Economics

KKP ขยับคาดการณ์ GDP ปีนี้โต 1.8% ชี้หากน้ำมันพุ่งเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่า 0.7%

KKP Research ขยับคาดการณ์ GDP ปีนี้โต 1.8% ชี้หากน้ำมันดิบพุ่งเกิน 120 ดอลลาร์/บาร์เรล ต่อเนื่อง 6 เดือน อาจฉุดเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่า 0.7% เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยเชิงเทคนิค

KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2569 เป็น 1.8% จากเดิม 1.6% หลังเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 2568 ออกมาดีกว่าคาด อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสุทธิราว 6.5% ของ GDP ซึ่งสูงที่สุดในภูมิภาค

KKP

ส่งผลให้หากราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น จะกระทบเศรษฐกิจไทยผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลงจากผลกระทบต่อการท่องเที่ยว การส่งออก และการบริโภค อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงาน และดุลการค้าที่อ่อนแอลงจากค่าใช้จ่ายนำเข้าพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งจะกดดันให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงและค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า

ในกรณีฐาน KKP Research ประเมินว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว และราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับลดกลับสู่ระดับ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อ หรือลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาค จนทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งเกิน 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่อเนื่อง 6 เดือน เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยเชิงเทคนิค โดยอัตราการเติบโตอาจลดลงต่ำกว่า 0.7% และเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นแตะระดับ 2%

ขณะที่เศรษฐกิจไทยในช่วงก่อนเกิดสงคราม ปรับดีขึ้นเล็กน้อย โดยมีแรงหนุนจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว โดย KKP Research ปรับเพิ่มคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 เป็น 35.1 ล้านคน การขยายตัวของการส่งออกและการผลิตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ที่มีมูลค่าเพิ่มในประเทศสูง รวมถึงเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้นหลังการจัดตั้งรัฐบาลผสม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านการเมืองและเปิดโอกาสต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูก หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และภาวะสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่ยังตึงตัว ซึ่งยังคงกดดันการบริโภคและการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ

KKP

ในระยะสั้น ความท้าทายสำคัญคือภาระของภาครัฐในการตรึงราคาพลังงาน โดยปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังแบกรับภาระอุดหนุนราคาน้ำมันราว 2 หมื่นล้านบาทต่อเดือน เพื่อคงราคาดีเซลไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร ขณะเดียวกันภาระอุดหนุนค่าไฟฟ้าสะสมอยู่ที่ราว 1.35 แสนล้านบาท และยังคงเป็นหนี้ค้างอยู่ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) การพุ่งขึ้นของราคา LNG จะทำให้ กฟผ. ลดหนี้ได้ยากขึ้น ข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางการคลังของภาครัฐ

ด้านแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย KKP Research มองว่าท่าทีของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เริ่มให้น้ำหนักต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 1.0% ในปี 2569–2570 และเลื่อนการคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกออกไปเป็นปี 2571 อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจชะลอตัวมากกว่าคาด โดยเฉพาะจากสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อ กนง. อาจพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อพยุงเศรษฐกิจได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
Siree Osiri OHO BANGKOK