Economics

บอร์ดปาล์มน้ำมัน เคาะดันบี7 รองรับผลผลิตปาล์มปี 69 ไฟเขียวนำเข้า 3 ปี

“ธรรมนัส” ผนึก 3 กระทรวง ดันบี7 รองรับผลผลิตปาล์มปี 69 พร้อมไฟเขียวเปิดตลาดนำเข้า 3 ปี สนับสนุนการใช้พลังงานในประเทศเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2568 โดยมี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เข้าร่วม

ผลผลิตปาล์ม

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญ และมีมติมอบหมายให้กระทรวงพลังงานเร่งทบทวนหลักเกณฑ์และขอความร่วมมือในการพิจารณาปรับสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว จาก บี5 เป็น บี7 ซึ่งการเร่งรัดมาตรการดังกล่าว มีขึ้นเพื่อเตรียมรองรับปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมี.ค. 2569 ที่คาดการณ์ว่าจะส่งผลให้ปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มดิบสูงขึ้น และอาจกระทบต่อราคาผลปาล์มน้ำมันให้ปรับตัวลดลง

พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ มีมาตรการแนวทางส่งเสริมการส่งออกปาล์มน้ำมัน และมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมหารือแนวทางพัฒนาสินค้ามูลค่าสูงจากปาล์มน้ำมัน

สำหรับการปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว จาก บี5 เป็น บี7 จะเป็นการช่วยรักษาเสถียรภาพราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันทั่วประเทศ อีกทั้งยังตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดฝุ่น PM 2.5

20251117174538 8758
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า

การดำเนินการดังกล่าว ยังสอดคล้องกับนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ พร้อมทั้งผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ และช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ สร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานในประเทศ

จากการประชุม GACC ที่ผ่านมา ฝ่ายจีนได้เน้นย้ำให้ประเทศไทยยกระดับสินค้าเกษตร GI ของแต่ละพื้นที่ให้ทันสมัยทั้งในด้านคุณภาพ มาตรฐาน พร้อมผลักดันให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก เพื่อเสริมขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างศักยภาพใหม่ให้ภาคเกษตรไทยบนเวทีนานาชาติอีกด้วย

นอกจากนี้ ในที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ปี 2568 และเห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบคณะอนุกรรมการสำคัญเพื่อขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ 3 คณะ ได้แก่

1. คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงสร้างราคาผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม

2. คณะอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม

3. คณะอนุกรรมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ

อรรถพล
อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์

พร้อมกันนี้ ยังมีมติเปิดตลาดน้ำมันปาล์มและน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์ม และบริหารการนำเข้าคราวละ 3 ปี (ปี 2569 – 2571) ภายใต้เงื่อนไขตามข้อผูกพันของกรอบการค้าต่าง ๆ โดยให้มีการบริหารการนำเข้าเช่นเดียวกับความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) และมอบหมายให้ องค์การคลังสินค้า เป็นผู้นำเข้าและกระจายสินค้าให้ผู้ผลิตภายในประเทศตามที่สมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์มเป็นผู้จัดสรร

สำหรับกรอบการค้าที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ความตกลงการค้าเสรีไทย – ชิลี (TCFTA) ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ่น (AJCEP) (เฉพาะน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์ม) และเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ทั้งนี้ ยกเว้นความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) และความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) ที่ไม่ต้องขออนุญาตนำเข้าและปฏิบัติตามมาตรการการบริหารการนำเข้า

ทั้งนี้ สถานการณ์ปาล์มน้ำมัน ปี 2568 (ข้อมูลพยากรณ์ ณ ต.ค. 2568) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดการณ์ว่า เนื้อที่ให้ผล 6.44 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีจำนวน 6.32 ล้านไร่ (เพิ่มขึ้น 1.9%) ผลผลิต 19.64 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 18.55 ล้านตัน (เพิ่มขึ้น 5.88%) และผลผลิตต่อเนื้อที่ให้ผล 3,049 กก./ไร่ เพิ่มขึ้นจาก 2,934 กก./ไร่ (เพิ่มขึ้น 3.92%)

ปัจจัยบวกมาจากพื้นที่ที่ปลูกทดแทนยางพารา พื้นที่นา และพื้นที่รกร้าง ในปี 2565 เริ่มให้ผลผลิต ประกอบกับสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยในปี 2568 ทำให้ปาล์มน้ำมันได้รับปริมาณน้ำฝนที่เพียงพอ ส่งผลให้น้ำหนักทะลายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สำหรับราคาผลปาล์มน้ำมันทั้งทะลายคละที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ยเดือนม.ค.- พ.ย. 2568 อยู่ที่ 6.13 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงขึ้นจาก 5.72 บาทต่อกิโลกรัม ในช่วงเดียวกันของปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 7.20%

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo