป็น NPL ในช่วงครึ่งแรกของปีจากผลของวิกฤตโควิด 19 ให้ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม หลังจากปรับเงื่อนไขในครั้งนี้ คาดว่าจะมีลูกหนี้สนใจสมัครเข้าโครงการจำนวนมาก และทำให้ขั้นตอนการพิจารณาใช้เวลานานกว่าช่วงปกติอยู่บ้าง จึงขอให้ผู้สมัครยื่นและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ซึ่งจะช่วยให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อทราบผลการพิจารณาแล้ว โครงการจะติดต่อกลับเพื่อแจ้งผลให้ทราบโดยเร็ว

2. ปรับเกณฑ์ห้ามก่อหนี้ใหม่ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยปัจจุบันกำหนดให้ผู้เข้าโครงการห้ามก่อหนี้ใหม่ภายในเวลา 5 ปี แต่ครั้งนี้ได้เพิ่มเกณฑ์ว่า หากผู้เข้าร่วมโครงการสามารถผ่อนชำระเงินต้นได้อย่างน้อย 50% ก็สามารถขอสินเชื่อใหม่ได้ ซึ่งอาจใช้เวลาไม่ถึง 5 ปี

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อขึ้นกับหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการทางการเงินแต่ละแห่ง การปรับเกณฑ์ในครั้งนี้มุ่งหวังเพื่อจูงใจให้ลูกหนี้สมัครเข้าโครงการมากขึ้น เพราะบางส่วนกังวลเรื่องห้ามก่อหนี้ใหม่ 5 ปี อีกทั้งเพื่อจูงใจให้ลูกหนี้เร่งชำระหนี้คืน หรือชำระหนี้เมื่อมีเงินก้อนถ้ายังพอมีความสามารถ

คลินิกแก้หนี้

3. ตามที่ ธปท. ประกาศมาตรการพื้นฐานขั้นต่ำเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยในระยะที่ 2 เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด สิ่งหนึ่งที่มาตรการในระยะที่ 2 ได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น คือ ผู้ให้บริการทางการเงินจะต้องมีมาตรการสำหรับกลุ่มที่เป็น NPL แล้ว

ดังนั้น ผู้ให้บริการทางการเงิน จะต้องจัดให้มีช่องทางหรือกลไกแก้ไขหนี้ในลักษณะเดียวกับคลินิกแก้หนี้ รวมทั้งมีแผนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เอื้อต่อการผ่อนชำระเช่นเดียวกับโครงการคลินิกแก้หนี้ และเสนอให้ลูกหนี้พิจารณา

พูดง่าย ๆ ว่า หากลูกหนี้ที่เป็น NPL นอกจากจะสมัครเข้าโครงการแล้ว ยังสามารถขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรนได้โดยตรงกับผู้ให้บริการทางการเงิน

มองไปข้างหน้า ผลกระทบจากวิกฤตโควิด 19 จะส่งผลให้จำนวนลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อ ส่วนบุคคล (หนี้บัตร) มีแนวโน้มกลายเป็นหนี้เสียสูงขึ้น ดังนั้น การที่เจ้าหนี้และลูกหนี้สามารถตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ร่วมกันจะเป็นวาระทางเศรษฐกิจที่สำคัญมาก โดยเฉพาะหนี้บัตรซึ่งเป็นหนี้ที่มีจำนวนบัญชีลูกหนี้มากที่สุดในบรรดาหนี้รายย่อยทั้งหมด

คลินิกแก้หนี้

ความสำคัญของแผนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กลางของโครงการคลินิกแก้หนี้จึงอยู่ที่การเป็นหนึ่งในทางออกที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาหนี้บัตรของลูกหนี้รายย่อยจำนวนมาก ลุกลามกลายเป็นวิกฤตหนี้รายย่อยที่อาจจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดี ยึดทรัพย์ในวงกว้าง ซึ่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่จะเกิดขึ้นไม่สามารถประเมินเป็นตัวเงินได้

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสามารถติดตามการเปิดรับสมัครและข่าวสารของโครงการได้หลายช่องทาง ได้แก่ ผ่านทาง Website LINE Facebook หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 0 2610 2266 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-17.00 น.

นอกจากนี้ ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อหากมีผู้แอบอ้างว่าเป็นตัวแทน ธปท. ที่จะสามารถช่วยท่านเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือช่วยเรื่องอื่น ๆ โดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดำเนินการเป็นการตอบแทน หากท่านมีข้อสงสัยหรือมีเบาะแส โปรดแจ้งข้อมูลและสอบถามข้อเท็จจริงได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. โทร. 1213

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลักการแก้ปัญหาสารพัดหนี้ของ “คลินิกแก้หนี้” มีดังนี้

  • เป็นหน่วยงานกลางเชื่อมโยงระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้หลายราย เพื่อดำเนินการให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้ทุกรายได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน
  • ส่งเสริมให้ลูกหนี้มีวินัยทางการเงินที่ดี ด้วยการอบรมให้ความรู้ทางการเงินแก่ลูกหนี้
  • ลูกหนี้สมัครใจเข้าโครงการ
  • ลูกหนี้ไม่ก่อหนี้ใหม่ในช่วงเวลาที่กำหนด
  • อัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระเอื้อต่อการแก้ไขหนี้

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ มีดังนี้

  • เป็นบุคคลธรรมดา ที่มีรายได้ อายุไม่เกิน 65 ปี
  • เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ที่ไม่มีหลักประกันของสถาบันที่เข้าร่วมโครงการ เป็น NPL ก่อน 1 มกราคม 2563 (ตามรายงานเครดิตบูโร ณ เดือน ธ.ค. 62 ต้องมีสถานะค้างชำระ 91-120 วันขึ้นไป)
  • หนี้รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท

หนี้เยอะ

ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ

  • ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ
  • ขั้นตอนที่ 2 : กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มใบสมัคร
  • ขั้นตอนที่ 3 : จัดเตรียมเอกสารประกอบการเข้าร่วมโครงการ ดังนี้

1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้สมัคร

2. เอกสารการตรวจสอบข้อมูลภาระหนี้จาก เครดิตบูโร โดย ลูกค้าสามารถ ขอข้อมูลเครดิตบูโรได้ที่ ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร / เคาน์เตอร์ธนาคาร / ATM / Mobile App / ที่ทำการไปรษณีย์ไทย / Internet Banking

พนักงานประจำ

1. สลิปเงินเดือน 3 เดือน

อาชีพอิสระ

1. รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน

2. เอกสารการแสดงการเสียภาษีเงินได้ 50 ทวิ (ถ้ามี)

  • ขั้นตอนที่ 4 : เมื่อได้รับการยืนยันจากสถาบัน ให้เข้าร่วมโครงการ เจ้าหน้าที่โครงการฯ จะติดต่อนัดหมายท่าน เพื่อให้เข้ามาลงนามสัญญา ปรับโครงสร้างหนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม