Economics

ร้านค้าเฮ!! คนละครึ่งพลัส ดันยอดขายร้านธงฟ้าพุ่ง 80% ย้ำห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา

กรมการค้าภายใน ลุยตรวจร้านธงฟ้า เผยคนละครึ่งพลัส ดันยอดขายพุ่ง 80% ย้ำขายราคาเดียว ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับสูงสุด 1.4 แสนบาท

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (DIT) ลงพื้นที่ติดตามร้านค้าธงฟ้าประชารัฐในโครงการ คนละครึ่งพลัส ของรัฐบาล โดยกรมติดตามสถานการณ์การจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ว่าร้านค้าที่อยู่ในโครงการธงฟ้าประชารัฐ ทั้งร้านค้าและร้านอาหาร มีระบบรองรับและมีราคาที่เป็นธรรม

ร้านธงฟ้า

ในวันนี้กรมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมร้านค้าชุมชนย่านถนนสามัคคี อ.เมือง จ.นนทบุรี ที่ ร้านกิจโชติ ซึ่งเป็นร้านธงฟ้าประชารัฐจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในชีวิตประจำวัน พบว่าร้านค้ามียอดขายเพิ่มขึ้นกว่าปกติ ร่วม 80% และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนในพื้นที่ที่มาซื้อสินค้าโดยใช้สิทธิ์ในโครงการ คนละครึ่งพลัส ซึ่งได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนว่าช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้จริง

นายวิทยากร กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ร้านค้าในโครงการ พบว่า ร้านค่าธงฟ้าประชารัฐที่กรมการค้าภายในดูแล ทั่วประเทศกว่า 1.5 แสนร้านค้า เข้าโครงการคนละครึ่งพลัส จำนวน 148,509 ร้านค้า หรือมากกว่า 90% ของทั้งหมด ส่วนร้านอาหารธงฟ้า มีมากกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ และในขณะนี้มีร้านที่เข้าร่วมแล้วกว่า 1,500 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และจะทยอยเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ

574234463 1415532653472604 3927987945424896885 n

ทั้งนี้ กรมฯ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมร้านอาหารพอใจ ซอยอารีย์ ซึ่งเป็นร้านอาหารธงฟ้าประเภทข้าวแกงราคาประหยัดที่ได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง มีราคาประหยัด และปริมาณเหมาะสม

กรมการค้าภายในยังมีแผนส่งเสริมร้านอาหารธงฟ้าให้สามารถลดต้นทุนวัตถุดิบ โดยเชื่อมโยงจากผู้ผลิต เช่น สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ และสมาคมข้าวสารบรรจุถุง โรงงานผู้ผลิตวัตถุดิบอาหาร น้ำมันพืช น้ำตาลทราย เป็นต้น เพื่อช่วยให้ร้านสามารถจัดเมนู อิ่มแน่นอน ราคายุติธรรม พร้อมขอความร่วมมือให้ร้านค้ารักษาปริมาณอาหารในระดับปกติ ไม่ลดปริมาณ เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มค่าในการบริโภค

573277523 1415552366803966 2623541353194319541 n

ในส่วนของเรื่องร้องเรียน กรมฯ ได้รับรายงานการร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 รวมแล้ว 5 เรื่อง เกี่ยวกับร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าราคาสูงขึ้น หรือ ราคาแตกต่างระหว่าง เงินสด และ คนละครึ่ง โดย DIT ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อมูลเบาะแสที่ได้รับแจ้ง”

กรมการค้าภายใน ขอย้ำว่า การจำหน่ายสินค้าทั้งแบบชำระเงินสดและใช้สิทธิ์คนละครึ่ง ต้องมีราคาเดียวกัน หากพบการกระทำผิดเข้าข่าย ฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าเกินราคาควร จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ร้านค้าที่ไม่ติดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจนจะมีโทษปรับสูงสุด 1 หมื่นบาท โดยผู้แจ้งเบาะแสสามารถแจ้งข้อมูลมาพร้อมหลักฐาน โดยขอให้ระบุสถานที่ตั้งของร้านค้า และพฤติการณ์การจำหน่ายสินค้า ที่เข้าข่ายความผิดตามกฏหมาย เพื่อกรมจะได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ในทันที

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo