Economics

‘ชิมช้อปใช้’ 10 วันแรกไม่ผ่านเกณฑ์ 2 ล้านคนยันลงใหม่ได้


“คลัง” เผยลงทะเบียน “ชิมช้อปใช้” 10 วันแรก ไม่ผ่านเกณฑ์ 2 ล้านราย ย้ำสามารถลงทะเบียนรอบใหม่ได้ เผย 5 วันแรกมีผู้ใช้สิทธิ์กว่า 7 แสนรายยอดเงินใช้จ่ายรวม 628 ล้านบาท

ลวรณ27862

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วง 10 วันแรก มีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์มาตรการ “ชิมช้อปใช้” เต็มตามโควตา 1 ล้านรายทุกวัน โดยมีผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านวันละประมาณ 200,000 ราย หรือยอดรวมไม่ผ่านเกณฑ์ 2 ล้านราย โดยระบบยังเปิดให้ลงทะเบียนต่อเนื่องจนกว่าจะครบ 10 ล้านราย เพราะกำหนดลงทะเบียนได้ถึง 15 พฤศจิกายน 2562

สำหรับการตรวจสอบสิทธิ์ผู้ลงทะเบียน 7 วันแรกเสร็จสิ้นแล้ว พบว่ามีผู้ได้รับสิทธิ์ 5.53 ล้านราย ผู้ลงทะเบียน 6 วันแรกได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์แล้ว 4.72 ล้านราย ส่วนอีก 814,776 ราย จะได้รับภายในวันนี้ สำหรับผู้ยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ดำเนินการเสร็จ 3.9 ล้านราย ยืนยันตัวตนสำเร็จ 2.71 ล้านราย และยังมีผู้ที่ยังไม่ได้ติดตั้งแอปพลิเคชั่น 821,149 ราย

ส่วนการใช้จ่ายช่วง 5 วันแรกมีผู้ใช้สิทธิ์ 706,450 ราย ยอดเงินใช้จ่ายรวม 628 ล้านบาท ใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet ช่อง 1 จำนวน 621 ล้านบาท แบ่งเป็นใช้จ่ายร้าน “ช้อป” ในกลุ่ม OTOP ร้านวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐกว่า 50% หรือประมาณ 330 ล้านบาท ส่วนร้าน “ชิม” หรือร้านอาหารและเครื่องดื่ม มียอดใช้จ่ายประมาณ 98 ล้านบาท สำหรับร้าน “ใช้” เช่น โรงแรม โฮมสเตย์ เป็นต้น มียอดใช้จ่าย 10 ล้านบาท และร้านค้าทั่วไป มียอดใช้จ่าย 183 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบว่า ประชาชนใช้จ่ายห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขายอดเงิน 142 ล้านบาท หรือเพียง 22% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด สำหรับการใช้จ่าย G-Wallet ช่อง 2 มีผู้ใช้สิทธิ์ยังไม่มากเพียง 2,962 ราย มียอดใช้จ่ายประมาณ 7.5 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มใช้กระเป๋า 2 ในช่วงถัดไป เพราะยังมีเวลาถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน

ชิมช้อปใช้1101

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายพื้นที่ จังหวัดใช้จ่ายมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ ประมาณ 87 ล้านบาท,ชลบุรี ประมาณ 48 ล้านบาท, สมุทรปราการ ประมาณ 29 ล้านบาท, ระยอง ประมาณ 20 ล้านบาท, ปทุมธานี ประมาณ 20 ล้านบาท, พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 19 ล้านบาท, ลำพูน ประมาณ 18 ล้านบาท, เชียงใหม่ ประมาณ 17 ล้านบาท, นครปฐม ประมาณ 17 ล้านบาท และนนทบุรี ประมาณ 15 ล้านบาท กลุ่มใช้จ่ายมากที่สุด คือ ช่วงอายุ 22-30 ปี สัดส่วน 35% รองลงมาคือช่วงอายุ 31-40 ปี ประมาณ 30%

นายลวรณ ยอมรับว่า ระบบยังมีปัญหาการยืนยันตัวตน ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับแสงที่อาจสว่างเกินไปหรือผิดตำแหน่งขณะถ่ายภาพ รวมทั้งการถ่ายโดยใช้แอปพลิเคชั่นตกแต่งภาพ ทำให้ภาพไม่เหมือนจริง ธนาคารกรุงไทยได้มีการติดตามเพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จวันละกว่า 5,000 ราย และมีผู้ไปยืนยันตัวตนผ่านธนาคารแล้วกว่า 200,000 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบการยืนยันตัวตนให้รวดเร็วขึ้น คาดว่าจะใช้เวลาอีก 1-2 วัน สำหรับเงินใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวประมาณ 60,000 ล้านบาท ผ่านกระเป๋า 1 วงเงิน 10,000 ล้านบาท กระเป๋า 2 วงเงิน 50,000 ล้านบาท คาดว่าจะเห็นผลชัดเจนต่อระบบเศรษฐกิจช่วงเดือนตุลาคม-พฤศิกายน และจะเกิดการหมุนอีกหลายรอบในช่วงปลายปี