Economics

‘อรรถพล’ เร่งเครื่องเต็มสูบ! ประกาศตรึงราคาดีเซล ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

“อรรถพล” แถลงนโยบายพลังงาน ประกาศเร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 32 บาท พร้อมเดินหน้าลดค่าใช้จ่ายพลังงานให้ประชาชน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง เปิดกระทรวงพลังงานแถลงนโยบายสำคัญที่ต้องเร่งผลักดันให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ทั้งด้านเศรษฐกิจ การส่งเสริมการลงทุน การผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ และการส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งในส่วนของกระทรวงพลังงาน ได้ผลักดันโครงการ “Quick Big Win” ด้านพลังงาน

อรรถพล

การสร้างรายได้ ลดรายจ่ายด้านพลังงานภาคประชาชน นำโดยโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เร่งขับเคลื่อน “โครงการโซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร” กว่า 1,200 ระบบ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 7 แสนไร่ทั่วประเทศ คาดว่าจะเกิดเม็ดเงินผ่านการลงทุนกว่า 12,500 ล้านบาท ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนได้ 87.5 เมกะวัตต์ และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 0.6 ล้านตันต่อปี “โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน” เป้าหมายกำลังการผลิต 1,500 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนได้กว่า 30,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 1,600 ตำแหน่ง และยังสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 0.8 ล้านตันต่อปี โดยจะสามารถประกาศรับซื้อไฟฟ้าได้ภายในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

ส่วนเป้าหมาย “การลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์” คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วม 90,000 ครัวเรือน กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุน ได้กว่า 20,250 ล้านบาท ลดการใช้ไฟฟ้าได้ 585 ล้านหน่วยต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 2.8 แสนตันต่อปี นอกจากนั้น ยังมีการเร่งอนุมัติ “การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ลอยน้ำใน 3 เขื่อนหลักของ กฟผ.” (เขื่อนภูมิพล เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์) ซึ่งมีต้นทุนต่ำ กำลังการผลิตรวม 1,638 เมกะวัตต์ เกิดการลงทุนกว่า 53,000 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 0.8 ล้านตันต่อปี

อรรถพล

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบพลังงานรองรับภาคอุตสาหกรรม ได้เร่งดำเนินการ “โครงการสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะอาดตรง” หรือ Direct PPA 2,000 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเสนอ กบง. ได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 เกิดเม็ดเงินลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 65,000 ล้านบาท ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต นอกจากนั้น ยังมี “การพัฒนาระบบไฟฟ้ารองรับอุตสาหกรรมเขตภาคตะวันออก (EEC)” คาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้ากว่า 800 เมกะวัตต์ รองรับธุรกิจ Data Center 16 ราย รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมผ่านการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์ผ่านกลไกกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

การสร้างความยั่งยืนระยะยาวรองรับ Net Zero 2050 ผ่านโครงการต่างๆ ข้างต้น รวมทั้งการเร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า หรือ แผน PDP ที่จะมีการทบทวนรายละเอียดให้การผลิตไฟฟ้าตอบโจทย์กับเป้าหมาย Net Zero 2050 ผ่านการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในการผลิตไฟฟ้าให้มากขึ้น นอกจากนั้น ยังมีการเริ่มโครงการพัฒนาการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ ได้ภายในปี 2577 และระหว่างปี 2577 ถึงปี 2607 (30 ปี) จะสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ ได้ 6.4 ล้านตันต่อปี

อรรถพล

“ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนและประชาชนทุกท่านที่ให้ความสนใจ โดยเฉพาะเรื่องของพลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวและส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้วางกรอบการทำงาน “Quick Big Win” ไว้อย่างชัดเจน เนื่องจากมีระยะเวลาในการทำงานที่ค่อนข้างจำกัด เป้าหมายความสำเร็จจึงต้องมีความชัดเจน โดยในด้านการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน ผมให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก ๆ ซึ่งกระทรวงพลังงานก็เพิ่งได้มีการตรึงค่าก๊าซหุงต้มและลดราคาน้ำมันไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว” นายอรรถพล กล่าว

ในอนาคตก็จะมีเป้าหมายในการลดค่าไฟ ซึ่งต้องหารือกับหลายหน่วยงาน ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แผนงานที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ทั้งโครงการโซลาร์รูปแบบต่างๆ จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ กฟผ. ก็สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในราคาต้นทุนที่ถูกลง การส่งเสริมความแข็งแกร่งด้านการผลิตในพื้นที่เศรษฐกิจ EEC รวมทั้งยังให้ความสำคัญกับการลดการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม จากทุกโครงการที่นำเสนอข้างต้น สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดมูลค่าการลงทุนสูงถึง 700,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 16,000 ตำแหน่ง และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 10 ล้านตันต่อปี” นายอรรถพล กล่าว

อรรถพล

รมว.พลังงาน กล่าวอีกว่า กระทรวงพลังงานจะตรึงราคาพลังงานทุกชนิด และหากราคาตลาดโลกลดลง ก็จะลดราคาในประเทศลงด้วย ทั้งน้ำมัน แอลพีจี และค่าไฟ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลจะตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 32 บาทต่อลิตร ตลอด 4 เดือนของรัฐบาล แต่หากราคาตลาดโลกลดลง ดีเซลก็จะลดลงตามไปด้วย รวมทั้งเบนซินแต่ละชนิด จะพยายามตรึงราคาหากตลาดโลกลดลงก็จะลดราคาเบนซินลงไปด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
Siree Osiri OHO BANGKOK